โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดปากมืออุ้ม รุทธ์ ผู้จัดการ วินาทีลากขึ้นรถ ก่อนกลายเป็นศพ ยังซื้อข้าวให้กิน

Thaiger

อัพเดต 6 มีนาคม 2569 เวลา 17.50 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

อัปเดตคดีสะเทือนขวัญ! อุ้มฆ่าผู้จัดการ เผาที่ลพบุรี ตำรวจรวบ “สรวี-เบน” โยงคดีอุ้มฆ่า “รุ” พร้อมเปิดใจ “เผ่า” หนึ่งในทีมอุ้ม ยันรับจ้างแค่พาตัว ไม่รู้เห็นการตาย

คดีการหายตัวไปของ นายรุทธ์ หรือ ท็อป ซึ่งต่อมาพบว่าถูกอุ้มฆ่าและเผาอำพรางศพที่จังหวัดลพบุรี ล่าสุดมีความคืบหน้าครั้งสำคัญครับ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญได้เพิ่มเติมในช่วงกลางดึกของวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา นั่นคือ “นายสรวี” และ “นางสาวเบน” ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นผู้บงการเบื้องหลังเหตุการณ์สุดอุกอาจครั้งนี้

ทั้งนี้จากการสอบปากคำผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วน และพบความเชื่อมโยงถึงมูลเหตุบางส่วนอันน่าเชื่อว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัว

คดีนี้เป็นที่จับตามองอย่างมากเพราะคนร้ายก่อเหตุอุ้มเหยื่อกลางกรุงย่านรัชดาภิเษกในช่วงเช้าตรู่ ซึ่งถือเป็นการท้าทายกฎหมายอย่างยิ่ง ทางด้านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ “ผู้การแต้ม” อดีตตำรวจมือปราบชื่อดัง ได้วิเคราะห์ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุที่ลงมืออุ้มนั้นไม่ใช่ทีมมืออาชีพ เพราะมีการรวมตัวกันอย่างหลวมๆ และทิ้งเบาะแสมากมาย เช่น การพากันไปนั่งกินข้าวในที่สาธารณะหลังก่อเหตุ

ผู้การแต้มมองว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือ “ผู้บงการ” ต้องเป็นบุคคลที่กว้างขวางและมีอิทธิพลพอสมควร ถึงกล้าสั่งการให้เกิดเหตุอุกอาจเช่นนี้ได้ คาดเดาว่าแรงจูงใจอาจมาจากความแค้นส่วนตัว อย่างประเด็นชู้สาว และการถูกหยามเกียรติ ซึ่งสอดคล้องกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่าง ผู้ตาย, “จีน่า” (หญิงสาวคนสนิทของรุ) และ “สรวี” (ผู้ต้องสงสัยที่เคยมีความสัมพันธ์กับจีน่ามาก่อน)

สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาทีมอุ้มฆ่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 8 คนในข้อหา “ร่วมกันข่มขืนใจและกักขังหน่วงเหนี่ยว” โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 7 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นทีมปฏิบัติการอุ้มตัวผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน คือ ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ เงินศรีชัย อายุ 48 ปี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ว่าจ้างทีมอุ้ม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหลบหนี โดยมีข้อมูลว่าอาจหลบหนีข้ามชายแดนไป สปป.ลาว

ล่าสุด รายการ “พุทธ Talk” ได้เปิดเผยคำให้การแบบเอ็กซ์คลูซีฟของ “เผ่าทอง” หนึ่งในทีมที่รับจ้างไปอุ้มนายรุทธ์(ปัจจุบันได้รับการประกันตัวแล้ว) เผ่าทองออกมายอมรับว่าเขาร่วมอยู่ในทีมอุ้มจริง ได้รับค่าจ้าง 24,000 บาท แต่ยืนยันเสียงแข็งว่า “ไม่รู้เห็นและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายหรือฆาตกรรมคุณรุแต่อย่างใด”

เผ่าทองเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ให้ฟังว่า ได้รับการติดต่อผ่าน “วีรวิทย์” (ถูกจับกุมแล้ว) ให้ไปทำหน้าที่อุ้มคุณรุเพื่อพาไปพูดคุยเจรจาธุรกิจ โดยไม่มีการพูดถึงการทำร้ายร่างกาย มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ลอบติด GPS ไว้ที่รถเหยื่อก่อนหน้านั้น แล้วให้ทีมอุ้มขับรถสะกดรอยตามดูพฤติกรรมอยู่ประมาณ 5 วันก่อนลงมือจริง

ในวันเกิดเหตุ ทีมงานตัดสินใจขับรถชนท้ายรถของคุณรุเพื่อสร้างสถานการณ์อุบัติเหตุ บีบให้นายรุทธ์ลงจากรถ เมื่อลงมา เผ่าทองอ้างว่าเขาเข้าไปพูดคุยดีๆ เพื่อเชิญตัวขึ้นรถ ซึ่งนายรุทธ์ก็ยอมตามไปโดยไม่ได้ขัดขืนรุนแรงหรือถูกพันธนาการใดๆ

ระหว่างทางบนรถ มีคำสั่งจากผู้จ้างวานให้เช็กโทรศัพท์มือถือของนายรุทธ์เพื่อค้นหา “คลิปวิดีโอ” บางอย่าง ซึ่งเผ่าทองอ้างว่าเจอคลิปของนายรุทธ์กับผู้หญิง 4 คน (ไม่ซ้ำหน้า) ในเครื่อง

เมื่อพาตัวนายรุทธ์ไปถึงบ้านพักย่านบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เผ่าทองยังเป็นคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปซื้อข้าวและกาแฟมาให้ทาน

หลังจากนั้น เผ่าทองอ้างว่าเขาได้ยินคนในทีมพูดว่า “ให้รอเจ๊ก่อน” เขาจึงขอตัวกลับออกมาก่อนเพราะต้องไปทำงานต่อ ทำให้เขาไม่รู้เหตุการณ์หลังจากนั้น และไม่รู้ว่านายรุทธ์เสียชีวิตและถูกนำศพไปเผาที่ลพบุรีได้อย่างไร

ทั้งนี้ “เจ๊” ที่เผ่าทองพูดถึง หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงกับ “เบน” ผู้ต้องหาหญิงที่ถูกจับกุมพร้อมกับสรวีหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเพื่อขยายผล

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักกับ “สรวี” หลายข้อหา เช่น เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ซ่อนเร้นอำพรางศพ, กักขังหน่วงเหนี่ยว, และปล้นทรัพย์ แต่ในทางกฎหมาย สรวีและเบนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...