โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

นวัตกรรมดูแล 'ป่วยมะเร็ง' ฝีมือคนไทยเทรนด์การแพทย์แม่นยำ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 05.42 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 00.24 น.

วันนี้ “โรคมะเร็ง ”เป็นโจทย์ในเชิงระบบสาธารณสุขที่ต้องอาศัยพลังของเทคโนโลยี ข้อมูล และระบบนิเวศนวัตกรรม ทำงานร่วมกันตั้งแต่การป้องกัน คัดกรอง รักษา จนถึงการดูแลต่อเนื่อง “NIA หรือ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)”จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ นักวิจัย และภาคเอกชน เพื่อเชื่อมต่อการพัฒนานวัตกรรมด้านโรคมะเร็งอย่างครบวงจร ครอบคลุมโซลูชันตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยในระยะยาว ซึ่งจะช่วยเสริมการทำงานของแพทย์ ลดภาระของระบบสาธารณสุข และเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ป่วยผ่านทางเลือกด้านการดูแลรักษาที่แม่นยำและเข้าถึงได้มากขึ้น

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า แต่ละปีประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่มากกว่า 140,000คน หรือเฉลี่ยราว 400 คนต่อวัน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งสูงถึง 86,310 รายต่อปี หรือประมาณวันละ 236 ราย โดยมะเร็งที่พบบ่อย 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก

NIA ได้เข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมในกลุ่ม HealthTech และ MedTech อย่างครบวงจร ตั้งแต่การบ่มเพาะ (Incubation)การเร่งเติบโต (Acceleration) จนถึงการทดสอบใช้งานจริงในภาคสนาม (Sandbox) เพื่อให้การแพทย์และสุขภาพของไทยก้าวสู่สังคมนวัตกรรมอย่างแท้จริง และสามารถเติบโตได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'ศิริราชวิทยวิจัย' นวัตกรรมแพทย์ขั้นสูง แปลงงานวิจัย เพื่อสุขภาพของคนไทย

'มะเร็งถุงน้ำดี' มัจจุราชเงียบ ไม่ปวด ไม่เตือน แต่อันตรายถึงชีวิต

AI คัดกรองมะเร็งเต้านม

Inspectra MMG ระบบปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ภาพแมมโมแกรมคัดกรองมะเร็งเต้านม พัฒนาขึ้นโดยบริษัทเพอเซ็ปทรา จำกัด ที่ต้องการออกแบบและพัฒนาให้ AI เข้าใจลักษณะเฉพาะของเต้านมผู้หญิงเอเชีย ซึ่งมีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อสูงและตรวจพบรอยโรคได้ยาก ทำให้การตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรมมีความท้าทาย จำเป็นต้องอาศัยรังสีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง ซึ่งประเทศไทยยังคงมีจำนวนจำกัด ความท้าทายดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย และแนวโน้มที่ผู้หญิงไทยเริ่มเป็นมะเร็งเต้านมในอายุน้อยลง โดยเฉพาะในช่วงอายุ 40-50 ปี ทำให้ความต้องการตรวจคัดกรองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ยังไม่เพียงพอต่อภาระงานที่เพิ่มสูงขึ้น Inspectra MMG จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการวินิจฉัยที่ตอบโจทย์บริบทของเอเชียโดยเฉพาะ ด้วยระบบ AI ได้รับการฝึกฝนจากภาพแมมโมแกรมคุณภาพสูงมากกว่า 400,000 ภาพ โดยกว่า 70% เป็นภาพเต้านมที่มีความหนาแน่นของเนื้อเยื่อสูง ช่วยให้สามารถตรวจจับความผิดปกติได้อย่างแม่นยำมากขึ้น สามารถระบุรอยโรคสำคัญได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งก้อนเนื้อผิดปกติ หินปูนในเต้านมที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม (Suspicious Calcification) ลักษณะการดึงรั้งหรือมีการผิดรูปของเนื้อเต้านม

DeepGI วิเคราะห์ภาพส่องกล้องเรียลไทม์

รวมถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ที่ผิดปกติ พร้อมแสดงตำแหน่งที่มีความสงสัยว่ามีความผิดปกติทางเต้านมพร้อมระบุรอยโรค และประเมินความหนาแน่นของเต้านมอัตโนมัติ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลได้โดยตรง เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้งานจริง ผลการทดสอบจากโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทยพบว่า Inspectra MMG มีความแม่นยำสูงถึง 97% และช่วยเพิ่มความถูกต้องในการวินิจฉัยของรังสีแพทย์ได้เกือบ 20% พร้อมลดอัตราการวินิจฉัยผิดพลาด สะท้อนบทบาทของ AI ในการเป็น “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่เสริมศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ มากกว่าการเข้ามาทดแทน

พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 3 ของผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย โดยมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 15 รายต่อวัน และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 44 รายต่อวัน การรักษาด้วยการส่องกล้อง (endoscopic treatment) ได้รับความนิยมเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า ฟื้นตัวเร็วกว่า และให้ผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดี โดยเฉพาะเมื่อสามารถตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดด้านจำนวนหน่วยส่องกล้องและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่งผลให้การคัดกรอง โดยเฉพาะในประชากรอายุ 50 ปี ขึ้นไปซึ่งมีมากกว่า 12 ล้านคน ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ ด้วยเหตุนี้ บริษัท อี.เอส.เอ็ม. โซลูชั่น จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR)และฐานข้อมูลการส่องกล้องมากกว่า 10 ปี จึงร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาระบบ DeepGI เพื่อช่วยวิเคราะห์ภาพส่องกล้องแบบเรียลไทม์ เพิ่มความแม่นยำและความสม่ำเสมอในการตรวจจับรอยโรค พร้อมต่อยอดสู่แพลตฟอร์ม “Scope-Life Studio” ภายใต้การสนับสนุนจาก NIA โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ และยกระดับศักยภาพนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศไทยสู่ระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม

สเปรย์เติมน้ำลายเพื่อผู้ป่วยฉายรังสี

นวัตกรรม “SAVIVA (ซาวีว่า) Mouth Spray” จึงถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมทันตแพทย์และเภสัชกร เพื่อช่วยบรรเทาภาวะปากแห้งในผู้ป่วยมะเร็งอย่างอ่อนโยน สเปรย์เติมน้ำลายสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน และสารระคายเคือง ใช้สารสกัดจากธรรมชาติอย่างน้ำมันหอมระเหยจากส้มซ่าที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำลายตามธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื้นและความสดชื่นทันทีหลังใช้ ด้วยรูปแบบสเปรย์ที่ใช้ง่าย กลิ่นรสดี ไม่แสบหรือขม ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดวัน

ช่วยลดความไม่สบายจากผลข้างเคียงของการฉายรังสี แต่ยังช่วยฟื้นคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้กลับมาพูดคุยและรับประทานอาหารได้ดีขึ้น ลดปัญหาสุขภาพช่องปากในระยะยาว พร้อมช่วยลดภาระของผู้ดูแลและระบบสาธารณสุข สะท้อนบทบาทของนวัตกรรมไทยที่เข้ามาเติมเต็มการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างรอบด้าน

เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการฉายรังสีเคมีบำบัด หรือรับยาพุ่งเป้าเผชิญกับผลข้างเคียงทางช่องปากอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นภาวะปากแห้งน้ำลายน้อย เยื่อบุช่องปากอักเสบเป็นแผล แสบร้อนในปาก การรับรสเปลี่ยน ฟันผุง่าย เหงือกอักเสบ ไปจนถึงการเคี้ยวและกลืนได้ลำบาก อาการเหล่านี้มักเริ่มรุนแรงขึ้นภายใน 2 สัปดาห์แรกของการรักษา และอาจยาวนานต่อเนื่องหลังสิ้นสุดการรักษา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรับประทานอาหาร การพูดคุย คุณภาพชีวิต และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปาก บวกกับข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมในท้องตลาดที่มักมีราคาสูง รสชาติไม่ดี หรือก่อให้เกิดการระคายเคือง

แชตบอตช่วยคลายทุกข้อสงสัยโรคมะเร็ง

นวัตกรรม ADVANCE CARE BOT พัฒนาโดย บริษัท เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายและผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะท้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ผ่านรูปแบบการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ที่บ้าน เป็นนวัตกรรมระบบถาม-ตอบทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ดูแล และประชาชนที่ใส่ใจการป้องกันโรคมะเร็ง

โดยรวบรวมองค์ความรู้จากฐานข้อมูลด้านมะเร็งที่เชื่อถือได้ ผ่านกระบวนการสกัดและจัดกลุ่มข้อมูลอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมคำถามด้านอาการ การรักษา การดูแล และการใช้ชีวิต ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และตรงความต้องการ พร้อมนำข้อมูลจากการใช้งานจริงมาพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ เป็นกลไกสำคัญในการคัดกรองเบื้องต้น ให้คำแนะนำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องผ่านช่องทางออนไลน์ตลอดเวลา ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว พร้อมขยายการเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...