“ไต้หวัน” โต้ข้อเสนอ “สหรัฐ” ย้ำเป็นไปไม่ได้ย้ายกำลังผลิตชิป 40% ไปสหรัฐ
รองนายกฯ ไต้หวัน โต้ข้อเสนอสหรัฐ ระบุระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ที่สร้างมานานไม่อาจย้ายออกนอกประเทศได้ แม้พร้อมขยายการลงทุนในสหรัฐ
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.44 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รองนายกรัฐมนตรีไต้หวันและหัวหน้าผู้เจรจาการค้าด้านภาษีศุลกากร ระบุว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะย้ายกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันถึง 40% ไปยังสหรัฐ เพื่อตอบโต้ข้อเสนอจากฝั่งอเมริกันที่ต้องการให้เกิดการโยกย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่
Cheng Li-chiun ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CTS ของไต้หวัน โดยกล่าวว่า ได้ชี้แจงต่อรัฐบาลสหรัฐอย่างชัดเจนว่า ระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันที่สั่งสมมากว่า 10 ปี ไม่สามารถย้ายถิ่นฐานออกไปได้
“ฉันบอกกับสหรัฐอย่างชัดเจนแล้วว่านี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้” เฉิงกล่าว โดยอ้างถึงเป้าหมาย 40% ที่สหรัฐหยิบยกขึ้นมา พร้อมย้ำว่าอุตสาหกรรมชิปของไต้หวันจะยังคงเติบโตและลงทุนในประเทศต่อไป
เธอระบุว่า กำลังการผลิตโดยรวมของไต้หวันจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันไต้หวันก็พร้อมขยายการลงทุนในสหรัฐ แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขว่าฐานการผลิตหลักยังคงปักหลักในไต้หวัน และมีการลงทุนภายในประเทศเพิ่มขึ้นควบคู่กัน
ก่อนหน้านี้Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องดึงการผลิตเซมิคอนดักเตอร์กลับสหรัฐ เนื่องจากไม่สมเหตุสมผลที่ฐานการผลิตหลักของโลกจะตั้งอยู่ห่างจากจีนเพียงราว 80 ไมล์ พร้อมตั้งเป้าว่า ภายในสิ้นสุดวาระรัฐบาลชุดนี้ สหรัฐควรมีส่วนแบ่ง 40% ของกำลังการผลิตชิประดับแนวหน้า
ทั้งนี้ไต้หวันและสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงเมื่อเดือนที่แล้ว ในการลดภาษีนำเข้าสินค้าไต้หวันลงเหลือ 15% จากเดิม 20% และให้ไต้หวันเพิ่มการลงทุนในสหรัฐ
เฉิงย้ำว่าไต้หวันจะไม่ย้ายที่ตั้งของเขตอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ (science parks) แต่ยินดีแบ่งปันประสบการณ์ในการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรม และช่วยสหรัฐพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมชิป
เธอยังแสดงความเชื่อมั่นว่า กำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ทั้งโครงการที่มีอยู่ กำลังก่อสร้าง และอยู่ในแผน ในด้านการผลิตขั้นสูง การแพ็กเกจขั้นสูง และห่วงโซ่อุปทานโดยรวม จะยังสูงกว่าการลงทุนของไต้หวันในสหรัฐหรือประเทศอื่นอย่างมาก
ด้านลัทนิกเคยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า ต้องการดึง 40% ของห่วงโซ่อุปทานและการผลิตชิปของไต้หวันไปยังสหรัฐ และเตือนว่าหากไม่เกิดขึ้น ภาษีนำเข้าจากไต้หวันอาจถูกปรับขึ้นถึง 100% ขณะที่ข้อเสนอให้แบ่งการผลิตแบบ 50-50 ระหว่างสองประเทศ เคยถูกไต้หวันปฏิเสธไปแล้ว
ทั้งนี้ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังลงทุนราว 165,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนทิศทางการขยายฐานการผลิตในต่างประเทศ ควบคู่กับการรักษาฐานหลักในไต้หวัน
อ้างอิง : reuters.com