สรุปให้! วิธีการหลอกลวงคริปโต จากอดีตผู้บริหารบริษัทดัง หลอกดีลทิพย์
โลกของการลงทุนยุคดิจิทัลอย่าง ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ กำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่ของนักลงทุนไทยจำนวนมาก ด้วยโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่รวดเร็ว และการเข้าถึงตลาดการเงินรูปแบบใหม่ที่ไร้พรมแดน อย่างไรก็ตาม ภายใต้โอกาสที่น่าดึงดูดนั้น ก็ยังมีความเสี่ยงซ่อนอยู่ไม่น้อย ทั้งความผันผวนของราคา ไปจนถึงกลโกงการลงทุนที่แฝงมาในหลายรูปแบบ
ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีคดีหลอกลงทุนคริปโตเกิดขึ้นให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังเป็นพื้นที่ที่ผู้ไม่หวังดีใช้เป็นช่องทางหลอกลวงนักลงทุน โดยเฉพาะผู้ที่ขาดความรู้หรือหลงเชื่อคำชวนที่อ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง ผู้เชี่ยวชาญจึงเตือนว่า การลงทุนในคริปโตไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งสำคัญคือนักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ทำความเข้าใจความเสี่ยง และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มหรือโครงการก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
ว่าด้วยเรื่องของการหลอกหลวงให้ลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ในไทย ก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างมาก โดยก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 2568 มีกองทุนร่วมลงทุน แห่งหนึ่งออกมาประกาศเตือนนักลงทุนว่าให้ใช้ความระมัดระวังต่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อบริษัท เพื่อหลอกลวงให้ร่วมลงทุนหรือโอนเงินและทรัพย์สิน โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของบริษัทหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องที่น่าเชื่อถือ
ทั้งนี้บริษัทได้รับแจ้งว่ามีผู้ไม่หวังดีใช้ชื่อและความน่าเชื่อถือบริษัทดังกล่าว พร้อมได้ติดต่อชักชวนเหยื่อให้ร่วมลงทุน พร้อมร้องขอให้โอนเงินหรือทรัพย์สินเข้าบัญชีส่วนตัวของมิจฉาชีพ ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้ออกมายืนยันว่า ไม่เคยระดมทุนจากบุคคลภายนอก และไม่เคยอนุญาตให้บุคคลใดกระทำการในนามบริษัทเพื่อรับเงินลงทุนจากประชาชนทั่วไป
ความคืบหน้าล่าสุดในเรื่องนี้ สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้บริหารคนดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งเพื่อเสนอขายดีลคริปโตปลอมให้นักลงทุนอย่างน้อย 20 ราย ทั้งในไทย สิงคโปร์ เวียดนาม และสหรัฐฯ ก่อนหายตัวไปเมื่อปลายปี 2024 มูลค่าเสียหายกว่า 50 ล้านบาท
พามาดูรูปแบบวิธีการหลอกลวงคริปโต เพื่อให้นักลงทุนได้ถอดบทเรียนจากกรณีนี้ คือ เขามักจะใช้ความน่าเชื่อถือจากสถาบันสร้างความไว้วางใจ เช่น ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือได้ พร้อมอ้างถึงการได้นั่งตำแหน่งที่ปรึกษาของหน่วยงานรัฐ หรือธนาคาร เพื่อให้นักลงทุนเชื่อถือในโปรไฟล์ของเขา
จากนั้นเขาเสนอให้เพื่อนและผู้ร่วมงานได้ เข้าถึง‘ดีลลับ’ ในโปรเจคชื่อดัง จากนั้นเขาจะส่งเอกสารนำเสนอ สัญญาจัดสรรโทเค็น พร้อมทั้งคำแนะนำการชำระเงินที่ดูเป็นมืออาชีพมากๆ จนเหยื่อตายใจ และตัดสินใจร่วมลงทุนด้วย แต่…เนื่องจากโทเค็นถูกล็อกหลายเดือนถึงหลายปีจึงไม่มีนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนได้ทันทีเรื่องนี้จะทำให้การหลอกลวงยืดเวลาได้นานขึ้นไปอีก
นอกจากนี้หากนักลงทุนสงสัยว่าจะถูกหลอกลวงลงทุนหรือไม่ ให้สังเกต ดังต่อไปนี้
- มักจะชักชวนลงทุนโดยอ้างชื่อบริษัทใหญ่หรือกองทุนที่มีชื่อเสียงระดับสากล
- จะมีการขอให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล
- พร้อมเร่งรัดการตัดสินใจ อ้างโอกาสพิเศษหรือดีลลับที่ยากสุดๆ นานๆทีจะมี
- และมักจะติดต่อผ่านช่องทางไม่เป็นทางการ
จากบทเรียนของหลายคดีในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ต่างออกมาเตือนให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะการชักชวนลงทุนที่อ้างผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น หรือการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้
ท่ามกลางกระแสความนิยมของสินทรัพย์ดิจิทัล นักลงทุนจึงจำเป็นต้องมีสติ ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ และตรวจสอบแหล่งที่มาของการลงทุนทุกครั้ง เพราะแม้คริปโตจะเปิดโอกาสใหม่ในโลกการเงิน แต่หากขาดความรู้และความระวัง ก็อาจตกเป็นเหยื่อของการหลอกลงทุนได้ง่ายเช่นกัน