โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิจัยเผย “อาหารแปรรูปขั้นสูง” อันตรายกว่าที่คิด เสพติดได้พอๆ กับ “บุหรี่”

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

วิจัยเผยอาหารแปรรูปขั้นสูง มีผลต่อสมองคล้ายการเสพติดยาสูบ เช็กสัญญาณเตือนและ 5 วิธีเลิกติดหวาน-มัน เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงหยุดกินมันฝรั่งทอดหรือขนมหวานไม่ได้? ผลวิจัยล่าสุดชี้เป้า “อาหารแปรรูปขั้นสูง” (Ultra-processed foods) อาจมีฤทธิ์เสพติดรุนแรงเทียบเท่ายาสูบ ส่งผลโดยตรงต่อสมองและระบบโดพามีน จนกลายเป็นภัยเงียบที่เลิกยากกว่าที่คิด

เมื่อ “อาหาร” กลายเป็น “สารเสพติด”

การศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านสุขภาพระดับโลกสร้างความตื่นตัวไปทั่วโลก เมื่อพบว่าอาหารแปรรูปขั้นสูง เช่น ขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลม และอาหารแช่แข็ง ไม่ได้ส่งผลเสียแค่เรื่องสารอาหารต่ำเท่านั้น แต่ยังมีคุณลักษณะทางเคมีที่กระตุ้นให้เกิดภาวะ “เสพติดอาหาร” ได้อย่างรุนแรง

นักวิจัยระบุว่า ส่วนผสมของคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวและไขมันที่ผ่านการปรุงแต่งในระดับสูง ส่งผลต่อสมองในลักษณะเดียวกับ “นิโคติน” ในยาสูบ ด้วยกลไกดังนี้

ภาพจาก iStock
  • ความเร็วในการดูดซึม: ร่างกายได้รับน้ำตาลและไขมันอย่างรวดเร็ว กระตุ้นความพึงพอใจทันที
  • การหลั่งโดพามีน: สมองสั่งการให้มีความต้องการซ้ำๆ จนเกิดอาการ “ลงแดง” หากไม่ได้กิน
  • การสูญเสียการควบคุม: ผู้บริโภคไม่สามารถหยุดกินได้แม้จะรู้ว่าส่งผลเสียต่อร่างกาย

เช็กสัญญาณเตือน คุณกำลัง “เสพติดอาหารแปรรูป” อยู่หรือไม่?

หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายและสมองของคุณเริ่มตกเป็นเหยื่อของอาหารแปรรูปขั้นสูงเข้าให้แล้ว

  • หยุดไม่ได้แม้จะอิ่ม: มีความต้องการกินต่อเนื่องจนหมดห่อ หรือกินจนแน่นท้องแต่ใจยังอยากเคี้ยวต่อ
  • มีอาการ “ลงแดง”: เมื่อพยายามลดหรือเลิก จะรู้สึกหงุดหงิด ปวดหัว อ่อนเพลีย หรือไม่มีสมาธิ จนต้องกลับไปกินเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น
  • หมกมุ่นเกินจำเป็น: ใช้เวลาคิดถึงอาหารเหล่านั้นบ่อยๆ หรือพยายามออกไปซื้อมาทานแม้ในเวลาที่ไม่เหมาะสม
  • กินเพื่อคลายเครียด: ใช้ความหวานและมันเป็นตัวช่วยลดความวิตกกังวล จนกลายเป็นนิสัยที่ขาดไม่ได้

อันตรายใกล้ตัว อาหารประเภทไหนเข้าข่าย Ultra-processed foods

อาหารเหล่านี้มักผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม มีสารกันเสีย สีผสมอาหาร และสารปรุงแต่งรสชาติมากมายที่คุณควรระวัง

ภาพจาก iStock
  • ไส้กรอก แฮม และเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีสีสดผิดปกติ
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารแช่แข็งพร้อมทาน
  • ซีเรียลรสหวานและขนมปังขาวที่เน้นการผลิตเชิงพาณิชย์
  • น้ำอัดลมและเครื่องดื่มชูกำลัง

5 วิธีปรับพฤติกรรม กู้คืนสุขภาพให้พ้นจากวงจรเสพติด

การจะเอาชนะกลไกสมองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สามารถทำได้ด้วยการวางแผนที่รัดกุม เช่น

  • ใช้กฎ 80/20: เน้นกินอาหารธรรมชาติ (Whole Foods) 80% และอนุญาตให้มีอาหารแปรรูปได้ไม่เกิน 20% เพื่อลดความกดดัน
  • อ่านฉลากให้เป็น: หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารปรุงแต่งเกิน 5 ชนิด หรือมีชื่อสารเคมีที่ไม่คุ้นเคย
  • เติมโปรตีนและไฟเบอร์: การกินผักและโปรตีนคุณภาพดีจะช่วยให้อิ่มนานขึ้น และลดความอยากน้ำตาลระหว่างวัน
  • ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน: บ่อยครั้งที่ร่างกายสับสนระหว่าง “ความหิว” กับ “ความกระหาย” การจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ จะช่วยลดอาการกินจุกจิกได้
  • นอนหลับให้เพียงพอ: การอดนอนส่งผลให้ฮอร์โมนความหิวพุ่งสูง และทำให้สมองโหยหาอาหารพลังงานสูงมากกว่าปกติ

การเสพติดอาหารแปรรูปขั้นสูงไม่ใช่แค่เรื่องของ “ใจไม่แข็งพอ” แต่เป็นเรื่องของกลไกทางชีวภาพที่ถูกออกแบบมาให้เราหยุดไม่ได้ การเริ่มต้นลด ละ เลิก และหันกลับมาหาอาหารจากธรรมชาติ (Real Food) จึงไม่ใช่แค่การลดน้ำหนัก แต่คือการกู้คืนระบบการทำงานของสมองและป้องกันโรคเรื้อรัง (NCDs) ในระยะยาว

ที่มา: Healthline, PubMed, The BMJ, HarvardHealth

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิจัยเผย “อาหารแปรรูปขั้นสูง” อันตรายกว่าที่คิด เสพติดได้พอๆ กับ “บุหรี่”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...