โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช่างซ่อมเครื่องยนต์รถ เสียชีวิตปริศนา ถูก ไม้หนีบคอ คากอไผ่

Khaosod

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ช่างซ่อมเครื่องยนต์รถ เสียชีวิตปริศนา ถูก ไม้หนีบคอ คากอไผ่ ตร.เร่งหาสาเหตุ หลังพบร่องรอยต่อสู้และมีแผลที่ท้าทอย

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2569 ร.ต.ท.ทรงเกียรติ จรรยาศรี รอง สว. (สอบสวน )สภ.เมืองหนองบัวลำภู รับแจ้งเหตุศูนย์วิทยุ 191 พบศพชายเสียชีวิตข้างกอไผ่ ใกล้กระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน จึงประสานแพทย์เวร ตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ออกตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมนาท้ายหมู่บ้านสว่างอำนวย หมู่ที่เจ็ด ตำบลนาคำไฮ อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู พบศพผู้ตายทราบชื่อภายหลังคือ นายศักดิ์สุรีย์ หรือเล่ สายวรรณ์ อายุ 42 ปี อาชีพรับจ้างซ่อมเครื่องยนต์ชนิดต่างๆ นอนหงายพิงกับกอไผ่ สภาพศพถูกไม้ไผ่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 นิ้ว ยาวประมาณ 1.5 เมตร ขัดอยู่กับกอไผ่ ส่วนปลายหนีบลำคอผู้ตายไว้แน่น

โดยบริเวณดังกล่าวมีกระท่อมหลังนึงปลูกอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ อีกฝั่งด้านข้างกระท่อมนาห่างจากจุดที่ผู้ตายเสียชีวิตประมาณ 6 เมตร พบรถจักรยานยนต์ชนิดพ่วงข้าง ในกระบะรถ มีกล่องพลาสติกใบใหญ่วางอยู่ ด้านบนมีเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายไหล่ มีล้อรถจักรยานยนต์เก่าจำนวน 3 ล้อวางอยู่ด้านบน บริเวณรอบรถมีร่องรอยสิ่งของกระจัดกระจาย คล้ายมีการต่อสู้หรือฉุดกระชากลากถูกัน

ใกล้กับร่างผู้ตายพบกิ่งไม้แห้งมีรอยเลือดติดอยู่ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พบกระเป๋าแบบคาดอกตกอยู่ ภายในพบบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ใช่ของผู้ตาย ห่างออกมาจากรถสามล้อพ่วงข้าง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมวัตถุพยานต่างๆหลาย 10 ชิ้น หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมวัตถุพยานที่ปรากฏทั้งหมดแล้วจึงอนุญาตให้แพทย์เวรเข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ

พบว่าผู้ตายมีรอยเลือดคล้ำดำ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วกว่า 24 ชั่วโมง แพทย์ตรวจพบบาดแผลถูกทุบศีรษะด้านหลังเลยท้ายทอยขึ้นมาเล็กน้อย 2 -3 แผล เลือดไหลนอง บริเวณลำคอด้านหน้ามีรอยช้ำจากรอยไม้หนีบ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายคงเกิดทะเลาะวิวาทกับบุคคลอื่น ในบริเวณที่เกิดเหตุแล้วเกิดการต่อสู้ ผลักไสกัน ผู้ตายสู้ไม่ได้พยายามหนีจึงถูกทุบที่ศีรษะด้านหลัง แล้วถูกฆาตกรลากไปพิงไว้กับกอไผ่ ก่อนจะใช้ลำไม้ไผ่ขัดกับกอไผ่หนีบลำคอผู้ตายทิ้งไว้ก่อนจะหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่พลิกศพ ตรวจบริเวณลำตัวและแขนขา พบมีร่องรอยถลอกเล็กน้อย แต่ไม่มีแผลฉกรรจ์แต่อย่างใด คาดว่าแผลที่ทำให้เสียชีวิตคือ บริเวณถูกทุบที่ท้ายทอย ส่วนบน ร่วมกับถูกไม้หนีบที่คอ แต่ยังตรวจพิสูจน์ไม่ได้ ว่าถูกทุบจนตายก่อน หรือถูกทุบสลบ แล้วถูกฆาตกรใช้ไม้หนีบคอจนเสียชีวิต

นางพิสมัย อายุ 61 ปี เล่าว่า ที่ดินบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นที่ของน้องชาย ชื่อนายทองใส ส่วนที่ของตนอยู่ถัดไป ทุกวันจะเดินจากบ้านผ่านมาทางนี้ เพื่อไปเก็บผักที่สวน ที่อยู่ติดกัน วันนี้ผ่านมาประมาณ 17:00 น. หันไปเห็นคนตาย ทีแรกคิดว่าเป็นคนเมาเหล้า นั่งพิงกอไผ่ จึงไปเรียกหลานชายมาดู พบว่าเสียชีวิต จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านทราบ ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป

สำหรับกระท่อม ใกล้จุดเกิดเหตุนั้น น้องชายนายทองใส จะมาอยู่ประจำ และเห็นมีพรรคพวกแวะมาดื่มกินกันอยู่เป็นประจำเเทบทุกวัน แต่ใครบ้างนั้นตนจำไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้เข้าไปดูใกล้ชิดมักจะเดินมองอยู่บนถนนซึ่งห่างไปหลาย 10 เมตรรู้แต่ว่ามีคนมามั่วสุมดื่มกินเป็นประจำ

ต่อมา นางใหม่ ภรรยาของผู้ตาย เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุร้องไห้ ด้วยความเสียใจ พร้อมเล่าว่า ช่างเล่ ทะเลาะกับแม่ยาย คือมารดาของตนเมื่อสองวันก่อน จึงออกจากบ้านมา โดยไม่ได้บอกว่าไปไหน ตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อหามาสองวันแล้ว ก็ไม่ยอมรับสาย จนมาทราบข่าวว่าถูกฆ่าตายทิ้งศพไว้ที่บ้านสว่างอำนวยนี่เอง

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน จะส่งศพไปผ่านพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ในส่วนของผู้ก่อเหตุลงมือฆ่านายศักสุรีย์ หรือช่างเร่ ตำรวจหน่วยสืบสวนจะดำเนินการต่อไป สำหรับผู้ตายนั้นมีประวัติเสพยาเสพติดและดื่มเหล้า บางครั้งเคยเกิดอาการหลอน จนแก้ผ้าเดินอยู่ตามถนนถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไปบำบัดที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภูหลายครั้งแล้ว ล่าสุดเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อรักษาบำบัดอาการทางจิต และรับยาจิตเวชของโรงพยาบาลหนองบัวลำภูเป็นประจำ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ช่างซ่อมเครื่องยนต์รถ เสียชีวิตปริศนา ถูก ไม้หนีบคอ คากอไผ่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...