ALT ปัดข่าวเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชา
#ทันหุ้น #2026 #SET #ALT ปัดข่าวเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชา สั่งระงับบริการลูกค้ากลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ตั้งแต่ ธ.ค. 68
บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวปรากฏชื่อบริษัทเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชา
กลุ่มบริษัท ALT (“บริษัทฯ”) มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจให้บริการด้านโทรคมนาคม ได้แก่ การให้เช่าโครงข่ายโทรคมนาคมและเคเบิลใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ออปติก) เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์และระบบสื่อสารของผู้ใช้บริการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผู้ให้บริการโทรคมนาคม (Operators) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการดำเนินงานทั้งหมดอยู่ภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดต่าง ๆ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) อย่างเคร่งครัด
.
สำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เป็นประเด็นตามข่าว บริษัทฯ มิได้เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) และมิได้เป็นเจ้าของหมายเลขไอพีแอดเดรส (IP address) ดังกล่าว จึงไม่สามารถจัดสรรหรือควบคุมการใช้งาน IP address ดังกล่าวได้แต่อย่างใด
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ประเทศกัมพูชาได้มีการตัดเคเบิลใยแก้วนำแสงที่เชื่อมต่อบริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้วไปยังประเทศกัมพูชา ส่งผลให้การเชื่อมต่อเคเบิลใยแก้วนำแสงของบริษัทฯ ระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชาสิ้นสุดลงตั้งแต่วันดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการเชื่อมต่อไปยังประเทศกัมพูชาอีก
อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคม 2568 กลุ่มบริษัท ALT ได้รับการประสานขอความร่วมมือจากสำนักงาน กสทช. ให้ระงับการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตและบริการโทรคมนาคมจากประเทศไทยเข้าไปยังประเทศกัมพูชาทั้งทางตรงและทางอ้อม บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดและปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างครบถ้วน โดยได้สอบถามไปยังผู้ใช้บริการทุกราย และเมื่อได้รับการยืนยันว่ามีการให้บริการแก่ลูกค้าในประเทศกัมพูชา บริษัทฯ ได้ดำเนินการระงับการให้บริการทั้งหมดในเดือนธันวาคม 2568
บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนการกำกับดูแลการให้บริการให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้รับการแจ้งหรือการประสานงานจากภาครัฐ เพื่อป้องกันและระงับการนำวงจรสื่อสารไปใช้ในกิจกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงหรือการกระทำผิดกฎหมาย อาทิ การหลอกลวงทางเทคโนโลยี สแกมเมอร์ และคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น
อนึ่ง บริษัทฯ ใคร่ขอความร่วมมือผู้ได้รับข้อมูลข่าวสาร โปรดใช้วิจารณญาณในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ก่อนการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูล เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อบริษัทฯ และขอขอบคุณในความร่วมมือมา ณ โอกาสนี้