โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ถอดบทเรียนพระราม 2 โครงเหล็กถล่มซ้ำ เปิดแผลใหญ่รัฐไร้น้ำยา คุมผู้รับเหมาเหลว

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถนนพระราม 2 กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “โครงการก่อสร้างที่ไม่มีวันจบ” และ “ความเสี่ยงที่ประชาชนต้องแบกรับ” หลังเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำอีกครั้ง เมื่อโครงเหล็กติดตั้งสะพาน (Launching Gantry) ของโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ตอน 7 ร่วงถล่มทับรถประชาชน เสียชีวิตทันที 2 ราย บาดเจ็บหลายราย บนเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจรทุกวัน

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำภาพลักษณ์ ‘ถนนเจ็ดชั่วโคตร’ ที่สร้างไม่เสร็จเสียที แต่ยังลากไส้ให้เห็นถึง ‘ความล้มเหลว’ ของมาตรการคุมเข้มผู้รับเหมาที่ภาครัฐพยายามป่าวประกาศให้เห็นมาตลอดหลายปี

ประเด็นที่น่าจับตาและกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือชื่อของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD “บิ๊กรับเหมาเจ้าเดิม” ที่ปรากฏอยู่ในสัญญาที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่เพิ่งเกิดเหตุสลดเครนถล่มทับรถไฟที่อำเภอสีคิ้วไปเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น

คำถามที่สังคมส่งแรงกระแทกกลับไปยังกระทรวงคมนาคมคือ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ และมาตรการ ‘ตัดแต้ม-ลดชั้น’ มีผลบังคับใช้จริงหรือไม่หรือเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียวที่ไร้สภาพบังคับต่อกลุ่มทุนรับเหมาขนาดใหญ่ ที่อาจมีเครือข่ายคอนเน็กชั่นฝังรากลึกในบิ๊กโปรเจ็กต์ของรัฐ

เหตุที่เกิดขึ้นล่าสุด นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ได้ลงพื้นที่บนถนนพระราม 2 เพื่อตรวจสอบอุบัติเหตุเครนถล่มทันที เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งจัดการพื้นที่เพื่อให้การจราจรกลับสู่ภาวะปกติ และเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ดีได้ระดมเครนขนาด 550 ตัน จำนวน 2 คัน พร้อมเครื่องจักรเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งยกโครงเหล็กติดตั้งสะพานที่มีน้ำหนักมากออกจากรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ภายในรถออกจากที่เกิดเหตุให้ได้เร็วที่สุด พร้อมทั้งสั่งหยุดงานก่อสร้างในโครงการนี้ทันที เพื่อตรวจสอบสาเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย

ท่ามกลางการเร่งกู้พื้นที่และสั่งหยุดงานก่อสร้างชั่วคราว คำถามสำคัญไม่ได้อยู่แค่ “ใครผิด” แต่คือ “ระบบกำกับความปลอดภัยของโครงการรัฐล้มเหลวตรงไหน และจะแก้ซ้ำซากนี้อย่างไรไม่ให้ประชาชนต้องเสี่ยงชีวิตบนถนนอีกต่อไป”

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า อุบัติเหตุครั้งใหญ่ดังกล่าวเกิดจากโครงเหล็กติดตั้งสะพานร่วงหล่นทับรถยนต์ประชาชนเสียหาย 2 คัน มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ 2 ราย

โดยงานก่อสร้างดังกล่าวอยู่ในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (ตอน 7) บริเวณ กม. 30 ถนนพระราม 2 มูลค่าสัญญากว่า 1,800 ล้านบาท โดยมีบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เป็นผู้รับจ้าง

ผ่า 10 สัญญา มอเตอร์เวย์บ้านแพ้ว

สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้วช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ซึ่งแบ่งการดำเนินการเป็น 10 ตอน มีระยะทางรวม 16.4 กม. วงเงินก่อสร้าง 18,759 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน และมีแผนเปิดให้บริการในปี 2568 ดังนี้

  • ตอน 1 ระยะทาง 2.17 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง บริษัท อุดมศักดิ์เชียงใหม่ จำกัด มูลค่างาน 1,757 ล้านบาท
  • ตอน 2 ระยะทาง 2.19 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า กรุงธน-ไทย มูลค่างาน 1,861 ล้านบาท
  • ตอน 3 ระยะทาง 1.06 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า วีเอ็น มูลค่างาน 1,910 ล้านบาท
  • ตอน 4 ระยะทาง 1.26 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ จำกัด มูลค่างาน 1,876 ล้านบาท
  • ตอน 5 ระยะทาง 1.66 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง บริษัท บางแสนมหานคร จำกัด มูลค่างาน 1,903 ล้านบาท
  • ตอน 6 ระยะทาง 1.10 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า ยูเอ็น-เอเอสไอ มูลค่างาน 1,865 ล้านบาท
  • ตอน 7 ระยะทาง 1.43 กิโลเมตร พร้อมสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน มูลค่างาน 1,868 ล้านบาท ผู้รับจ้าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
  • ตอน 8 ระยะทาง 2.15 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า ซีซีเอสพี-เดอะซีอีซี มูลค่างาน 1,910 ล้านบาท
  • ตอน 9 ระยะทาง 2.14 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า ซีเอ็มซี-ทีบีทีซี มูลค่างาน 1,859 ล้านบาท
  • ตอน 10 ระยะทาง 1.13 กิโลเมตร ผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้า เอส.เค. มูลค่างาน 1,946 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาไทม์ไลน์อุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่ามีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สะพานถล่ม เครนล้ม วัสดุก่อสร้างร่วงใส่รถประชาชน ไปจนถึงเหตุคนงานเสียชีวิตจำนวนมาก สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างด้านความปลอดภัยที่ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างจริงจัง

