โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

นี่เราหมดไฟหรือแค่ขี้เกียจ? สำรวจสาเหตุเบื้องหลังอาการไม่อยากตื่นมาทำงาน

Mission To The Moon

เผยแพร่ 03 เม.ย. 2567 เวลา 11.00 น. • Mission To The Moon Media

เคยมีอาการแบบนี้กันไหม ไม่อยากนอนเพราะไม่อยากตื่นเช้ามาทำงาน หรือตื่นนานแล้ว แต่ก็ยังไม่อยากลุกจากเตียงเพื่อไปทำงานอยู่ดี
.
หากยกสถานการณ์เช่นนี้มา บางคนอาจจะมองว่าคนที่ไม่อยากไปทำงานหรือไม่ยอมลุกออกจากเตียงเป็นคน “ขี้เกียจ” แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่เรามีพฤติกรรมเช่นนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะขี้เกียจเสมอไป บางทีเราอาจ “หมดไฟ” ก็ได้
.
ความขี้เกียจกับอาการหมดไฟเป็นสิ่งที่ค่อนข้างมีความทับซ้อนกัน จนทำให้บางทีเราก็ไม่สามารถแยกออกได้ว่าเรากำลังรู้สึกแบบไหนอยู่กันแน่
.
ในบทความนี้เราจึงจะอยากชวนทุกคนมาสำรวจสาเหตุเบื้องหลังอาการไม่อยากตื่นมาทำงานและไม่อยากลุกจากเตียงตอนเช้าของตัวเอง ว่าเป็นเพราะเราหมดไฟหรือแค่ขี้เกียจกันแน่
.
.
หมดไฟหรือแค่ขี้เกียจ?
.
คำว่าหมดไฟกับขี้เกียจดูเผินๆ อาจคล้ายกันตรงที่ว่า ทั้งสองอารมณ์นี้มีความเกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงการทำอะไรบางอย่าง แต่ถ้าพิจารณาลึกๆ ลงไปแล้วก็ยังคงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เราลองมาสังเกตถึงความแตกต่างไปพร้อมๆ กัน
.
เริ่มกันที่ “หมดไฟ” อาการนี้จะมีสาเหตุมาจากการเผชิญกับความเครียดระดับสูง โดยไม่ใช่แค่การเจอเรื่องเครียดสูงเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการเผชิญกับความรู้สึกนี้จน “เรื้อรัง” ซึ่งความเครียดส่วนใหญ่ก็มักจะมาจากการทำงาน เรียกได้ว่าเป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมหรือพื้นที่ทำงานที่เราไม่สามารถควบคุมได้
.
โดยอาการหมดไฟนั้นจะทำให้เราเกิดความเสียหายอย่างหนักทั้งทางกาย จิตใจ และอารมณ์ จนแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการทำงานของเรา อย่างเช่น ทำให้เราไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และมีความไม่พึงพอใจมากขึ้น
.
กลับกัน ความขี้เกียจนั้นจะเป็นการหลีกเลี่ยงอะไรบางอย่างหรือการขาดความพยายามเสียมากกว่า ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกิดขึ้นจากความเครียด แต่มาจากการหลีกเลี่ยงการประสบกับอะไรบางอย่างที่ตัวเองไม่ต้องการเสียมากกว่า พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือมันเกี่ยวข้องกับการผัดวันประกันพรุ่ง โดยเราหลีกเลี่ยงอะไรบางอย่างถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็นอย่างไรก็ตาม
.
อย่างไรก็ดี ความขี้เกียจก็อาจทำให้คนคนนั้นคิดอย่างมีกลยุทธ์และสามารถหาทางแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้นได้ เพราะคนเหล่านี้อาจหาทางลัดที่จะทำให้ตัวเองทำงานน้อยที่สุดแต่เสร็จเร็วที่สุดก็เป็นได้
.
.
สัญญาณที่บอกว่าเรา “หมดไฟ” ไม่ได้ขี้เกียจ!
.
สำหรับใครที่อยู่ในโลกแห่งการทำงาน ก็คงจะทราบกันดีว่าการดำรงอยู่ในโลกแห่งนี้ไม่ง่ายนัก เพราะในทุกๆ วันเราต้องเจอกับกองงานมากมาย ประชุมหลายโปรเจกต์ อีกทั้งยังมีความท้าทายเข้ามาให้เราต้องก้าวผ่านไปในทุกๆ วัน
.
แล้วยิ่งอยู่ในโลกที่เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทุกวันอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ เรายิ่งต้องพยายามปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะฉะนั้นแล้วชีวิตวัยทำงานนั้นไม่ง่าย และไม่เคยง่ายเลย
.
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ความรู้สึกท้อ เหนื่อย หรือหมดไฟ ก็อาจคืบคลานเข้ามาหาเราได้ทุกเมื่อ เราจึงอยากให้ทุกคนลองสังเกตตัวเองกันเยอะๆ ว่าตอนนี้เรากำลัง “หมดไฟ” อยู่หรือเปล่า เพื่อที่เราจะได้รับมือและจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้อย่างถูกจุดและทันท่วงที
.
มารู้จักกับ 5 สัญญาณของอาการหมดไฟที่พบได้บ่อย
.
1. เหนื่อยล้า
หากใครกำลังรู้สึกหนักอึ้งในใจ ความรู้สึกนี้จะแสดงออกมาผ่านความเหนื่อยล้าทางกาย งานง่ายๆ หรืองานพื้นฐานที่เราต้องทำบ่อยๆ อย่างเช่นการอาบน้ำชำระล้างร่างกายหรือการเข้าครัวทำอาหาร ก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่อยากทำและรู้สึกว่าเป็นภาระ
