โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แอฟริกาใต้” ไฟเขียวล่า "แรดดำ ช้าง เสือดาว" จุดกระแสถกเถียงสัตว์ป่าไม่ใช่ถ้วยรางวัลของมนุษย์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 21 ก.พ. เวลา 05.00 น.
แอฟริกาใต้ เตรียมอนุญาตล่าสัตว์ป่าครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยเปิดให้ล่าแรดดำ ช้าง และเสือดาว แบบจำกัดจำนวน หวังฟื้นฟูอุตสาหกรรมล่าสัตว์ให้กลับมาอีกครั้งเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว จุดกระแสถกเถียงถึงการอนุรักษ์สัตว์ป่าไม่ใช้ถ้วยรางวัลของมนุษย์

รัฐบาลแอฟริกาใต้เตรียมออกใบอนุญาตล่าสัตว์ได้อีกครั้งในรอบ 6 ปี เพื่อเปิดทางให้นักล่าสามารถล่า แรดดำ ช้าง และเสือดาว ในปี 2026-2027 โดยจัดสรรโควตาส่งออกถ้วยรางวัลจากการล่าสัตว์ป่า เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการล่าสัตว์ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งที่ผ่านมานักล่าไม่สามารถนำงาช้างหรือชิ้นส่วนจากสัตว์ที่ล่าได้ออกนอกประเทศ แม้ว่าการล่าสัตว์ในแอฟริกาใต้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากถึงหลักแสนดอลลาร์สหรัฐฯ จนส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมการล่าสัตว์ ซึ่งสมาคมเพาะเลี้ยงและล่าสัตว์ป่าเชิงพาณิชย์ระบุว่า โควตาการส่งออกรางวัลจากการล่าสัตว์ที่จะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดการล่าสัตว์ระดับโลกได้

ทางการของแอฟริกาใต้มีแผนอนุญาตให้ส่งถ้วยรางวัลซึ่งเป็นชิ้นส่วนจากสัตว์ป่าที่นักล่าล่าได้โดยกำหนดจำนวน ช้าง 150 ตัว แรดดำ 12 ตัว และเสือดาว 11 ตัว ในปี 2026 และจะใช้โควตาเดียวกันนี้ในปี 2027 เช่นกัน โดยแผนการนี้ทางการของแอฟริกาใต้เปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะเป็นเวลา 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม แผนการนี้ถูกคัดค้านจากนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์และนักอนุรักษ์ เนื่องจากสัตว์ทั้ง 3 ชนิด ยังถูกจัดให้อยู่ในระดับใกล้สูญพันธุ์ในหลายพื้นที่ของแอฟริกา การอนุญาตล่าอาจส่งผลกระทบกับประชากรสัตว์ป่าในระยะยาว และยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากสังคมโลกที่ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...