โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET :หินปูนในเยื่อบุตา

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 16 เม.ย. 2567 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2567 เวลา 03.03 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

หินปูนใต้เปลือกตาคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร อันตรายต่อดวงตาหรือไม่ และมีวิธีการรักษาอย่างไร

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ศาสตราจารย์วุฒิคุณ นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

ภาวะหินปูนเกาะบริเวณเยื่อบุตาด้านในพบได้บ่อยและเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเคืองตา ซึ่งในหลายคนอาจจะมีอาการเคืองตา แต่ไม่ได้ไปรับการตรวจ อาจจะเข้าใจว่ามีเศษฝุ่นปลิวเข้าตา หรือเคืองตาจากโรคตาแห้ง

หินปูนหรือไขมันแข็ง ๆ ที่สะสมอยู่บริเวณเยื่อบุตาด้านใน ไม่ได้เป็นหินปูนหรือเศษฝุ่นที่ปลิวมาจากข้างนอก แต่เกิดจากการสะสมของหินปูนหรือไขมันที่ล่องลอยมาในเลือด และมาสะสมบริเวณที่มีการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุตาด้านใน

หินปูนเยื่อบุตาหรือนิ่วเยื่อบุตา (conjunctival concretion) มี 2 แบบ คือ แบบแข็ง (แคลเซียม หินปูน) และ แบบอ่อน (ก้อนไขมัน) ซึ่งสามารถพบได้ทั้ง 2 แบบ

กรณีเป็นแคลเซียมที่มาสะสมอยู่จะทำให้เกิดอาการเคืองมากกว่าแบบอ่อน (ก้อนไขมันนิ่ม ๆ)

คนกลุ่มไหนที่พบหินปูนในเยื่อบุตา

ส่วนใหญ่พบภาวะหินปูนเกาะตาในผู้สูงอายุ เพราะอาจมีอาการอักเสบเรื้อรังบริเวณเยื่อบุตา หรืออาจจะพบในคนอายุน้อยก็ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภูมิแพ้ขึ้นบริเวณดวงตา คือมีอาการคันตาเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ มานานแล้ว ก็จะทำให้เกิดความเสียหายของเยื่อบุตาบริเวณด้านในจึงทำให้เกิดการสะสมของหินปูน

ระยะแรกการสะสมของหินปูนจะอยู่ลึก ๆ ผู้ป่วยยังไม่มีอาการอะไร ตามกลไกของร่างกายก็จะมีการดันออก ทำให้เกิดการตื้นขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะเริ่มเคืองน้อย ๆ พอหินปูนเริ่มสัมผัสกับบริเวณกระจกตาดำโดยตรง เวลากะพริบตาก็มีอาการเคืองตามากขึ้น พอหินปูนหลุดพ้นออกจากเยื่อบุตา อาการเคืองตาก็จะหายไป

โดยทั่วไป ภาวะหินปูนเกาะที่บริเวณด้านในเยื่อบุตามักไม่เป็นอันตรายอย่างรุนแรงกับกระจกตาหรือลูกตา แต่อาจจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองเป็น ๆ หาย ๆ

หินปูนในเยื่อบุตา เกิดซ้ำได้หรือไม่ ?

หินปูนเกิดขึ้นใหม่เป็นลักษณะวนซ้ำ 2-3 สัปดาห์เริ่มเกิดอาการเคืองตา ประมาณ 3-4 วันเมื่อหินปูนหลุดอาการเคืองตาก็หายไป

อาการเคืองตาจะดีขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หินปูนก้อนใหม่เริ่มตื้นขึ้นมาแล้วจะหลุดก็ทำให้เกิดอาการเคืองตาอีกเช่นกัน

สำหรับการรักษาภาวะหินปูนเกาะบริเวณเยื่อบุตา ต้องรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุ เช่น ภูมิแพ้ขึ้นตา หรือเยื่อบุตาอักเสบเรื้อรัง จักษุแพทย์อาจให้ยาบางชนิดเพื่อรักษาอาการอักเสบเรื้อรังนั้น

การรักษาแบบประคับประคองสำหรับคนที่มีปัญหาหินปูนสะสมบริเวณเยื่อบุตาบ่อย ๆ จักษุแพทย์มักจะให้เป็นน้ำตาเทียมหรือเจล ช่วยให้สบายตามากขึ้น

การตรวจเบื้องต้น กรณีสงสัยมีหินปูนเกาะบริเวณเยื่อบุตา ด้วยการดึงเปลือกตาด้านล่างลง และให้คนที่จะตรวจมองลงล่าง และให้เหลือบตาขึ้นบน จะทำให้ด้านในของเยื่อบุตาล่างปลิ้นออกมา มองเห็นเป็นจุดขาว หรือจุดสีเหลืองของไขมันหรือหินปูนที่เกาะได้

สำหรับเปลือกตาบน สามารถจับบริเวณโคนขนตาบน แล้วพลิกเปลือกตาบนขึ้นไป และใช้ไฟส่องดูจะเห็นเป็นจุดขาวเล็ก ๆ หรือสีเหลืองเป็นก้อนสะสมอยู่ แสดงว่ามีหินปูนเกาะบริเวณดวงตา ไม่ควรเขี่ยออกด้วยตนเอง

แนะนำให้ไปพบจักษุแพทย์เพื่อรักษาที่ต้นเหตุ และได้รับยามาช่วยลดอาการ

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ…

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : หินปูนในเยื่อบุตา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...