"ดร.ดิเรกฤทธิ์" ชี้ บัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด เสี่ยงขัดหลัก “ลงคะแนนลับ” ส่อทำเลือกตั้ง 8 ก.พ. เป็นโมฆะ
"ดร.ดิเรกฤทธิ์" ชี้ บัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด เสี่ยงขัดหลัก “ลงคะแนนลับ” ส่อทำเลือกตั้ง 8 ก.พ. เป็นโมฆะ
วันที่ 18 ก.พ. 2569 ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า พรป. การเลือกตั้ง สส. ปี 61 มาตรา 17 ว 1 กรณีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง สส. ที่ไม่ใช่การใช้อำนาจโดยตรงตาม รธน. (เช่น การไต่สวนและวินิจฉัยว่าสมควรนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่…) ต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีเหตุฟ้องคดี
เมื่อถามว่ากรณีบัตรเลือกตั้งเที่ยวนี้มีบาร์โค้ดครั้งแรกในไทยจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ เพราะอะไร ดร.ดิเรกฤทธิ์ ระบุว่า ตั้งแต่มีการเลือกตั้งในประเทศไทย ทุกครั้งบัตรเลือกตั้งที่หย่อนลงหีบบัตรแล้ว จะเป็นความลับตลอดไปไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นบัตรของใครลงคะแนนให้ใคร เป็นไปตามหลักประกันสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของบุคคลที่เป็นอิสระปราศจากอิทธิพลใดๆมาจูงใจ บังคับ ข่มขู่ให้เลือกผู้ใด โดยผู้จัดการเลือกตั้งต้องจัดให้มีการลงคะแนนโดย "ลับ" แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ (2569)กกต.จัดให้มีบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้ง ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครใช้บัตรใบนี้ลงคะแนนให้ใคร จึงเป็นการเลือกตั้งที่ "ไม่ลับ"
ศาลปกครองสูงสุดเคยวินิจฉัยให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ (จากกรณี กกต.จัดการเลือกตั้งโดยให้หันคูหาออกด้านนอกให้บุคคลอื่นรู้ได้ถึงการลงคะแนนให้ใคร)และสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะมาแล้ว หากใช้บรรทัดฐานเดียวกันประกอบกับบทบัญญัติ "ต้องเป็นความลับที่ไม่มีผู้ใดรู้และไม่อาจตรวจสอบได้ว่าเป็นการลงคะแนนให้ใคร" ที่ชัดเจนแล้ว ผมมีความเห็นทางวิชาการว่า "การเลือกตั้ง 8 กพ.น่าจะเป็นโมฆะ"