โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เรืองไกร" ยื่น กกต. ลาออก พปชร. ยังไม่ร่วมพรรคใด ขอวางตัวเป็นอิสระ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 08.32 น.

"เรืองไกร" ยื่น กกต. ลาออก พปชร. ยังไม่ร่วมพรรคใด ขอวางตัวเป็นอิสระ ตรวจสอบเลือกตั้ง-สเปกเตอร์ซี แนะคนร้องบัตรมีบาร์โค้ด ดูกฎหมายให้ดี เชื่อ ตรวจสอบหาเจ้าของบัตร เป็นไปได้ยาก

วันที่ 19 ก.พ. 69 ที่ สำนักงานคณะกรรมการการ้ลืิกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้ตั้งใจมายื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ หลังลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วแต่ไม่ได้รับเลือก และด้วยขนาดของพรรคพลังประชารัฐที่ปัจจุบันได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน และ สส.แบ่งเขต 1 คน จึงมองว่า ตนเองต้องมีที่ยืน ซึ่งได้ตัดสินใจมาระยะหนึ่งแล้ว

โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมาก็ได้เข้าไปแจ้งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ พร้อมรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งพล.อ.ประวิตร ก็ได้สอบถามเหตุผล แต่ก็เคารพการตัดสินใจ พร้อมชวนว่า หากว่างก็ให้ไปกินข้าว และออกรายการด้วยกัน

ส่วนแนวทางหลังจากนี้ ยังไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไง หรือจะไปสังกัดพรรคใด แต่ก็มีพรรคพวกมาชวน เช่น พรรคทางเลือกใหม่ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ เบื้องต้นวางแผนว่า หลังลาออกแล้วก็จะเดินหน้าตรวจสอบอิสระ ทั้งเรื่องของบาร์โคด และสเปกเตอร์ซี แม้ไม่ได้สังกัดพรรคใด แต่ยังคงทำหน้าที่ในฐานะประชาชน

นายเรืองไกร ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการออกมาเรียกร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ว่า ส่วนตัวก็ได้ติดตามดู แต่มองว่า คนที่หยิบประเด็นนี้ขึ้นมา อาจจะไม่แม่นกฎหมายเพียงพอ เพราะเรื่องโดยตรงและลับ ไม่ได้มีแค่ในมาตรา 85 แต่มีในมาตร 83 วรรค 2 ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยตรงและลับด้วย แต่ผู้ที่ออกมาร้องเรียนไม่ได้หยิบประเด็นตรงนี้ขึ้นมา และแม้ตอนนี้จะมีการไปร้องเรียนยังผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลปกครอง แต่ศาลก็ยังไม่มีคำสั่งออกมา มีเพียงหมายเลขดำที่แสดงถึงการรับเรื่องไว้เท่านั้น ซึ่งสุดท้ายศาลจะมีคำสั่งออกมาอย่างไรยังต้องรอดูต่อไป

ส่วนกรณีการพิมพ์บาร์โคดไว้บนบัตรเลือกตั้ง นายเรืองไกร มองว่า การจะตรวจสอบบัตร 30-40 ล้านใบว่าเป็นของใครนั้น เป็นไปได้ยาก แม้แต่ผู้มีอำนาจ ก็ทำได้ยาก เพราะว่าไม่ได้มีเหตุจำเป็นในการจะไปเข้าไปเปิดหีบ เพื่อดูบัตรเลือกตั้งและต้นขั้ว และส่วนตัวเข้าใจในสิ่งที่ กกต. ชี้แจงออกมา แต่จะเกินเลยจาก TOR ที่ได้ทำ กับบริษัทจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งหรือไม่นั้น ให้ไปสนใจเรื่องบัตรเขย่งดีกว่า ซึ่ง กกต. ต้องหาสาเหตุของจำนวนบัตรต่างกันให้ได้ และหากผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องของการลงคะแนนโดยตรงและลับก็ได้ แต่เป็นเรื่องของความไม่ยุติธรรม คะแนนที่ออกมาก็อาจจะเชื่อถือไม่ได้ ดังนั้นคนที่พยายามก่อกระแสเรื่องนี้ ขอให้ดูกฎหมายให้ดี ซึ่งส่วนยังมองว่า มุมที่ไม่เป็นความลับ ก็น่าจะยังมีอยู่ ซึ่งอาจก็จะมีคนไปร้องเรียนก็ได้

ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองเก็บข้อมูล Laser ID ของสมาชิกพรรค นายเรืองไกร บอกว่า หากเขาต้องการจะเก็บ แล้วเราให้ ก็เป็นความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย แต่กฎหมายจะครอบคลุมหรือไม่ก็เป็นอีกเรืองหนึ่ง บุคคลที่สามจะไปบอกว่า ทำไม่ได้ เวลาขึ้นศาล ศาลก็จะถามว่าเป็นการคาดเดา และกรณีที่มีคนเปรียบเทียบว่า การเก็บ Laser ID เทียบเท่ากับการมีบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้งนั้น ว่านตัวมองว่า Think to much คิดมากไป

ขณะที่กรณีสเปกเตอร์ซี ที่มีการโจมตีพรรคประชาชนอยู่นั้น นายเรืองไกร มองว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และการให้ข้อมูลของนางสาวพรรณิการ์ วานิช อดีต สส. พรรคอนาคตใหม่นั้น ให้ข้อมูลเยอะเกินไป อาจจะเป็นผลย้อนกลับเข้ามาที่ตัวเองได้ ซึ่งส่วนตัวได้เก็บรายละเอียดทั้งหมด อย่าง การพาสื่อมวลชนเข้าไปดู ก็เป็นเหมือนกันพยายามแก้ต่าง ทำสิ่งที่ไม่ถูกให้ถูก และหากพรรคประชาชนเข้าไปก้าวก่าย มีส่วนถือหุ้นในบริษัทนั้น หรือนำเงินพัฒนากองทุนไปจ่ายเป็นค่าจ้าง หรือพรรคได้ประโยชน์ ก็เข้าข่ายถูกยุบพรรคได้ ซึ่งหากตนเองได้ตรวจสอบ ก็น่าจะยุ่ง แต่ตอนนี้ละไว้ก่อน เพราะส่วนตัวห่วงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ว่า จะสำเร็จหรือไม่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...