โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พนง.โรงแรมสุดทน คู่รักต่างชาติเริงรักหน้าศาลพระภูมิ เลยฉีดน้ำไล่

สยามนิวส์

เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 07.21 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณศาลพระภูมิ หน้าโรงแรมดรีม โฮเต็ล ถนนพัทยาสายสอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณศาลพระภูมิ หน้าโรงแรมดรีม โฮเต็ล ถนนพัทยาสายสอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อพูดคุยกับ พนักงานโรงแรมชาวกัมพูชา ผู้ถ่ายคลิปเหตุการณ์คู่รักชาวต่างชาติแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมภายในซอกพุ่มไม้ข้างศาลพระภูมิของโรงแรม โดยไม่เกรงสายตาผู้พบเห็น ก่อนจะเกิดเหตุโต้เถียงและถูกฝ่ายชายไล่ทำร้ายร่างกาย

พนักงานโรงแรมชาวกัมพูชา ให้ข้อมูลว่า เหตุเกิดช่วงกลางคืนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะตนปฏิบัติหน้าที่รดน้ำต้นไม้บริเวณหน้าโรงแรม เมื่อเดินมาถึงซอกกระถางต้นไม้หน้าศาลพระภูมิ พบชายหญิงชาวต่างชาติกำลังมีเพศสัมพันธ์กันอย่างโจ่งแจ้ง ไม่สนใจสายตาผู้คนที่สัญจรไปมา ตนจึงใช้สายยางฉีดน้ำเพื่อให้ทั้งคู่หยุดพฤติกรรม และตักเตือนให้รีบลุกออกจากพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายชายเกิดความไม่พอใจ รีบสวมเสื้อผ้าแล้วปรี่เข้ามาทำร้ายตน ก่อนจะหลบหนีไป ตนจึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรมรายอื่น พร้อมแจ้งให้ช่วยติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นจึงย้อนกลับมาอัดคลิปและต่อว่าคู่รักดังกล่าว พร้อมขอให้ออกจากพื้นที่โรงแรม ยืนยันว่าทั้งสองไม่ใช่ลูกค้าที่เข้าพักแต่อย่างใด

พนักงานโรงแรมชาวกัมพูชา ยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เคยพบถุงยางอนามัยถูกทิ้งไว้บริเวณใกล้ศาลพระภูมิ อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวเดิมทีไม่มีไฟส่องสว่าง ทำให้มักมีบุคคลเข้ามาปัสสาวะหรือกระทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมอยู่เป็นประจำ โดยในคืนเกิดเหตุพบว่าคู่รักได้นำเสื่อมาปูบนพื้น และจุดเทียนไขเพื่อสร้างบรรยากาศ ขณะพื้นที่ตอนนั้นยังอยู่ในสภาพมืด

ภายหลังเกิดเหตุ ทางโรงแรมได้ติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติมบริเวณศาลพระภูมิและศาลตายาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก นายเพียะตรา กล่าวทิ้งท้ายว่า มองว่าการกระทำของคู่รักเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ยืนยันว่าการอัดคลิปไม่ได้มีเจตนาประจาน แต่ต้องการสะท้อนให้เห็นว่าสถานที่ดังกล่าวไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าหากเป็นการถ่ายคลิปเพื่อสร้างคอนเทนต์เผยแพร่บนโลกออนไลน์ อาจสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศอย่างรุนแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...