โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ALLY REIT กำไร Q4 พุ่ง 22% รายได้ปี 68 ทะลุ 1.5 พันล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 17.04 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 10.04 น.

รักษาอัตราเช่าพื้นที่เฉลี่ยสูง 93% พร้อมโชว์ศักยภาพการต่อสัญญาเช่าพุ่งแตะ 95% สะท้อนความเชื่อมั่นผู้เช่าบอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผลไตรมาส 4 อีก 0.1110 บาทต่อหน่วย ดันยอดรวมทั้งปีแตะ 0.4430 บาท คิดเป็น Yield สูงเกือบ 10% กางแผนบริหารจัดการต้นทุนและ Tenant Mix มุ่งสร้าง Recurring Income ท่ามกลางทิศทางดอกเบี้ยขาลง

18 กุมภาพันธ์ 2569 - กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (ALLY) รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยสามารถทำรายได้รวมสะสมอยู่ที่ 1,597 ล้านบาท และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิรวม 606.9 ล้านบาท สะท้อนถึงเสถียรภาพของโครงสร้างรายได้ภายใต้การบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในช่วงที่ผ่านมาภาคเศรษฐกิจจะเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายด้าน

ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นผลจากการขยายอาณาจักรสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาส 3/2568 กองทรัสต์ได้เข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ "ทีเท็น บาย วิลเลจ ฮับ" ย่านถนนติวานนท์ ซึ่งเป็นทำเลที่มีกำลังซื้อหนาแน่น ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 ALLY มีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารรวมทั้งสิ้น 15 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่เช่าสุทธิกว่า 1.64 แสนตารางเมตร

ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 กำไรสุทธิโตสองหลักทั้ง QoQ และ YoY

สำหรับผลงานเฉพาะไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ALLY ทำรายได้รวมอยู่ที่ 419.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ "กำไรจากการลงทุนสุทธิ" ที่พุ่งสูงถึง 169.9 ล้านบาท เติบโตขึ้น 22.1% (YoY) และ 21.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งสะท้อนถึงวินัยในการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost) ที่ยอดเยี่ยม และการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้เสริมจากพื้นที่ส่วนกลาง

ในด้านความแข็งแกร่งทางบัญชี ณ สิ้นไตรมาส 4 กองทรัสต์มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) รวม 8,621.4 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.8631 บาทต่อหน่วยทรัสต์ เติบโตขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ตอกย้ำถึงคุณภาพของฐานทุนและการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด

Community-based Retail: โมเดลธุรกิจที่ทนทานต่อแรงเสียดทาน

กองทรัสต์ยังคงรักษาตัวเลขสำคัญทางสถิติ (Key Operational Metrics) ไว้อย่างโดดเด่น โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) เฉลี่ยสูงถึง 93.0% และที่สำคัญคืออัตราการต่อสัญญากับผู้เช่าเดิม (Retention Rate) ที่สูงถึง 95.1% นอกจากนี้ยังสามารถปรับเพิ่มอัตราค่าเช่า (Rental Reversion Rate) ได้เฉลี่ยถึง 10.3% เมื่อเทียบกับสัญญาเดิม

นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด เปิดเผยถึงจุดแข็งของกองทรัสต์ว่า“สินทรัพย์ประเภท Community Mall มีความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกใกล้บ้าน ทำให้ปริมาณผู้ใช้บริการในทำเลชุมชนยังคงมีความสม่ำเสมอและทนทานต่อเศรษฐกิจผันผวน ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของภาคท่องเที่ยวและสินค้าฟุ่มเฟือยได้เป็นอย่างดี”

ปันผลเด่น Yield แตะ 9.8% ALLY ตอกย้ำหุ้น REIT รายได้ประจำสม่ำเสมอ

จากผลประกอบการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ กองทรัสต์ได้ประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทนงวดไตรมาส 4/2568 ในอัตรา 0.1110 บาทต่อหน่วย คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 9.8% เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดที่ 4.52 บาท (ณ วันที่ 16 ก.พ. 2569) โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ และเตรียมจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 มีนาคม 2569

เมื่อพิจารณารวมทั้งปีงบประมาณ 2568 ALLY จ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 0.4430 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นสัดส่วนการจ่าย (Payout Ratio) สูงถึง 92.9% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว ซึ่งถือเป็นระดับการจ่ายที่สมดุลระหว่างการตอบแทนผู้ถือหน่วยและการรักษาเงินทุนหมุนเวียน

รับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง เพิ่ม Yield Spread ดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่ตลาด REIT

ผู้บริหารกองทรัสต์ระบุว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มผ่อนคลายจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจ REIT โดยเฉพาะในกลุ่มที่เน้นรายได้ประจำ (Recurring Income) เนื่องจากภาระต้นทุนทางการเงินจะลดลง ช่วยเพิ่มส่วนต่างผลตอบแทน (Yield Spread) ให้ดึงดูดนักลงทุนมากขึ้น

“เรามุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพรายได้ผ่านการบริหารจัดการส่วนผสมผู้เช่า (Tenant Mix) ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด พร้อมทั้งรักษาวินัยในการควบคุมต้นทุนและการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและรักษาระดับการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ” นายกวินทร์ กล่าวสรุป

ความแข็งแกร่งของทำเลทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีกำลังซื้อสูง จะยังคงเป็นฟันเฟืองหลักที่ทำให้ ALLY สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจให้กับนักลงทุนได้ในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความท้าทายทางโครงสร้างและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...