โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนไทย29คนถึงบ้านเกิด 941แรงงานขอกลับด้วย

ไทยโพสต์

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 00.05 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 17.01 น.

“สีหศักดิ์” ต้อนรับคนไทยกลุ่มแรก 29 คน อพยพจากอิหร่านเดินทางถึงประเทศไทย ศบก.ชี้เหตุการณ์ปะทะตะวันออกกลางยังระอุ กต.ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยงแล้ว 322 ราย เตรียมรับอีก 23 ชีวิตกลับจากเตหะราน 10 มี.ค. เผย 941 แรงงานไทยแจ้งประสงค์เดินทางกลับ ย้ำได้เงินสงเคราะห์ภาวะสงครามรายละ 15,000 บาท

เมื่อวันจันทร์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ให้การต้อนรับคนไทยกลุ่มแรกที่อพยพออกจากประเทศอิหร่านโดยเดินทางผ่านตุรกี และกลับถึงประเทศไทยจำนวน 29 คน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ยินดีที่ทุกคนเดินทางปลอดภัย และขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสำหรับความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ในภูมิภาค รวมถึงทุกหน่วยงานภาครัฐพร้อมอำนวยความสะดวก ดูแลและให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้งยังแจ้งเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ จะมีคนไทยกลุ่มที่ 2 ที่อพยพออกจากอิหร่าน เดินทางผ่านตุรกี และกลับถึงประเทศไทยอีก 23 คน" นายสีหศักดิ์กล่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 18.10 น. ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า โดยรวมยังมีความรุนแรง มีการแลกเปลี่ยนโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ทั้งในอิหร่าน อิสราเอล คูเวต และเลบานอน โดยยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองฝ่ายจะกลับเข้าสู่การเจรจา ดังนั้นต้องมีการจับตาดูต่อไป โดยเฉพาะการโจมตีพื้นที่สำคัญที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน

นายปาณิดลกล่าวว่า สำหรับการเปิดปิดน่านฟ้า สายการบินกาตาร์เริ่มให้บริการเส้นทางการบินฉุกเฉิน เพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้าง ซึ่งเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ได้มีการทำการบินเส้นทางกรุงเทพฯ-โดฮาครั้งแรก เพื่ออพยพผู้โดยสารตกค้าง ต้องติดตามต่อไปว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปิดเส้นทางโดฮา-กรุงเทพฯ เพื่อนำผู้โดยสารตกค้างกลับมายังประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน ดังนั้นขอให้คนไทยพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงให้เร็วที่สุด และแจ้งข้อมูลที่อยู่ที่ติดต่อแก่สถานเอกอัครราชทูตที่อยู่ในความรับผิดชอบ

นายปาณิดลกล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากเตหะราน 29 คน เดินทางกลับถึงไทยเมื่อเวลา 16.00 น.ที่ผ่านมา และจะมีคนไทยชุดเดียวกันเดินทางกลับมาเพิ่มเติมในวันที่ 10 มี.ค.ช่วงเช้า จำนวน 23 คน นอกจากนี้จะมีคนไทยกลุ่มถัดไปที่เดินทางออกจากอิหร่านมายังตุรกี ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป โดยรวมขณะนี้มีคนไทยที่ติดค้างอยู่ในตะวันออกกลาง ที่ได้รับความช่วยเหลือออกจากพื้นที่เรียบร้อยทั้งหมด 322 คน

ขณะที่นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงมาตรการในการดูแลแรงงานไทยว่า ปัจจุบันนี้มีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานและพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 67,043 คน จำนวนแรงงานที่ไปทำงานดังกล่าวมีที่แจ้งความประสงค์ผ่านสถานเอกอัครราชทูตเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย 941 คน ซึ่งแรงงานที่กลับมาถึงประเทศไทยแล้วมีเพียง 1 คนเดินทางกลับมาวันที่ 6 มีนาคม ทั้งนี้แรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับที่ลงทะเบียนไว้ 41 คนจากประเทศอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดการเดินทางกลับในวันที่ 10 มี.ค. และจากซาอุดีอาระเบีย 205 คน จากอิสราเอล 23 คน ยังรอกำหนดการเดินทาง

นายสันติกล่าวว่า สำหรับมาตรการด้านสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ หากประเทศที่แรงงานทำงานอยู่ประกาศภาวะสงคราม แรงงานผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ มีสิทธิ์ได้รับเงินสงเคราะห์ดังนี้ 1.กรณีเดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม ได้รับเงินสงเคราะห์รายละ 15,000 บาท กรณีทุพพลภาพได้รับเงินสงเคราะห์ 30,000 บาท กรณีเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินสงเคราะห์ 40,000 บาท กรณีการจัดการศพในต่างประเทศ ทายาทจะได้รับค่าจัดการศพตามค่าใช้จ่ายจริงรายละไม่เกิน 40,000 บาท ทั้งนี้แรงงานที่กลับมาจากภาวะสงครามสามารถติดต่อกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...