"วิโรจน์"ลงพื้นที่ ชลบุรี เขต 3 หลัง หีบเลือกตั้งถูกย้ายยามวิกาล มอง ปชช.ขอนับใหม่ทั้งประเทศ
"วิโรจน์"ลงพื้นที่ ชลบุรี เขต 3 หลัง หีบเลือกตั้งถูกย้ายยามวิกาล มอง ปชช.ขอนับใหม่ทั้งประเทศ เหตุ อยากตบหน้า กกต. ซัด อย่าทำงานสุกเอาเผากิน จน ปชช. เอาชื่อมาด่า ด้าน จนท. รับ เหนื่อยล้าจึงขนช่วงนี้ ถามกลับ ไม่มีกล้อง-รปภ.เฝ้า ด้านนอกสภาพแบบนี้เหมาะสมเป็นสถานที่เก็บหีบหรือไม่ ชี้ เขต 3 พบบัตรเขย่ง 5,000 ใบ ขอนับใหม่แล้วทั้ง 2 เขต
เวลา 20.40นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ชลบุรีเขต 3 หลังพบว่ามีการเคลื่อนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง ว่า ตามระเบียบข้อที่ 251 สถานที่เก็บบัตร กกต. จะต้องกำหนด พรุ่งนี้เช้าจะรู้ว่าเขาได้กำหนดให้ตรงนี้เป็นสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้งหรือไม่ แต่ตนอนุมานเอาว่าน่าจะกำหนด เพราะไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่ กกต. คงไม่บอกว่าทุกเขตเก็บไว้ที่นี่ แต่เกิดคำถามว่าถ้าเกิดหีบเลือกตั้ง ของทุกเขตชลบุรีเก็บไว้ที่นี่ สภาพแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ อย่างน้อยประตูต้องมีป้ายบอก ว่าเป็นสถานที่เก็บบัตรของ กกต. เพื่อให้ประชาชนช่วยกันระวัง เมื่อสักครู่ผู้ใหญ่บ้านก็มาถามว่าทำอะไรกันยังไม่รู้ว่าตรงนี้คืออะไร
" ถ้าเกิด กกต. มีสำนึกที่ต่ำกว่าความที่ควรจะเป็นเขาก็จะมองว่ามันเป็นสถานที่เก็บเอกสารกระดาษแต่ถ้าเขามีสำนึกที่สูงมีสำนึกของความเป็นคนที่รู้หน้าที่เขาจะรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่ที่เก็บเอกสาร แต่คือที่เก็บสิทธิ์ของประชาชน ดังนั้นรั้วรอบขอบชิด ต้องมีกล้องวงจรปิดเมื่อสักครู่ตอนส่องดูก็ไม่เห็นจะมี เขาบอกมีข้างในแต่มีข้างในก็ไว้ใจไม่ได้ รปภ. ก็ไม่มี " นายวิโรจน์กล่าว
เมื่อถามว่า กกต. จะดำเนินการให้ดีขึ้นอย่างไร นายวิโรจน์ มองว่า ถ้าเขามีความประสงค์ร้ายก็น่าจะเครียดหน่อย แต่ตนไม่อยากคิดอย่างนั้น ถ้าพูดตรง ๆ คือมันดูทุเรศเกินไป ส่วนการไปแจ้งความ กกต.นั้น ก็จะดำเนินคดีไปตามกระบวนการ แล้วจะมีประชาชนไปแจ้งความเพิ่มโดยการนำหลักฐานทางภาพถ่ายและคลิปต่าง ๆ ไปแจ้งความเพิ่มเติม ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็กรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็มาเจอด้วยตัวเองประชาชนจึงสงสัยว่าการแถลงของกกตใหญ่ถึงไม่มีประจักษ์พยานหลักฐานตามที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ ได้พบ อยู่ดี ๆ ก็สรุปว่าขอเวลา 2 วัน ในเมื่อปัญหาที่คนทั้งประเทศรู้ กกต. ดันไม่พูดเลยจะมั่นใจในความบริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร ตนจึงคิดว่าอาจเข้าข่ายการละเว้นปฏิบัติหน้าที่จึงแจ้งความ กกต. ทั้ง 7 คน กกต.ชลบุรี และประธานหน่วยเลือกตั้ง ให้เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลต่อไปอาจเจอกันที่ ป.ป.ช.
