โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. คุมเทรดทองบนแอป 50 ล้านบ. เริ่ม มี.ค. 69 เบิกเงินสด 3 ล้าน ต้องแจงวัตถุประสงค์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 11.59 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 04.59 น.

ธปท. ออกมาตรการเข้ม คุมเทรดทองผ่านแอปฯ เงินบาทไม่เกิน 50 ล้านบาท/วัน เริ่ม มี.ค. 69 เตรียมออกเกณฑ์แบงก์เบิกเงินสด 3-5 ล้านบาทต้องระบุวัตถุประสงค์ สกัดทุนเทาและเศรษฐกิจนอกระบบ

28 ม.ค. 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยภายหลังงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย โดยเครือมติชน ว่า

ธปท. ได้ออกมาตรการสำคัญ 2 ด้านหลัก คือ มาตรการคุมเข้มเทรดทองผ่านแอปฯ (Gold Online Trading) โดยธปท. เตรียมออกประกาศเพื่อกำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยเน้นไปที่แอปพลิเคชันที่ซื้อขายด้วยเงินบาทเป็นหลัก โดยกำหนดเพดานการซื้อขายต่อวันต่อบุคคล ไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าประกาศจะออกในวันที่ 29 ม.ค.2569 นี้ และมาตรการคุมเทรดทองผ่านแอปจะเริ่มบังคับใช้จริงในต้นเดือนมีนาคมเพื่อให้ผู้ประกอบการประมาณ 15 รายหลักมีเวลาปรับปรุงระบบ

นอกจากนี้ยังมีมาตรการให้ ร้านทองต้องส่งข้อมูลการซื้อขายออนไลน์ ทั้งแอปเงินบาทและดอลลาร์ โดยเฉพาะรายการที่เกิน 20 ล้านบาท เพื่อสร้างฐานข้อมูลในการดูแลค่าเงิน ซึ่งหากมีผลบังคับใช้แล้วจะให้มีการรายงานย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 2569 ด้วย

“มาตรการคุมเทรดทองผ่านแอป จะไม่กระทบต่อทองคำที่มีการถือครองอยู่เดิม ซึ่งผู้ประกอบการต้องไปทำระบบแยกให้ได้ว่า ส่วนไหนเป็นทองเดิม ส่วนไหนเป็นทองที่ซื้อใหม่ และจะไม่กระทบการซื้อขายทองหน้าร้านหรือแอปที่เทรดเป็นดอลลาร์ ฯ”

นายวิทัย กล่าวอีกว่า ธปท.มีมาตรการตรวจสอบ การเบิกเงินสดผิดปกติ สกัดทุนเทา เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ (Underground Economy) โดยธปท. ในฐานะผู้ออกธนบัตรได้เริ่มมาตรการตรวจสอบเส้นทางเงินที่น่าสงสัย โดยได้ขอความร่วมมือธนาคารให้รายงานกรณีพบการเบิกถอนเงินสดที่ผิดปกติ

“ธปท.ขอความร่วมมือกับธนาคารไปแล้ว และพบว่า มีธนาคารรายงานพบการเบิกเงินสด 100-200 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันพบหลายเคสและอยู่ในระหว่างการตรวจสอบต่อไป ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง”

อย่างไรก็ดีภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า ธปท. จะมีการกำหนดเกณฑ์การเบิกถอนเงินสดให้ชัดเจนขึ้น เช่น ยอดเบิกถอนเงินสดเกิน 3-5 ล้านบาท ธนาคารต้องทำการตรวจสอบวัตถุประสงค์ (Intelligence) ของการเบิกเงิน โดยมุ่งเน้นไปที่ธุรกรรมที่ดูไม่สอดคล้องกับโปรไฟล์ลูกค้า เช่น พ่อค้าแม่ค้าหรือแม่บ้าน แต่มีการเบิกเงินสดจำนวนมากๆ เช่น 10 ล้านบาท เป็นต้น หรือการอ้างว่าจะเบิกเพื่อไปซื้อสินทรัพย์ เช่น ซื้อที่ดิน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้แคชเชียร์เช็คกันอยู่แล้ว แต่มาตรการนี้จะไม่กระทบผู้ประกอบการที่มีการเบิกถอนไปหมุนเวียนเพราะมีวัตถุประสงค์อยู่แล้ว อย่างไรก็ดีมาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการแบบเดียวกับที่ใช้ในต่างประเทศ

ทั้งนี้การขอความร่วมมือให้ธนาคารรายงานธุรกรรมเบิกถอนเงินสดน่าสงสัย ธปท.จะติดตามจนถึงสิ้นก.พ.2569 ก่อนจะกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ โดยไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการเมืองช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะติดตามเรื่องทุนเทาเป็นหลัก และหากพบความผิดปกติ ธปท. จะส่งข้อมูลต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น ปปง. หรือหากเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจะส่งให้ กกต. ดำเนินการต่อ

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...