ครม. อนุมัติร่างแก้ไขความตกลง CMIM เสริมเกราะการเงินอาเซียน+3
The Bangkok Insight
อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 10.40 น. • The Bangkok Insightครม. เห็นชอบร่างแก้ไขความตกลง CMIM เสริมเกราะการเงินอาเซียน+3 เพิ่มกลไกช่วยเหลือฉุกเฉิน รับมือวิกฤติโลก
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ร่างความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation : CMIM) ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และอนุมัติการลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพกลไกความร่วมมือทางการเงินของกลุ่ม ASEAN+3 ในการรับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก
การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้มี สาระสำคัญเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศสมาชิก โดยเฉพาะ การเพิ่มกลไกการให้ความช่วยเหลือแบบเร่งด่วน (Rapid Financing Facility) เพื่อช่วยประเทศที่ประสบปัญหาดุลการชำระเงินจากปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เช่น ภัยธรรมชาติหรือโรคระบาด พร้อมปรับปรุงแนวปฏิบัติทางเทคนิคให้ชัดเจนและยืดหยุ่นมากขึ้น อาทิ การต่ออายุความช่วยเหลือก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ และการนิยาม วันทำการ สำหรับธุรกรรมสกุลเงินท้องถิ่น
ทั้งนี้ วงเงินรวมของ CMIM ยังคงเดิมที่ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ และเงินสมทบของประเทศไทย 9,104 ล้านดอลลาร์ โดย ธปท. ได้กันเงินทุนสำรองระหว่างประเทศไว้ตามวงเงินดังกล่าวแล้ว ไม่มีการเพิ่มภาระงบประมาณใหม่ให้กับประเทศ
การปรับปรุงความตกลงครั้งนี้ยังคงเปิดทางให้ประเทศสมาชิกสามารถเลือกสมทบหรือขอรับความช่วยเหลือเป็นสกุลเงินท้องถิ่นตามความสมัครใจ ภายใต้กรอบวงเงินเดิม พร้อมปรับสัดส่วนการเข้าถึงความช่วยเหลือที่ไม่เชื่อมโยงกับโครงการของ International Monetary Fund (IMF) ให้มีความเหมาะสม เพื่อเพิ่มทางเลือกและความรวดเร็วในการดูแลเสถียรภาพการเงินของภูมิภาค
สำหรับการเห็นชอบร่างความตกลง CMIM ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้ จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและการเงินของอาเซียน+3 ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศสมาชิกสามารถเข้าถึงสภาพคล่องได้อย่างเพียงพอในยามฉุกเฉิน และสะท้อนความร่วมมือด้านการเงินที่แน่นแฟ้นของภูมิภาคในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความท้าทายสูง
หลังการลงนามครบทุกภาคี ความตกลงฉบับแก้ไขเพิ่มเติมจะมีผลบังคับใช้ภายใน 7 วัน และจะยกเลิกฉบับเดิมโดยอัตโนมัติ พร้อมเดินหน้ากลไกใหม่เพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'เอดีบี' เผย 'เศรษฐกิจอาเซียนปี 68' โต 4.5% เวียดนามนำโด่ง-ไทยยังรั้งท้าย
- 'ไอเอ็มเอฟ' คงเป้าเศรษฐกิจจีนปี 69 โต 4.5% แนะเร่งปฏิรูปโครงสร้างลดพึ่งพาส่งออก
- นายกฯ สิงคโปร์จ่อแถลงงบปี 69 ปั้นประเทศสู่ 'ฮับ AI โลก' สู้ศึกเศรษฐกิจผันผวน
ติดตามเราได้ที่