โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MRDIYTเป้า69โตต่อ20% จัดลงทุน4พันล.คลัง-สาขา

ทันหุ้น

อัพเดต 27 ก.พ. เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 01.00 น.

#MRDIYT #ทันหุ้น – MRDIYT คาดรายได้ปีนี้โต 20% จากปีก่อนโต 24.4% แถมกำไรแน่น 2.6 พันล้านบาท พุ่ง 47.8% อวดยอดขายของสาขาเดิมยังขยับบวกท่ามกลางเศรษฐกิจสะดุด ปี 2569 ลุยเพิ่มสาขาใหม่อีก 210 แห่ง และเน้นสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติ งบลงทุนรวม 4 พันล้านบาท ขณะที่บอร์ดใจดีมีปันผล 0.06 บาทต่อหุ้น

นายแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT เปิดเผยว่า หลังจากบริษัท ประกาศผลประกอบการงวดปี 2568 มีรายได้ 20,077.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,631.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.8%

*เป้าหมายเติบโต

ในปี 2569 บริษัทยังคงคาดการณ์การเติบโตของรายได้อยู่ที่ประมาณ 20% จากผลดีของแผนขยายสาขา พร้อมกับตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ช่วง 51-52% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 51.7%

อนึ่ง ณ สิ้นปีก่อน บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 1,127 สาขาทั่วประเทศ โดยในปี 2568 ได้เปิดสาขาใหม่จำนวน 200 สาขา แผนการขยายสาขามุ่งเน้นทั้งรูปแบบนอกศูนย์การค้าและภายในศูนย์การค้า เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้าและเสริมสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง ส่งเสริมการเข้ามาใช้บริการทั้งจากลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมทั่วประเทศ

แม้ในระหว่างปีจะเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่และสถานการณ์ความไม่แน่นอนบริเวณชายแดนในบางช่วงเวลา ทว่าบริษัทสามารถดำเนินแผนขยายสาขาได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ส่งผลให้จำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 23.1% และยอดขายของสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth) เติบโตขึ้น 2.7%

*สาขาใหม่-ลงทุน

และในปีนี้บริษัทวางแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 210 แห่ง โดยปัจจุบันได้ลงนามสัญญาเช่าพื้นที่ไปแล้วกว่า 70% ของแผนปี 2569 แล้วสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการเพิ่มจุดเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ โดยโมเดลการลงทุนต่อสาขาจะอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าตกแต่งและระบบไอที 5 ล้านบาท และค่าสินค้าสต๊อกรวมถึงเงินประกันการเช่าอีก 5 ล้านบาท

สำหรับการลงทุนหลักของปี 2569 คือการจัดสรรงบประมาณสูงถึง 4,000 ล้านบาท มากกว่างบปีก่อนราวเท่าตัว โดยก้อนหลักเพื่อนำไปใช้ในโครงการคลังสินค้าอัตโนมัติ รองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ส่วนที่เหลือจะใช้ในการขยายสาขาและปรับปรุงคลังสินค้าเดิม

ในด้านกลยุทธ์สินค้าจะขยายตลาดด้วยแบรนด์ตัวเอง (Private Label) ที่มีความเฉพาะตัวมากขึ้น ผ่านแบรนด์ใหม่ๆ หลากหลายเพื่อสร้างความแตกต่างในกลุ่มสินค้าแฟชั่น ขนม และของใช้ทั่วไป และยังใช้ระบบ Data Analytics มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ซื้อ เพื่อคัดเลือกสินค้ากว่า 500 รายการใหม่เข้าร้านในทุกๆ เดือน

*หุ้นดีมีปันผล

นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตรา 0.06 บาทต่อหุ้น สำหรับไตรมาส 4/2568 คิดเป็นมูลค่ารวม 361 ล้านบาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (AGM) เงินปันผลที่เสนอคิดเป็น 42.5% ของกำไรสุทธิไตรมาส 4 และสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่กำหนดให้จ่ายไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

“เรายังคงให้ความสำคัญกับพื้นฐานธุรกิจ ควบคู่กับการขับเคลื่อนกลยุทธ์อย่างมีวินัย เพื่อสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถือเป็นก้าวสำคัญที่เหมาะสมในการสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดยภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทปลอดภาระหนี้สิน ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นทางการเงินเพิ่มขึ้น และทำให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นการเติบโตจากการขยายธุรกิจหลัก พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายแอนดี้ ชิน กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...