ธปท. คุมเทรดทองบนแอป 50 ล้านบ. เริ่ม มี.ค. 69 เบิกเงินสด 3 ล้าน ต้องแจงวัตถุประสงค์
ธปท. ออกมาตรการเข้ม คุมเทรดทองผ่านแอปฯ เงินบาทไม่เกิน 50 ล้านบาท/วัน เริ่ม มี.ค. 69 เตรียมออกเกณฑ์แบงก์เบิกเงินสด 3-5 ล้านบาทต้องระบุวัตถุประสงค์ สกัดทุนเทาและเศรษฐกิจนอกระบบ
28 ม.ค. 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยภายหลังงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย โดยเครือมติชน ว่า
ธปท. ได้ออกมาตรการสำคัญ 2 ด้านหลัก คือ มาตรการคุมเข้มเทรดทองผ่านแอปฯ (Gold Online Trading) โดยธปท. เตรียมออกประกาศเพื่อกำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยเน้นไปที่แอปพลิเคชันที่ซื้อขายด้วยเงินบาทเป็นหลัก โดยกำหนดเพดานการซื้อขายต่อวันต่อบุคคล ไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าประกาศจะออกในวันที่ 29 ม.ค.2569 นี้ และมาตรการคุมเทรดทองผ่านแอปจะเริ่มบังคับใช้จริงในต้นเดือนมีนาคมเพื่อให้ผู้ประกอบการประมาณ 15 รายหลักมีเวลาปรับปรุงระบบ
นอกจากนี้ยังมีมาตรการให้ ร้านทองต้องส่งข้อมูลการซื้อขายออนไลน์ ทั้งแอปเงินบาทและดอลลาร์ โดยเฉพาะรายการที่เกิน 20 ล้านบาท เพื่อสร้างฐานข้อมูลในการดูแลค่าเงิน ซึ่งหากมีผลบังคับใช้แล้วจะให้มีการรายงานย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 2569 ด้วย
“มาตรการคุมเทรดทองผ่านแอป จะไม่กระทบต่อทองคำที่มีการถือครองอยู่เดิม ซึ่งผู้ประกอบการต้องไปทำระบบแยกให้ได้ว่า ส่วนไหนเป็นทองเดิม ส่วนไหนเป็นทองที่ซื้อใหม่ และจะไม่กระทบการซื้อขายทองหน้าร้านหรือแอปที่เทรดเป็นดอลลาร์ ฯ”
นายวิทัย กล่าวอีกว่า ธปท.มีมาตรการตรวจสอบ การเบิกเงินสดผิดปกติ สกัดทุนเทา เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ (Underground Economy) โดยธปท. ในฐานะผู้ออกธนบัตรได้เริ่มมาตรการตรวจสอบเส้นทางเงินที่น่าสงสัย โดยได้ขอความร่วมมือธนาคารให้รายงานกรณีพบการเบิกถอนเงินสดที่ผิดปกติ
“ธปท.ขอความร่วมมือกับธนาคารไปแล้ว และพบว่า มีธนาคารรายงานพบการเบิกเงินสด 100-200 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันพบหลายเคสและอยู่ในระหว่างการตรวจสอบต่อไป ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง”
อย่างไรก็ดีภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า ธปท. จะมีการกำหนดเกณฑ์การเบิกถอนเงินสดให้ชัดเจนขึ้น เช่น ยอดเบิกถอนเงินสดเกิน 3-5 ล้านบาท ธนาคารต้องทำการตรวจสอบวัตถุประสงค์ (Intelligence) ของการเบิกเงิน โดยมุ่งเน้นไปที่ธุรกรรมที่ดูไม่สอดคล้องกับโปรไฟล์ลูกค้า เช่น พ่อค้าแม่ค้าหรือแม่บ้าน แต่มีการเบิกเงินสดจำนวนมากๆ เช่น 10 ล้านบาท เป็นต้น หรือการอ้างว่าจะเบิกเพื่อไปซื้อสินทรัพย์ เช่น ซื้อที่ดิน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้แคชเชียร์เช็คกันอยู่แล้ว แต่มาตรการนี้จะไม่กระทบผู้ประกอบการที่มีการเบิกถอนไปหมุนเวียนเพราะมีวัตถุประสงค์อยู่แล้ว อย่างไรก็ดีมาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการแบบเดียวกับที่ใช้ในต่างประเทศ
ทั้งนี้การขอความร่วมมือให้ธนาคารรายงานธุรกรรมเบิกถอนเงินสดน่าสงสัย ธปท.จะติดตามจนถึงสิ้นก.พ.2569 ก่อนจะกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ โดยไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการเมืองช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะติดตามเรื่องทุนเทาเป็นหลัก และหากพบความผิดปกติ ธปท. จะส่งข้อมูลต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น ปปง. หรือหากเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจะส่งให้ กกต. ดำเนินการต่อ