ย้อนไทม์ไลน์อุบัติเหตุบน ‘ถนนพระราม 2’

  • วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 เกิดเหตุสะพานกลับรถถล่ม เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 3 ราย
  • วันที่ 22 มกราคม 2566 เกิดเหตุรถเครนของโครงการก่อสร้างยกระดับล้มขวางถนน เศษปูนร่วงใส่รถ ปชช.
  • วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เกิดเหตุน้ำปูนหล่นใส่รถ ปชช. ทำให้มองไม่เห็นทาง
  • วันที่ 7 พฤษภาคม 2566 เกิดเหตุรถเครนก่อสร้างล้มขวางถนน (การจราจรอัมพาต ปิดถนนช่องจราจรฝั่งขาออก กทม. ครึ่ง ชม.)
  • วันที่ 7 พฤษภาคม 2566 เกิดเหตุแท่นปูนก่อสร้าง หล่นลงมาทับคนงาน เสียชีวิต 1 ศพ และรถยนต์เสียหายจากเศษปูนหล่นและเฉี่ยวชนกัน 4 คัน
  • วันที่ 18 มกราคม 2567 สลิงรถเครนยกกระเช้าคนงานขาด เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 1 ราย
  • วันที่ 14 เมษายน 2567 เกิดเหตุการณ์นั่งร้านก่อสร้างตอม่อทางยกระดับ ถนนพระราม 2 (ขาเข้า) บริเวณ กม. 27+500 ตำบลมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ล้มฟาดบนช่องทางด่วนกีดขวางการจราจร
  • วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 มีเหตุการณ์เศษแผ่นเหล็กจากโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ร่วงหล่นใส่ เสียบทะลุรถ ปชช.
  • วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เกิดเหตุการณ์คานปูนและเครนเหล็ก (ทรัส) ก่อสร้างทางยกระดับโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (มอเตอร์เวย์สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว) บนถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร ถล่มลงมาในช่วงเช้ามืด ทำให้คนงานเสียชีวิต 5 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
  • วันที่ 31 สิงหาคม 2568 เกิดอุบัติเหตุรถเครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ล้มขณะยกเหล็ก ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย และกระทบไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กรมทางหลวงเข้าแก้ไขสถานการณ์ เร่งเปิดการจราจรได้ และสั่งผู้รับเหมา หยุดงาน 3 วัน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย
  • วันที่ 15 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุโครงเหล็กติดตั้งสะพานร่วงหล่นทับรถยนต์ประชาชนเสียหาย 2 คัน มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ 2 ราย ซึ่งอยู่ในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (ตอน 7) บริเวณ กม. 30

นอกจากนี้ยังพบว่า บริษัทอิตาเลียนไทยฯ ยังเป็นผู้รับจ้างรายเดิมในนามกิจการร่วมค้าไอทีดี-วีซีบี (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด) ที่ชนะการประมูลก่อสร้างงานโยธาสัญญาที่ 3 ในโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ

โครงการดังกล่าวเป็นแนวเส้นทางยุทธศาสตร์ลงภาคใต้เชื่อมต่อถนนพระราม 2 ของกรมทางหลวงด้วย และเมื่อปี 2567 เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้นบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ยังเป็นผู้รับจ้างรายเดิม ที่ชนะการประมูลก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา สัญญาที่ 3 – 4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และกุดจิก – โคกกรวด เกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 32 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบอุบัติเหตุรายกรณี แต่ขยายไปสู่คำถามเชิงนโยบายว่า มาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” การตัดแต้ม ลดชั้น และบทลงโทษเชิงสัญญา มีน้ำหนักเพียงพอในการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้รับเหมาหรือไม่ รวมถึงความเข้มงวดของหน่วยงานรัฐในการกำกับมาตรฐานความปลอดภัยบนโครงการที่เปิดใช้งานควบคู่กับการก่อสร้าง

โศกนาฏกรรมครั้งนี้จึงอาจเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่สังคมต้องผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบกำกับโครงการก่อสร้างภาครัฐอย่างจริงจัง ตั้งแต่การคัดเลือกผู้รับเหมา การตรวจสอบอิสระด้านความปลอดภัย การเปิดเผยข้อมูลสัญญา ไปจนถึงบทลงโทษที่มีผลในทางปฏิบัติ เพื่อไม่ให้ถนนสายเศรษฐกิจหลักของประเทศ กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อชีวิตประชาชนอย่างต่อเนื่องอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...