MRDIYTเป้า69โตต่อ20% จัดลงทุน4พันล.คลัง-สาขา
#MRDIYT #ทันหุ้น – MRDIYT คาดรายได้ปีนี้โต 20% จากปีก่อนโต 24.4% แถมกำไรแน่น 2.6 พันล้านบาท พุ่ง 47.8% อวดยอดขายของสาขาเดิมยังขยับบวกท่ามกลางเศรษฐกิจสะดุด ปี 2569 ลุยเพิ่มสาขาใหม่อีก 210 แห่ง และเน้นสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติ งบลงทุนรวม 4 พันล้านบาท ขณะที่บอร์ดใจดีมีปันผล 0.06 บาทต่อหุ้น
นายแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT เปิดเผยว่า หลังจากบริษัท ประกาศผลประกอบการงวดปี 2568 มีรายได้ 20,077.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,631.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.8%
*เป้าหมายเติบโต
ในปี 2569 บริษัทยังคงคาดการณ์การเติบโตของรายได้อยู่ที่ประมาณ 20% จากผลดีของแผนขยายสาขา พร้อมกับตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ช่วง 51-52% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 51.7%
อนึ่ง ณ สิ้นปีก่อน บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 1,127 สาขาทั่วประเทศ โดยในปี 2568 ได้เปิดสาขาใหม่จำนวน 200 สาขา แผนการขยายสาขามุ่งเน้นทั้งรูปแบบนอกศูนย์การค้าและภายในศูนย์การค้า เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้าและเสริมสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง ส่งเสริมการเข้ามาใช้บริการทั้งจากลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมทั่วประเทศ
แม้ในระหว่างปีจะเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่และสถานการณ์ความไม่แน่นอนบริเวณชายแดนในบางช่วงเวลา ทว่าบริษัทสามารถดำเนินแผนขยายสาขาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ส่งผลให้จำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 23.1% และยอดขายของสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth) เติบโตขึ้น 2.7%
*สาขาใหม่-ลงทุน
และในปีนี้บริษัทวางแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 210 แห่ง โดยปัจจุบันได้ลงนามสัญญาเช่าพื้นที่ไปแล้วกว่า 70% ของแผนปี 2569 แล้วสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการเพิ่มจุดเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ โดยโมเดลการลงทุนต่อสาขาจะอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าตกแต่งและระบบไอที 5 ล้านบาท และค่าสินค้าสต๊อกรวมถึงเงินประกันการเช่าอีก 5 ล้านบาท
สำหรับการลงทุนหลักของปี 2569 คือการจัดสรรงบประมาณสูงถึง 4,000 ล้านบาท มากกว่างบปีก่อนราวเท่าตัว โดยก้อนหลักเพื่อนำไปใช้ในโครงการคลังสินค้าอัตโนมัติ รองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ส่วนที่เหลือจะใช้ในการขยายสาขาและปรับปรุงคลังสินค้าเดิม
ในด้านกลยุทธ์สินค้าจะขยายตลาดด้วยแบรนด์ตัวเอง (Private Label) ที่มีความเฉพาะตัวมากขึ้น ผ่านแบรนด์ใหม่ๆ หลากหลายเพื่อสร้างความแตกต่างในกลุ่มสินค้าแฟชั่น ขนม และของใช้ทั่วไป และยังใช้ระบบ Data Analytics มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ซื้อ เพื่อคัดเลือกสินค้ากว่า 500 รายการใหม่เข้าร้านในทุกๆ เดือน
*หุ้นดีมีปันผล
นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตรา 0.06 บาทต่อหุ้น สำหรับไตรมาส 4/2568 คิดเป็นมูลค่ารวม 361 ล้านบาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (AGM) เงินปันผลที่เสนอคิดเป็น 42.5% ของกำไรสุทธิไตรมาส 4 และสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่กำหนดให้จ่ายไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ
“เรายังคงให้ความสำคัญกับพื้นฐานธุรกิจ ควบคู่กับการขับเคลื่อนกลยุทธ์อย่างมีวินัย เพื่อสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถือเป็นก้าวสำคัญที่เหมาะสมในการสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดยภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทปลอดภาระหนี้สิน ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นทางการเงินเพิ่มขึ้น และทำให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นการเติบโตจากการขยายธุรกิจหลัก พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายแอนดี้ ชิน กล่าว