ALLY REIT กำไร Q4 พุ่ง 22% รายได้ปี 68 ทะลุ 1.5 พันล้าน
รักษาอัตราเช่าพื้นที่เฉลี่ยสูง 93% พร้อมโชว์ศักยภาพการต่อสัญญาเช่าพุ่งแตะ 95% สะท้อนความเชื่อมั่นผู้เช่าบอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผลไตรมาส 4 อีก 0.1110 บาทต่อหน่วย ดันยอดรวมทั้งปีแตะ 0.4430 บาท คิดเป็น Yield สูงเกือบ 10% กางแผนบริหารจัดการต้นทุนและ Tenant Mix มุ่งสร้าง Recurring Income ท่ามกลางทิศทางดอกเบี้ยขาลง
18 กุมภาพันธ์ 2569 - กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (ALLY) รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยสามารถทำรายได้รวมสะสมอยู่ที่ 1,597 ล้านบาท และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิรวม 606.9 ล้านบาท สะท้อนถึงเสถียรภาพของโครงสร้างรายได้ภายใต้การบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในช่วงที่ผ่านมาภาคเศรษฐกิจจะเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายด้าน
ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นผลจากการขยายอาณาจักรสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาส 3/2568 กองทรัสต์ได้เข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ "ทีเท็น บาย วิลเลจ ฮับ" ย่านถนนติวานนท์ ซึ่งเป็นทำเลที่มีกำลังซื้อหนาแน่น ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 ALLY มีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารรวมทั้งสิ้น 15 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่เช่าสุทธิกว่า 1.64 แสนตารางเมตร
ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 กำไรสุทธิโตสองหลักทั้ง QoQ และ YoY
สำหรับผลงานเฉพาะไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ALLY ทำรายได้รวมอยู่ที่ 419.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ "กำไรจากการลงทุนสุทธิ" ที่พุ่งสูงถึง 169.9 ล้านบาท เติบโตขึ้น 22.1% (YoY) และ 21.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งสะท้อนถึงวินัยในการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost) ที่ยอดเยี่ยม และการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้เสริมจากพื้นที่ส่วนกลาง
ในด้านความแข็งแกร่งทางบัญชี ณ สิ้นไตรมาส 4 กองทรัสต์มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) รวม 8,621.4 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.8631 บาทต่อหน่วยทรัสต์ เติบโตขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ตอกย้ำถึงคุณภาพของฐานทุนและการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด
Community-based Retail: โมเดลธุรกิจที่ทนทานต่อแรงเสียดทาน
กองทรัสต์ยังคงรักษาตัวเลขสำคัญทางสถิติ (Key Operational Metrics) ไว้อย่างโดดเด่น โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) เฉลี่ยสูงถึง 93.0% และที่สำคัญคืออัตราการต่อสัญญากับผู้เช่าเดิม (Retention Rate) ที่สูงถึง 95.1% นอกจากนี้ยังสามารถปรับเพิ่มอัตราค่าเช่า (Rental Reversion Rate) ได้เฉลี่ยถึง 10.3% เมื่อเทียบกับสัญญาเดิม
นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด เปิดเผยถึงจุดแข็งของกองทรัสต์ว่า“สินทรัพย์ประเภท Community Mall มีความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกใกล้บ้าน ทำให้ปริมาณผู้ใช้บริการในทำเลชุมชนยังคงมีความสม่ำเสมอและทนทานต่อเศรษฐกิจผันผวน ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของภาคท่องเที่ยวและสินค้าฟุ่มเฟือยได้เป็นอย่างดี”
ปันผลเด่น Yield แตะ 9.8% ALLY ตอกย้ำหุ้น REIT รายได้ประจำสม่ำเสมอ
จากผลประกอบการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ กองทรัสต์ได้ประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทนงวดไตรมาส 4/2568 ในอัตรา 0.1110 บาทต่อหน่วย คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 9.8% เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดที่ 4.52 บาท (ณ วันที่ 16 ก.พ. 2569) โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ และเตรียมจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 มีนาคม 2569
เมื่อพิจารณารวมทั้งปีงบประมาณ 2568 ALLY จ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 0.4430 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นสัดส่วนการจ่าย (Payout Ratio) สูงถึง 92.9% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว ซึ่งถือเป็นระดับการจ่ายที่สมดุลระหว่างการตอบแทนผู้ถือหน่วยและการรักษาเงินทุนหมุนเวียน
รับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง เพิ่ม Yield Spread ดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่ตลาด REIT
ผู้บริหารกองทรัสต์ระบุว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มผ่อนคลายจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจ REIT โดยเฉพาะในกลุ่มที่เน้นรายได้ประจำ (Recurring Income) เนื่องจากภาระต้นทุนทางการเงินจะลดลง ช่วยเพิ่มส่วนต่างผลตอบแทน (Yield Spread) ให้ดึงดูดนักลงทุนมากขึ้น
“เรามุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพรายได้ผ่านการบริหารจัดการส่วนผสมผู้เช่า (Tenant Mix) ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด พร้อมทั้งรักษาวินัยในการควบคุมต้นทุนและการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและรักษาระดับการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ” นายกวินทร์ กล่าวสรุป
ความแข็งแกร่งของทำเลทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีกำลังซื้อสูง จะยังคงเป็นฟันเฟืองหลักที่ทำให้ ALLY สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจให้กับนักลงทุนได้ในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความท้าทายทางโครงสร้างและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป