กระทิงป่าวังน้ำเขียวพุ่งขวิด ชายวัย 56 ปีดับคาสวน
เหตุสะเทือนขวัญกลางวังน้ำเขียว กระทิงป่าออกนอกเขตเขาแผงม้า พุ่งทำร้ายชายวัย 56 ปีเสียชีวิต ภรรยาและลูก 3 คนช็อก วอนรัฐเร่งแก้ปัญหาคน–สัตว์ป่าก่อนสูญเสียซ้ำ
17 มกราคม 2569 - ความคืบหน้ากรณีชายวัย 56 ปี ถูกกระทิงป่าพุ่งเข้าทำร้ายเสียชีวิตในพื้นที่หมู่ 7 บ้านไทรทอง ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้านในพื้นที่
พ.ต.อ.อลงกรณ์ คลังเงิน ผกก.สภ.วังน้ำเขียว รับแจ้งเหตุจากหน่วยกู้ภัย ฮุก31 จุดไทยสามัคคี จึงประสานเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุภายในป่าซึ่งอยู่ติดสวนของชาวบ้าน
แพทย์ชันสูตรระบุ ผู้เสียชีวิตมีซี่โครงหักรวม 13 ซี่ และบาดแผลศีรษะจากแรงกระแทกรุนแรง บริเวณเกิดเหตุพบร่องรอยกระทิงจำนวนมาก ทั้งรอยเท้าและมูล สอดคล้องข้อมูลว่าเป็นเส้นทางหากินของกระทิงที่ออกนอกพื้นที่เป็นประจำ
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้ามีพื้นที่ราว 5,000 ไร่ ขณะที่จำนวนกระทิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดมีประมาณ 500 ตัว ส่งผลให้บางส่วนกระจายออกมาหาอาหารในพื้นที่รอบนอก มักพบเป็นฝูง 20–30 ตัว และมีพฤติกรรมดุร้ายเมื่อเผชิญหน้ากับคน
บรรยากาศที่วัดบุเจ้าคุณ ต.วังหมี ซึ่งตั้งศพบำเพ็ญกุศล เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ภรรยาผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กร่ำไห้หนัก เหตุเกิดในช่วงวันครู ต้องสูญเสียเสาหลักครอบครัวอย่างกะทันหัน เหลือลูก 3 คนให้ดูแล
นางสาวบังอร ธิมาดี ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุสามีออกไปเก็บพุทราและนมสดข้างบ้านกับเพื่อน จากนั้นหายไปนานกว่า 2 ชั่วโมง เมื่อออกตามหาจึงพบว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่เคยเตือนให้ระวังกระทิงซึ่งเข้ามาใกล้สวนและหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง
ขณะที่นางสาวรัตติยาภรณ์ ธิมาดี บุตรสาวผู้เสียชีวิต เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างจริงจัง หลังพบกระทิงออกหากินในหมู่บ้านและสวนเป็นประจำ เคยเกิดเหตุรถชนและกระทิงพุ่งชนรถหลายครั้ง สร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน
ทั้งนี้ จากการพื้นที่พบว่า ในช่วงเช้ายังมีกระทิงออกนอกเขต เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า และแนว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทั้งแบบเป็นฝูงราว 20 ตัว และกระทิงโทนหากินเดี่ยว ก่อนทยอยกลับเข้าป่าในช่วงสาย สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง