“IISS” ประกาศเตือน โลกกำลังเผชิญกับ “ทศวรรษอันตราย!”
วันที่ 14 ก.พ. 67 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถาบันการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (IISS) ในประเทศอังกฤษ ได้ออกมาเตือนว่า ขณะนี้ โลกกำลังเผชิญกับความขัดแย้งที่กระจายไปทั่ว แสดงให้เห็นว่าเรากำลังเผชิญกับทศวรรษอันตราย
โดย IISS ระบุในรายงานประจำปีว่าด้วย “สมดุลทางทหาร” ว่า โลกได้เข้าสู่ “สภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยที่มีความผันผวนสูง” ที่ทำให้เราต้องอดทนกับมันต่อไป รวมถึง “สถานการณ์ด้านความมั่นคงทางทหารในปัจจุบันได้ประกาศถึงสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นทศวรรษที่อันตรายยิ่งขึ้น ลักษณะพิเศษที่เราได้เห็นคือมหาอำนาจทางทหารบางส่วนยังคงเดินหน้าตามคำกล่าวอ้างของตนอย่างไร้ยางอาย”
นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังตั้งข้อสังเกตว่า ความปรารถนาในหมู่ประเทศประชาธิปไตยที่มีแนวคิดเช่นเดียวกัน ที่จะเพิ่มการตอบสนองด้านกลาโหมให้เข้มแข็งขึ้นทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี
ตามรายงานระบุด้วยว่า ในเวลาเกือบ 2 ปี การรุกรานยูเครนของรัสเซีย สูญเสียรถถังประจัญบานไปราว 3,000 คัน โดยรัสเซียถูกบังคับให้ต้องแลกคุณภาพกับปริมาณ ในความพยายามที่จะหาทางทดแทนรถถังที่สูญเสียไปนับตั้งแต่บุกโจมตียูเครนในเดือน ก.พ. 65 ด้านยูเครนสามารถชดเชยการสูญเสียยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านการบริจาคของชาติตะวันตก ถือเป็นการยกระดับคุณภาพในกระบวนการ
ด้วยแรงผลักดันจากการตอบสนองของสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ต่อการรุกรานของรัสเซีย ค่าใช้จ่ายทางทหารทั่วโลกเพิ่มขึ้น 9% ในปี 65 มาแตะที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 77 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ดี มีสมาชิกนาโตเพียง 10 ประเทศที่บรรลุเป้าหมายในการจัดสรรงบประมาณ 2% ของจีดีพีเพื่อการใช้จ่ายด้านความมั่นคง แม้ว่าอีก 19 ประเทศจะเพิ่มงบประมาณของตนเมื่อปีที่ผ่านมาแล้วก็ตาม
รายงานของ IISS ชี้ว่า การกระทำของรัสเซียได้ฟื้นฟูนาโตขึ้นใหม่ โดยฟินแลนด์ได้เสร็จสิ้นกระบวนการในการเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรอย่างรวดเร็วในเดือนเมษายน 2023 ทำให้พรมแดนของรัสเซียกับสมาชิกนาโตทอดยาวไปกว่า 1,300 กิโลเมตร
ส่วนการจัดหาขีปนาวุธของอิหร่านให้กับกบฏฮูตีในเยเมน และการส่งโดรนไปยังรัสเซีย ได้เน้นย้ำถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของอิหร่านในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง ขณะที่จีนได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายอำนาจที่เพิ่มขึ้น
ทางด้าน สงครามอิสราเอล-ฮามาส การสู้รบในยูเครนที่ยังคงดำเนินต่อไป และความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในอินโด-แปซิฟิกและแอฟริกา เป็นการประกาศให้เห็นถึงสิ่งที่น่าจะเป็นทศวรรษที่อันตรายมากขึ้น