“ชวน” ลุยแม่กลอง ตลาดร่มหุบ ปลุกศรัทธาประชาธิปัตย์ ชูนโยบายผู้สูงอายุ 1,000 บาท
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 พรรคประชาธิปัตย์ นำคณะผู้สมัครลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเลือกตลาดแม่กลองและตลาดร่มหุบ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม เป็นจุดพบปะประชาชน สร้างบรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมแนะนำผู้สมัครของพรรคในพื้นที่ หวังตอกย้ำภาพลักษณ์การเมืองสุจริตและนโยบายที่ทำได้จริง
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายชวนได้ร่วมกับ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 25 และนายเศรษฐ์สิริ ลักขณาอุดมเลิศ หรือ “เก่ง” ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสมุทรสงคราม เบอร์ 3 เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนตลอดแนวตลาดแม่กลองและตลาดร่มหุบ โดย น.ส.รังสิมา อดีต สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ 5 สมัย ทำหน้าที่ต้อนรับและพานายชวนพบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด
บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น มีประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้ามามอบดอกกุหลาบ ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และแสดงความผูกพันด้วยการเข้าสวมกอดเพื่อให้กำลังใจ พร้อมกล่าวเชิญชวนให้นายชวนกลับมามีบทบาทสำคัญทางการเมืองอีกครั้ง สะท้อนฐานเสียงเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังคงเหนียวแน่นในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง
จากนั้น นายชวนได้ขึ้นรถปราศรัย กล่าวสรุปว่า เส้นทางการทำงานทางการเมืองของตน ตั้งแต่การตัดสินใจเข้าสู่การเมืองแม้จบการศึกษาเนติบัณฑิต เพราะต้องการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน โดยยกตัวอย่างผลงานในอดีต อาทิ การผลักดันแก้ไขกฎหมายเพื่อลดค่าครองชีพ ทำให้ราคาข้าวสารถูกลง รวมถึงการริเริ่มโครงการสำคัญในช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และโครงการเงินกู้เพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งยังคงเป็นประโยชน์ต่อประชาชนจนถึงปัจจุบัน
นายชวน ยังกล่าวถึงนโยบายในอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ โดยยืนยันเป้าหมายผลักดันเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในอัตรา 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ชี้เป็นนโยบายที่สามารถดำเนินการได้จริง ไม่ใช่การสร้างความหวังลม ๆ แล้ง ๆ พร้อมขอแรงสนับสนุนจากชาวสมุทรสงครามให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 และเลือกผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต เบอร์ 3 เพื่อให้จังหวัดมีผู้แทนเข้าสภา 2 คน ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน
ช่วงท้าย นายชวน ได้เน้นย้ำจุดยืนการเมืองสุจริต ขอร้องประชาชนอย่าเลือกผู้สมัครที่ใช้การซื้อเสียง เพราะจะนำไปสู่วงจรอุบาทว์ของการทุจริต ตั้งแต่การถอนทุนคืนของนักการเมืองไปจนถึงคอร์รัปชันในระบบราชการ โดยย้ำว่าการตัดวงจรดังกล่าวต้องเริ่มจากการตัดสินใจของประชาชนในคูหาเลือกตั้ง ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดราชบุรี เพื่อปฏิบัติภารกิจทางการเมืองตามกำหนดการต่อไป