สื่อมะกันเผย ขายความลับนิวเคลียร์ให้สหรัฐ ต้นตอปลด จาง โหย่วเสีย ผู้นำสูงสุดกองทัพจีน
สื่อมะกันเผย ขายความลับนิวเคลียร์ให้สหรัฐ ต้นตอปลด จาง โหย่วเสีย ผู้นำสูงสุดกองทัพจีน
วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) สื่อดังของสหรัฐอเมริกา รายงานว่า พลเอกจาง โหย่วเสีย วัย 75 ปี รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลาง (CMC) ซึ่งเป็นบุคคลอันดับหนึ่งในลำดับชั้นอำนาจของกองทัพจีน เป็นรองเพียงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เพิ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 มกราคม มีสาเหตุมาจากการส่งต่อความลับที่เกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์ของจีนให้กับสหรัฐ
WSJ เผยแพร่รายงานพิเศษเมื่อวันที่ 25 มกราคม โดยอ้างแหล่งข่าวที่มีข้อมูลเชิงลึกว่า แม้โดยภาพภายนอกจะเป็นที่เข้าใจกันว่าจาง โหย่วเสียถูกโค่นลงจากข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน แต่ในความเป็นจริง เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับโครงการอาวุธนิวเคลียร์จีนให้กับสหรัฐแลกกับสินบน และยังมีเรื่องการเลื่อนตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ในกระทรวงกลาโหมอีกด้วย
สื่อมวลชนต่างประเทศจำนวนมากรายงานว่า จาง โหย่วเสีย ถูกปลดเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าจัดตั้งกลุ่มการเมืองและรับสินบนในการจัดซื้ออาวุธ แต่ WSJ อ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาพ้นจากตำแหน่งคือการรั่วไหลของความลับด้านนิวเคลียร์
ข้อกล่าวหาดังกล่าวเชื่อว่าถูกเปิดโปงขึ้นระหว่างการสอบสวนกู้ จวิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท China National Nuclear Corporation ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ดูแลโครงการนิวเคลียร์ของจีนโดยรวม ครอบคลุมทั้งภาคพลเรือนและทางทหาร
WSJ ระบุว่า เมื่อประเด็นดังกล่าวได้รับการยืนยันแล้ว จาง โหย่วเสีย ไม่อาจหลีกเลี่ยงการถูกปลดได้ แม้เขาจะเป็นหนึ่งในผู้ช่วยใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสีมากที่สุดก็ตาม
เช่นเดียวกับสี จิ้นผิง จาง โหย่วเสียมาจากกลุ่มลูกหลานผู้นำปฏิวัติ บิดาของเขา คือ จาง จงซวิน เป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำการปฏิวัติอาวุโส โดยในช่วงการปฏิวัติจีน บิดาของจาง โหย่วเสีย เคยปฏิบัติงานอยู่ในกองบัญชาการกองทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือร่วมกับสี จงซวิน บิดาของสี จิ้นผิง
จาง โหย่วเสียยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการรวบอำนาจควบคุมกองทัพภายหลังสี จิ้นผิง ขึ้นครองอำนาจ และเคยได้รับการขนานนามว่าเป็น “ผู้ช่วยที่ได้รับความไว้วางใจที่สุดในบรรดาผู้ช่วยที่ไว้วางใจได้” ภายในกองทัพจีน
การปลดนายทหารระดับสูงสุดของจีนที่อยู่ต่ำกว่าสี จิ้นผิง เพียงคนเดียว และยังรู้จักกับประธานาธิบดีสีมาตั้งแต่เด็ก ทำให้การกวาดล้างครั้งนี้ยกระดับขึ้นเป็นหนึ่งในการปรับโครงสร้างกองทัพครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่เหตุปราบปรามที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989 และถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในกองทัพจีน ท่ามกลางการกวาดล้างกองทัพที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนถึงการรวบอำนาจทางทหารอย่างไม่เคยมีมาก่อนของผู้นำจีน เพราะการควบคุมกองทัพถูกมองว่าเป็นปัจจัยชี้ขาดอำนาจและความอยู่รอดทางการเมืองของผู้นำจีน ในอดีต การช่วงชิงอำนาจภายในพรรคคอมมิวนิสต์จีนมักจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายที่สามารถควบคุมกองทัพได้
ในฐานะรองประธาน CMC ลำดับหนึ่ง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผสมผสานบทบาทของรัฐมนตรีกลาโหม ประธานคณะเสนาธิการร่วม และที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของรัฐเข้าด้วยกัน จางมีอำนาจกว้างขวางครอบคลุมตั้งแต่การแต่งตั้งโยกย้าย การจัดสรรงบประมาณ ไปจนถึงยุทธศาสตร์และการปฏิบัติการทางทหาร และขึ้นตรงต่อสีเพียงคนเดียว
นักวิเคราะห์ภายนอกเคยมองว่าจางปลอดภัยจากข้อสงสัย เนื่องจากมีประสบการณ์รบจริงที่หาได้ยาก และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสี เขาเป็นทหารผ่านศึกจากสงครามชายแดนจีน–เวียดนามในปี 1979 และสามารถรอดพ้นจากการกวาดล้างนายพลระดับสูงครั้งก่อนๆ มาได้ อีกทั้งยังได้รับความภักดีอย่างลึกซึ้งจากกำลังพล เนื่องจากได้รับการคงตำแหน่งเป็นนายทหารในเครื่องแบบระดับสูงสุดของประเทศต่อเนื่องยาวนานเกินอายุเกษียณตามปกติ
เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม กระทรวงกลาโหมจีนแถลงว่า พลเอกจาง โหย่วเสีย รองประธาน CMC ซึ่งเป็นองค์กรของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ควบคุมกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) อยู่ระหว่างการสอบสวนในข้อหา “ละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง” ซึ่งโดยทั่วไปมักเกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่ก็เป็นถ้อยคำที่มักถูกใช้เมื่อต้องจัดการกับคู่แข่งทางการเมืองด้วยเช่นกัน
โฆษกกระทรวงกลาโหมยังกล่าวหาในลักษณะเดียวกันต่อพลเอกหลิว เจิ้นลี่ ซึ่งจนถึงไม่นานมานี้ยังดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิก CMC และเป็นผู้อำนวยการกรมเสนาธิการร่วมของกองทัพด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สื่อมะกันเผย ขายความลับนิวเคลียร์ให้สหรัฐ ต้นตอปลด จาง โหย่วเสีย ผู้นำสูงสุดกองทัพจีน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th