โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ไต้หวัน” โต้ข้อเสนอ “สหรัฐ” ย้ำเป็นไปไม่ได้ย้ายกำลังผลิตชิป 40% ไปสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 03.14 น.

รองนายกฯ ไต้หวัน โต้ข้อเสนอสหรัฐ ระบุระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ที่สร้างมานานไม่อาจย้ายออกนอกประเทศได้ แม้พร้อมขยายการลงทุนในสหรัฐ

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.44 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รองนายกรัฐมนตรีไต้หวันและหัวหน้าผู้เจรจาการค้าด้านภาษีศุลกากร ระบุว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะย้ายกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันถึง 40% ไปยังสหรัฐ เพื่อตอบโต้ข้อเสนอจากฝั่งอเมริกันที่ต้องการให้เกิดการโยกย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่

Cheng Li-chiun ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CTS ของไต้หวัน โดยกล่าวว่า ได้ชี้แจงต่อรัฐบาลสหรัฐอย่างชัดเจนว่า ระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันที่สั่งสมมากว่า 10 ปี ไม่สามารถย้ายถิ่นฐานออกไปได้

“ฉันบอกกับสหรัฐอย่างชัดเจนแล้วว่านี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้” เฉิงกล่าว โดยอ้างถึงเป้าหมาย 40% ที่สหรัฐหยิบยกขึ้นมา พร้อมย้ำว่าอุตสาหกรรมชิปของไต้หวันจะยังคงเติบโตและลงทุนในประเทศต่อไป

เธอระบุว่า กำลังการผลิตโดยรวมของไต้หวันจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันไต้หวันก็พร้อมขยายการลงทุนในสหรัฐ แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขว่าฐานการผลิตหลักยังคงปักหลักในไต้หวัน และมีการลงทุนภายในประเทศเพิ่มขึ้นควบคู่กัน

ก่อนหน้านี้Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องดึงการผลิตเซมิคอนดักเตอร์กลับสหรัฐ เนื่องจากไม่สมเหตุสมผลที่ฐานการผลิตหลักของโลกจะตั้งอยู่ห่างจากจีนเพียงราว 80 ไมล์ พร้อมตั้งเป้าว่า ภายในสิ้นสุดวาระรัฐบาลชุดนี้ สหรัฐควรมีส่วนแบ่ง 40% ของกำลังการผลิตชิประดับแนวหน้า

ทั้งนี้ไต้หวันและสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงเมื่อเดือนที่แล้ว ในการลดภาษีนำเข้าสินค้าไต้หวันลงเหลือ 15% จากเดิม 20% และให้ไต้หวันเพิ่มการลงทุนในสหรัฐ

เฉิงย้ำว่าไต้หวันจะไม่ย้ายที่ตั้งของเขตอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ (science parks) แต่ยินดีแบ่งปันประสบการณ์ในการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรม และช่วยสหรัฐพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมชิป

เธอยังแสดงความเชื่อมั่นว่า กำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ทั้งโครงการที่มีอยู่ กำลังก่อสร้าง และอยู่ในแผน ในด้านการผลิตขั้นสูง การแพ็กเกจขั้นสูง และห่วงโซ่อุปทานโดยรวม จะยังสูงกว่าการลงทุนของไต้หวันในสหรัฐหรือประเทศอื่นอย่างมาก

ด้านลัทนิกเคยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า ต้องการดึง 40% ของห่วงโซ่อุปทานและการผลิตชิปของไต้หวันไปยังสหรัฐ และเตือนว่าหากไม่เกิดขึ้น ภาษีนำเข้าจากไต้หวันอาจถูกปรับขึ้นถึง 100% ขณะที่ข้อเสนอให้แบ่งการผลิตแบบ 50-50 ระหว่างสองประเทศ เคยถูกไต้หวันปฏิเสธไปแล้ว

ทั้งนี้ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังลงทุนราว 165,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนทิศทางการขยายฐานการผลิตในต่างประเทศ ควบคู่กับการรักษาฐานหลักในไต้หวัน

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...