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ถ้าไม่มีอะไรตนก็จะกลับเพราะอยากให้เป็นไปตามระเบียบ ไม่ใช่เรื่องที่ใครต้องมาคอยตามหีบเลือกตั้ง แต่ตนเข้าใจว่า กกต. อาจไม่จำเป็นต้องแจ้งถ้าเกิดตรงนี้เป็นสถานที่เก็บบัตร
" ถ้าเรายึดหลักให้แม่น สถานที่เก็บบัตรมันควรจะเป็นสถานที่แบบนี้หรอ ถ้ามันมีมนุษย์ชั่วช้าสักคนหนึ่งจ้างวานไอ้สารเลวสัก 10 20 คน พร้อมกับบัตรเถื่อนของมันและไปสลับหีบจบแล้ว กุญแจผมว่าใช้ค้อน 2 ตัวก็เรียบร้อยแล้วมั้ง " นายวิโรจน์กล่าว
นายวิโรจน์ ยังกล่าวว่า เขต 3 ของนายชวาล พลเมืองดี ผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ตามข้อสันนิษฐานมีบัตรเขย่งเกือบ 5,000 ใบ จำนวนบัตรมีมากกว่าผู้มาใช้สิทธิ์ 5,000 ใบ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งเราขอนับใหม่ทั้ง 2 เขตอยู่แล้ว ส่วนจะนับใหม่ทั้งประเทศหรือไม่ ตนมองว่าควรนับเฉพาะที่ ๆ มี หลักฐานความอัปยศหลักฐานความอุบาท มีไม่กี่ที่อย่าไปเหมารวมเลย ที่ประชาชนขอให้นัดหมายทั้งประเทศเพราะจงใจตบหน้า กกต. ว่างบประมาณ 7-8 พันล้านทำได้แค่นี้หรอ
" นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำหน้าที่ดีที่สุดประณีตที่สุดเคารพศักดิ์ศรีและสิทธิ์ของประชาชน ไม่ใช่สุขเอาเผากินจนประชาชนเขาประณามคุณเอาชื่อคุณมาเป็นการด่า คุณไม่อายจริง ๆ หรอ ไม่อายต่อบรรพชนคุณหรอ ไม่คิดถึงพ่อแม่โคตรเหง้าศักราชคุณหรอ ว่าคุณใช้นามสกุลเขาแล้วมาทำนามสกุลเขาป่นปี้ ผมพูดจริง ๆ กกต. ผมว่ามันเกินไป ที่เขาบอกนับทั้งประเทศคือเขาตบหน้าคุณ กำลังดูแคลนคุณ ประณามความอัปยศความอุบาทว์ของคุณ เรารู้สึกว่า กกต.ไม่รู้สำนึก เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 ถอดถอนคุณไม่ได้ ต้องใช้กลไก ป.ป.ช. องค์กรอิสระที่อิสระจากประชาชนไม่เห็นหัวประชาชน " นายวิโรจน์กล่าว
เมื่อถามว่าทำไมต้องขนหีบเลือกตั้งช่วงกลางคืน นายวิโรจน์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นเรื่องของเวลาเขาเหนื่อยล้า เขาใจว่าน่าจะทำงานมาตั้งแต่เช้า จึงมาขนตอนกลางคืน เขาก็ต้องเร่ง ซึ่งมองว่าประเด็นนี้ฟังขึ้นเพราะมีรถตำรวจนำมาด้วย แต่ปัญหาคือสถานที่