กินผิดชีวิตเปลี่ยน! แพทย์เตือน 3 พฤติกรรม กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ "ทำร้ายไตหนัก"
กินผิดชีวิตเปลี่ยน! แพทย์เตือน 3 พฤติกรรม กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ "ทำร้ายไตหนักมาก" โดยไม่รู้ตัว หลายคนมักทำจนเป็นนิสัย รีบปรับด่วน
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กลายเป็นอาหารที่หลายคนหยิบมากินเป็นประจำ เพราะสะดวกสบาย อิ่มท้อง และราคาประหยัด แต่รู้หรือไม่ความสะดวกสบายนี้อาจแฝงด้วยกับดักด้านสุขภาพ ส่งผลเสียโดยที่คุณไม่รู้ตัว
นพ.หงหย่งเซียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต ระบุว่า วิธีการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ไม่ถูกต้อง ไม่เพียงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ไตทำงานหนักในระยะยาว เสี่ยงทั้งไตเสื่อมและระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงผิดปกติ
หากต้องการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้กระทบสุขภาพน้อยที่สุด แพทย์แนะนำดังนี้
เปลี่ยนเครื่องเคียงแปรรูป เป็นวัตถุดิบธรรมชาติ
โดยแนะนำให้ตัดไส้กรอก ลูกชิ้น หรือเครื่องเคียงแปรรูปออก แล้วหันมาเลือกวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ไข่ เต้าหู้ และผักสด ซึ่งช่วยเสริมโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย และใยอาหารจากผักยังช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ลดความผันผวนของระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยชดเชยจุดอ่อนด้านโภชนาการของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้
ใส่ผงปรุงน้อย ลดการซดน้ำซุป
ในส่วนของน้ำซุป นพ.หงหย่งเซียงเตือนว่า ซองน้ำมันและผงปรุงรสมักมีปริมาณไขมันและโซเดียมสูง อีกทั้งคุณภาพไขมันไม่สม่ำเสมอ บางกรณีอาจใช้น้ำมันคุณภาพต่ำ หรือพบปริมาณโลหะหนักเกินมาตรฐาน จึงแนะนำให้ใช้วิธีลดปริมาณ ซองน้ำมันใส่เพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ ผงปรุงก็ไม่จำเป็นต้องใส่ทั้งหมด และที่สำคัญคือน้ำซุปไม่ควรดื่มหมด ควรจำกัดไม่เกินครึ่งถ้วย เพื่อป้องกันการได้รับโซเดียมเกิน ซึ่งจะทำให้ไตต้องทำงานหนักอย่างมาก
อย่าต้มเส้นนานจนเละ
ท้ายที่สุด แพทย์ย้ำว่า “ระยะเวลาการต้มเส้น” คือหัวใจสำคัญ หลายคนชอบต้มเส้นให้นิ่มเละ แต่นพ.หงเตือนว่า อาหารจำพวกแป้งที่ต้มจนเละจะมีค่าดัชนีน้ำตาลสูง เปรียบเสมือนการดื่มน้ำเชื่อม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานถือเป็นข้อห้ามอย่างยิ่ง แนะนำให้ต้มเส้นประมาณ 3 นาทีแล้วตักขึ้น จะยังคงความหนึบและช่วยถนอมสุขภาพได้ดีกว่า
ที่มา mirrormedia
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กินผิดชีวิตเปลี่ยน! แพทย์เตือน 3 พฤติกรรม กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ "ทำร้ายไตหนัก"
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th