โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พิษสงครามตะวันออกกลาง ฉุดจีดีพีไทยเหลือ 1.3-1.6% เร่งหาทางคว้าโอกาส

เดลินิวส์

อัพเดต 3 มีนาคม 2569 เวลา 0.09 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“นายกฯ” ถกทีมเศรษฐกิจรัฐ-เอกชน ระดมสมองวางมาตรการรองรับสู้รบตะวันออกกลาง กระทบไทยจำกัด เร่งสร้างโอกาสให้ประเทศไทย “สศช.” ประเมินจีดีพีหั่นเหลือ 1.3-1.6% เหตุราคาน้ำมันพุ่ง

วันที่ 2 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยผลประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ได้เชิญหน่วยงานภาครัฐเอกชนเกี่ยวข้องเศรษฐกิจเพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และรับทราบถึงปัญหา รวมทั้งแนวทางรับมือแก้ไขปัญหา ซึ่งได้ใช้เวลาประชุมพอสมควร

โดยได้รับทราบว่า ณ ขณะนี้ ผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นความขัดแย้งภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเทศไทยมีผลกระทบอยู่บ้าง แต่ยังเป็นระดับที่เร่งทำการรับมือ แก้ไข ไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรง และพยายามใช้ทุกวิถีทางสร้างโอกาสให้ประเทศไทย

"ในทุกวิกฤติมีโอกาส พยายามสร้างโอกาสให้ประเทศไทยให้ได้มากที่สุด ซึ่งได้แจ้งตัวแทนภาคเอกชน ประกอบด้วยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้รับทราบสถานการณ์ รับฟังความคิดเห็นข้อชี้แนะแนวทางที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลไทยสนับสนุน"

นายอนุทิน กล่าวว่า ในภาพรวมหารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลัง ได้ประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ถือว่าไม่แน่นอน ทำให้มีผลกระทบต้นทุนค่าขนส่ง ค่าสินค้า ค่าน้ำมันตลาดโลก แต่การผลิตน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกมีสูง ทำให้ราคาสินค้ามีผลกระทบแต่ไม่มากนัก

นอกจากนี้กลุ่มโอเปค ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบขึ้นมา ส่วนไทย ความมั่นคงด้านพลังงานอยู่ในระดับควบคุมสถานการณ์ได้ ได้สำรองพลังงานเชื้อเพลิง และพลังงานต่างๆ ไว้ระดับที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า ได้ดูผลกระทบในทุกมิติ ได้ดูมาตรการองรับระยะสั้น พร้อมวางกลยุทธ์รองรับโลกเปลี่ยนไประยะยาว

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง

  • ด้านพลังงาน การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นสัดส่วน 20% จากน้ำมันทั่วโลกมาจากตรงนั้น ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น เชื่อว่าจะเป็นระยะสั้น ซึ่งปรับลดแล้วราคาพลังงานปรับขึ้นสุทธิเพียง 5% โดยกระทรวงพลังงาน มีมาตรการรองรับ มีกลไกหลายอย่างจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และสามารถมีน้ำมันสำรองเพียงพอ 60 วัน ในระยะสั้นสามารถดูแลไม่ให้ผลกระทบต่อประชาชน และมีเวลาเพียงพอหาตลาดใหม่
  • ด้านการค้า กระทบไม่มาก เพราะได้ส่งออกสินค้าไปตะวันออกลางไม่ถึง 10% และนำเข้า 8% เป็นน้ำมันแต่ทางอ้อม จะกระทบกับค่าระวางเรือที่อาจเพิ่มขึ้น ผลกระทบการขนส่ง โดยนายกฯ มอบหมายกระทรวงพาณิชย์หารือเอกชนรองรับต่อไป
  • ด้านการท่องเที่ยว กระทบทางตรงไม่มาก เพราะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีเพียง 4% ในระยะสั้นจึงไม่มาก แต่เป็นโอกาสระยะยาวในเรื่องการเป็นศูนย์กลางการบินที่มีโอกาสย้ายจากตะวันออกกลางในในภูมิภาคอาเซียน
  • ด้านสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อเกิดความขัดแย้งจะทำให้เงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยไปทองคำ ตอนนี้ขึ้น 2% และเงินเข้าดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยขึ้นมา 17% แต่วันนี้ (2 มี.ค.) รับรายงานว่าตลาดหุ้นไทยตก 2% สะท้อนว่ายังมีเสถียรภาพมาก เช่นเดียวกับทุนสำรองระหว่างประเทศมี 3 แสนล้านดอลลาร์ สามารถรองรับตลาดเงินตลาดทุน รวมทั้งสถาบันการเงินฐานะแข็งแกร่งมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงมาก

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในตรงนี้จะคว้าโอกาสให้ไทยได้อย่างไร โดย นายกฯ อนุทิน ได้ให้การบ้านว่าจะทำอย่างไรให้ไทยคว้าโอกาสทั้งด้านการลงทุนให้เข้ามาเอเชีย อาเซียน และไทย เรื่องการท่องเที่ยว การแพทย์ อาหาร และบทบาทประเทศไทยวางตัวให้เป็นกลางเหมาะสม ให้คว้าโอกาสเชิงเศรษฐกิจได้

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ความขัดแย้งอิสราเอลกับอิหร่าน มีผลกระทบทางตรงจำกัด ทั้งการค้า เพราะมีนำเข้า ส่งออกไม่มาก เป็นทางอิสราเอล 0.2% ของการส่งออกทั้งหมด และส่งออกไปอิหร่านเพียง 0.02% แต่ควรพึ่งระวังเฝ้าระวัง เพราะภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังมีมูลค่าการค้ากับไทย 4-5% ซึ่งเป็นสิ่งควรระวัง

ขณะที่ผลกระทบทางอ้อมเรื่องการขนส่งไปยุโรปจะมีค่าระวางเรือเพิ่ม การเดินเรืออาจต้องอ้อมในเรื่องการขนส่ง โดยกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการ 6 มาตรการดูแลติดตาม เช่น ดูแลราคาสินค้าไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา ,จับตาแหล่งวัตถุดิบนำเข้าพลังงาน จะทำงานร่วมเอกชน หาแหล่งวัตถุดิบใหม่ ,ตั้งศูนย์รับข้อชี้แนะ ให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ การบริหารจัดการโลจิสติกส์ ขนส่งทางเรือ และการบริหารการทำงานร่วมกับทูตพาณิชย์ทั่วโลกให้ติดตามใกล้ชิดและรายงานสถานการณ์การค้า และจัดการได้ทันถ่วงที เพื่อวิเคราะห์เงินเฟ้อ และค่าครองชีพ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ประเมินกระทบต่อเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะทำให้จีดีพีไทยปี 69 ลดลงเหลือ 1.3-1.6% จากกรณีฐานหรือคาดเดิม 2% จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้สถานการณ์เป็นไปได้มากที่สุด คือ สงครามกระจายภูมิภาคตะวันออกกลาง สิ้นสุดใน 1 เดือน อาจมีเรื่องขนส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซ ทะเลแดง เป็นระยะสั้น ราคาน้ำมันจะเพิ่มอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตามถ้ายืดเยื้อมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนขนส่งไม่ได้ กรณีนี้จะกระทบกับซัพพลายเชนทั่วโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกเพิ่มขึ้น 115-125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...