โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นิรโทษกรรม-แก้รัฐธรรมนูญ 2 ปมเดือด นิติบัญญัติสีน้ำเงิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 01.15 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผล 396 สส.เข้าสภา “นักเลือกตั้ง” ตบเท้ารับใบรับรองไปแสดงตัวกับสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกันถ้วนหน้า

ขั้นตอนหลังจากนี้ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 121 หลังจาก กกต.รับรองผลเลือกตั้งแล้ว จะต้องมีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกภายใน 15 วัน

เช็กเสียงขั้วรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่การเมืองฝุ่นตลบปมจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 หากโฟกัสไปที่จำนวนเสียงของฝ่าย “นิติบัญญัติ” ใครเป็นฝ่ายรัฐบาล-ใครเป็นฝ่ายค้าน

ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว 292 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 192 เสียง พรรคเพื่อไทย 75 เสียง ขณะที่พรรคเล็ก ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง

พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง พรรคโอกาสใหม่ 1 เสียง

ถือตั๋วเป็นรัฐบาลอย่างไม่เป็นทางการ

ขณะที่ฝ่ายค้านสถานการณ์ในวันนี้ มีพรรคประชาชน 118 เสียง เป็นพรรคยืนพื้น เนื่องจากได้อันดับ 2 เตรียมเป็น “ผู้นำฝ่ายค้าน” ขณะที่พรรคการเมืองอื่นซึ่งยังไม่ถูกเชิญร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง รวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง พรรคไทยภักดี 1 เสียง

จำนวนตัวเลขในฝ่ายค้านที่ยังไม่เป็นทางการมีไม่ถึง 150 เสียง ยังไม่รวมพรรคกล้าธรรม 58 เสียง ซึ่งมีสถานะสุ่มเสี่ยงที่จะไม่ได้ “ตั๋ว” ใบสุดท้ายในการร่วมรัฐบาล

หากส่องวาระ “นิติบัญญัติ” ในวันนี้ ช่วงที่พรรคภูมิใจไทยครองเสียงข้างมากในสภาได้อย่างแข็งแกร่งมากที่สุด และยังเชื่อมสายสัมพันธ์กับวุฒิสภา

มีวาระกฎหมายที่อาจทำให้อุณหภูมิการเมืองกลับมาปะทุอีกครั้ง โดยรัฐบาลภูมิใจไทยต้อง “ตัดสินใจ” ว่าจะเดินหน้าต่อ หรือหยุดอยู่แค่นี้

เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 กำหนดไว้ว่า ในกรณีที่มีการยุบสภา ร่างกฎหมาย หรือร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ถ้ารัฐสภายังไม่ได้เห็นชอบ ให้มีอัน “ตกไป” แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีใหม่หลังการเลือกตั้ง “ร้องขอ” ต่อรัฐสภา เพื่อให้สภาผู้แทนฯ หรือวุฒิสภาพิจารณาต่อไป ถ้าที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบด้วย ก็ให้สภาผู้แทนฯ หรือวุฒิสภาเดินหน้า

แต่มีเงื่อนไขว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องร้องขอภายใน 60 วัน นับแต่มีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไป

ในจำนวนกฎหมายหลายฉบับที่ค้างอยู่ในการพิจารณา มี 2 ฉบับที่สำคัญมาก…สำหรับฉากการเมืองต่อไป

ความหวังทุกขั้ว กม.สันติสุข

กฎหมายฉบับแรกคือ ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. หรือที่นักเลือกตั้ง-นักเคลื่อนไหวการเมืองเรียกว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งผ่านวาระ 3 ในการประชุมสภาสมัยที่แล้ว เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ด้วยเสียงเห็นชอบ 280 เสียง ไม่เห็นชอบ 0 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 2 ผ่านให้วุฒิสภาพิจารณา

ต่อมา 28 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมวุฒิสภาลงมติรับไว้พิจารณา ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 137 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง แต่ในขณะที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของ สว. กลับเกิดอุบัติเหตุในการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ประกาศยุบสภา ร่างกฎหมายดังกล่าวหยุดชะงักทันที

ดังนั้น ขึ้นอยู่กับรัฐบาลอนุทิน 2 จะร้องขอให้รัฐสภาเดินหน้าพิจารณากฎหมายต่อหรือไม่

นิรโทษ พธม.-นปช. แฟลชม็อบ

ทั้งนี้ สาระร่างกฎหมายดังกล่าว นิรโทษกรรมให้กับการกระทำของบุคคลที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง หรือจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568

ตามไทม์ไลน์การชุมนุมทางการเมืองในช่วงเวลาที่มีสิทธิได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้ จะประกอบด้วย การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 2 ครั้ง (ก่อนรัฐประหาร 19 กันยาฯ 49 และช่วงรัฐบาลพรรคพลังประชาชน) การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2552-2553 การชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) การชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นักศึกษาในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แต่ในจำนวนนี้ไม่รวมคดีทุจริต การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 หรือที่เป็นการกระทำความผิดต่อส่วนตัว หรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

ซึ่งพลิกไปดูคดีของกลุ่ม นปช. และคดีของกลุ่ม กปปส. รวมถึงคดีการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ยังมีหลายคดีที่ยังไม่สิ้นสุด เช่น คดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง 5 แกนนำ นปช. จำคุก 4 ปี 4 เดือน ซึ่งแกนนำ นปช.ได้ยื่นขออุทธรณ์สู้คดีต่อ

หรือคดีของกลุ่ม กปปส. คดีหมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกแกนนำ และแนวร่วม กปปส. ฐานเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ, ก่อการร้าย, ยุยงให้หยุดงานฯ, กระทำให้ปรากฏด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใดฯ ทำให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในราชอาณาจักรฯ, อั้งยี่, ซ่องโจร, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ซึ่งอยู่ระหว่างการสู้ต่อในชั้นศาลฎีกา

ดังนั้น รัฐบาลอนุทินจึงกำความ “ผู้กำหนดเกม” นิรโทษกรรมไว้ในมือ

ลุ้นรัฐธรรมนูญใหม่

ขณะที่เกมเดินหน้าการมี “รัฐธรรมนูญใหม่” จะเริ่มเข้มข้น เมื่อเสียงประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กว่า 19,978,736 เสียง คิดเป็นประมาณ 60% ของผู้มาใช้สิทธิ ชนะเสียงไม่เห็นชอบ 10,553,327 เสียง

ย้อนความในคืนวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ที่ “อนุทิน” ประกาศยุบสภา วันนั้นมีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … ในวาระ 2 รายมาตรา ในมาตรา 256/28 ที่ สว.สีน้ำเงินแปรญัตติให้การเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยืนยันต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 เสียง ท่ามกลางการคัดค้านของพรรคประชาชน และเมื่อมีการโหวตลงมติปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทยยกหนุนการแปรญัตติของ สว. เป็นเหตุให้เกิดการแตกหักและเกิดการยุบสภาในที่สุด

ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการได้ “ขอถอน” กลับออกไป

ดังนั้น ด้วยเหตุที่มีการยุบสภา รัฐบาลอนุทินจะต้อง “ร้องขอ” จากรัฐสภาให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับดังกล่าวนำมาพิจารณาใหม่อีกครั้งหรือไม่

แต่แหล่งข่าว สว.สีน้ำเงินเชื่อว่ารัฐบาลอนุทินจะปัดทิ้ง และให้แต่ละฝ่ายเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่ขึ้นมา แต่ถึงอย่างไร สว.เสียงข้างมากก็คงยืนยันจุดเดิมว่า การเห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่ต้องให้ สว.เห็นชอบด้วย 1 ใน 3 เว้นแต่หากมีการเสนอว่าการเห็นชอบ ใช้เสียง 2 ใน 3 หรือ 500 เสียงของรัฐสภาอาจจะรับได้

“สถานการณ์แก้รัฐธรรมนูญตอนนี้อยู่ในมือของฝ่ายอนุรักษนิยมแล้ว” แหล่งข่าว สว.สีน้ำเงินกล่าว

2 เกมกฎหมายร้อนรอปะทุ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นิรโทษกรรม-แก้รัฐธรรมนูญ 2 ปมเดือด นิติบัญญัติสีน้ำเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...