อาเซียนผนึกกำลังรุกตลาดเฟอร์นิเจอร์โลก ปรับกลยุทธ์ชูงานดีไซน์-ความยั่งยืนดันมูลค่าแตะ 1.6 ล้านล้าน
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปรับโครงสร้างจากรับจ้างผลิตสู่ห่วงโซ่คุณค่าสูง เปลี่ยนผ่านจากฐานผลิตต้นทุนต่ำ สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมการออกแบบระดับสากล คาดมูลค่าตลาดภูมิภาคเติบโตเท่าตัวสู่ 4.57 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2573 โดยมีไทย-เวียดนาม-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย เป็นแกนหลักส่งออก 90%
19 กุมภาพันธ์ 2569 - อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในภูมิภาคอาเซียนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ จากเดิมที่เน้นการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) และความได้เปรียบด้านต้นทุน ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) ผ่านการออกแบบและนวัตกรรมวัสดุ ข้อมูลสถิติระบุว่าตลาดเฟอร์นิเจอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่าสูงถึง 22.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และมีแนวโน้มขยายตัวสู่ 45.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573
เคลี ลิม ผู้จัดการทั่วไปของ Malaysia International Furniture Fair (MIFF) วิเคราะห์ว่า ภายใต้บริบทการค้าโลกที่ซับซ้อนขึ้น "ขนาดการผลิต" เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับภูมิภาคสู่ห่วงโซ่คุณค่าที่สูงกว่าเดิม โดยใช้จุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ตั้งแต่งานฝีมือพรีเมียมในไทยไปจนถึงฐานการผลิตขนาดใหญ่ในเวียดนาม
“วันนี้ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของภูมิภาคเราไม่ได้วัดความสามารถกันเพียงแค่กำลังการผลิตอีกต่อไป คำถามสำคัญคือ ภูมิภาคเราจะสามารถยกระดับความร่วมมือ ออกแบบอย่างมีเป้าหมาย และมีบทบาทในการกำหนดวิถีชีวิต การทำงาน และการเชื่อมโยงของผู้คนได้ลึกซึ้งเพียงใด”
โมเมนตัมอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมบริการหนุนดีมานด์
สำหรับประเทศไทย การเติบโตของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ถูกขับเคลื่อนโดยตรงจากการขยายตัวของเมืองและภาคอสังหาริมทรัพย์ในหัวเมืองหลัก อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์และงานออกแบบภายในกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่โครงการที่อยู่อาศัยและธุรกิจบริการ (Hospitality)
ในภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย โรงแรมและรีสอร์ตระดับลักชัวรีได้เปลี่ยนทิศทางการจัดหาสินค้าจากการพิจารณาเพียง "ราคา" ไปสู่ "คุณค่าและอัตลักษณ์" ผู้ประกอบการไทยจึงปรับตัวด้วยการร่วมมือกับนักออกแบบเพื่อพัฒนาคอลเลกชันเฉพาะ (Bespoke Collection) ที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นควบคู่กับมาตรฐานคุณภาพระดับสากล เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ในระยะยาว
ความยั่งยืน: บรรทัดฐานใหม่ของการค้าระหว่างประเทศ
ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ (Conscious Living) ได้ขยับบทบาทจากการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย มาเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อรายใหญ่ทั่วโลก ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในปัจจุบันต้องยกระดับแนวปฏิบัติทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำ เช่น ไม้เศรษฐกิจและไม้ไผ่ที่มีการรับรองมาตรฐาน ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมวัสดุหมุนเวียน กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในการรักษาขีดความสามารถทางการส่งออก ซึ่งเวทีระดับภูมิภาคอย่าง MIFF 2026 (4–7 มีนาคม 2569) จะเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่รวมผู้แสดงสินค้ากว่า 700 ราย และผู้ซื้อจาก 140 ประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต
“ความยั่งยืนซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนด วันนี้ได้กลายเป็นหัวใจของการสร้างคุณค่าในระยะยาว… และต้องตั้งอยู่บนความน่าเชื่อถือ ความสม่ำเสมอ และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือในระดับภูมิภาค”
ก้าวข้ามกับดักราคา: การผนึกกำลังเชิงสร้างสรรค์ของอาเซียนสู่การเป็น ‘Design Ecosystem’ แห่งเอเชีย
การบูรณาการทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบความตกลงทางการค้าต่างๆ กำลังเปลี่ยนอาเซียนให้เป็นระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือข้ามพรมแดนไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่เป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยและเพื่อนบ้านสามารถรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้
ในระยะยาว ผู้ที่สามารถผสานศักยภาพการผลิตเข้ากับงานดีไซน์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่และจริยธรรมด้านสิ่งแวดล้อม จะเป็นผู้กุมความได้เปรียบในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสินค้ามูลค่าสูงมากกว่าปริมาณเพียงอย่างเดียว