.
ส่วนในด้านของการทำงานก็รู้สึกว่าแต่ละวันมันช่างยาวนานเสียเหลือเกิน รู้สึกเหนื่อยกับชีวิตมากกว่าปกติ ไม่รู้ว่าจะเติมพลังให้กับชีวิตอย่างไร ถ้าใครมีอาการเช่นนี้ ก็เป็นไปได้ว่าอาจกำลังหมดไฟอยู่
.
2. รู้สึกหวั่นกลัวและขาดแรงจูงใจ
อาการหมดไฟอาจมาพร้อมกับความวิตกกังวลหรือหวาดกลัวเกี่ยวกับงานของตัวเอง บางครั้งแม้ว่าเราจะลาเพื่อหยุดพักกายและใจไป แต่พอกลับมาทำงานแล้วก็พบว่าแรงจูงใจและความกระตือรือร้นของตัวเองยังคงต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่อย่างเห็นได้ชัด จนบางทีก็อยากผัดวันประกันพรุ่งงานที่ตัวเองทำอยู่ออกไป เพราะไม่อยากคิดและไม่อยากจัดการกับงานตรงหน้า
.
ถ้าใครรู้สึกว่าวันเวลาในการทำงานมันยากขึ้นเรื่อยๆ คุณภาพงานลดลง แรงจูงใจไม่มี แถมหยุดพักกายและใจก็ยังไม่ช่วยอะไร ก็หมายความว่าเราอาจกำลังหมดไฟอยู่
.
3. นอนไม่ค่อยหลับ
จริงๆ แล้วการนอนหลับถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ยิ่งถ้าเรานอนหลับไม่ดี ก็ยิ่งทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าและหมดไฟได้ และในขณะเดียวกัน อาการหมดไฟก็อาจทำให้เรานอนไม่หลับได้ด้วยเช่นกัน เพราะเราจะรู้สึกกระสับกระส่ายไม่อยากตื่นไปทำงาน นอกจากนี้เรายังอาจมีอาการทางกายอื่นๆ อีกด้วย เช่น อาการปวดหัวหรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะ
.
4. ไม่ค่อยอยากอาหาร
อาการอยากอาหารหรือไม่อยากอาหารก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บ่งชี้ได้ว่าอาจมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเรา เพราะในช่วงที่เราเหนื่อยล้าความอยากอาการของเราก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย เช่น บางคนอาจจะไม่อยากอาหารเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเช้าก่อนไปทำงาน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนที่เราควรหมั่นสังเกตไว้
.
5. ฉุนเฉียวง่าย
ถ้าเราหมดไฟ อารมณ์จะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ดำดิ่งลงไป ถ้าโดยปกติแล้วเราเป็นคนอารมณ์ดี แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดง่ายขึ้นและบ่อยขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าเรากำลังเข้าสู่ภาวะหมดไฟ ซึ่งผลเสียที่ตามมาคือเราอาจมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับรอบตัวได้มากขึ้น ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ทำงาน
.
เมื่อรับรู้แล้วว่าเราหมดไฟแน่ๆ ไม่ได้ขี้เกียจแต่อย่างใด แล้วเราควรรับมือกับอาการนี้อย่างไรดี? อย่างแรกเลยคือ ให้หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้มากขึ้น เพราะวิธีนี้ไม่ใช่แค่จะช่วยแก้ไขอาการหมดไฟ แต่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่แรกเลยก็ว่าได้
.
ดังนั้นให้ลองทำกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยให้สุขภาพกายและใจเราดีขึ้น เช่น ออกกำลังกาย ทำสมาธิ ทานอาหารเพื่อสุขภาพ หรือทำงานอดิเรกที่ชอบกับคนที่รักในวันหยุด เพื่อลดความคับข้องใจจากการทำงาน
.
นอกจากนี้แล้ว เราก็ควรให้เวลาตัวเองได้หยุดพักบ้าง อย่าทำงานหนักจนกายและใจตัวเองไม่ไหว หาพื้นที่และเวลาให้ตัวเองได้ฟื้นฟูจากความเหน็ดเหนื่อยในแต่ละวันบ้าง โดยอาจจะลองใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ เดินเล่นในสวนสาธารณะ หรือเปิดหน้าต่างเพื่อรับอากาศภายนอกบ้าง สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความเครียดเฉียบพลันและเรื้อรังได้
.
.
ไม่ว่าเราจะหมดไฟแค่ไหนก็ยังคงต้องทำงาน หมดแรงเท่าไรชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป แต่เราควรเดินต่อในเส้นทางที่พอจะสร้างความสุขให้กับเราได้ ดังนั้นเราจึงควรฟื้นฟูจิตใจตัวเองให้เป็นในยามเหนื่อยล้า
.
หากใครต้องการ “วิธีปฐมพยาบาลหัวใจของตนเอง” มากกว่านี้ เพื่อที่จะได้เดินหน้าต่อด้วยความสดใส เราขอแนะนำให้มารับฟังเคล็ดลับจาก คุณนภาพร ไตรวิทย์วารีกุล (ดีเจพี่อ้อย) นักเขียน นักจัดรายการวิทยุ และรายการโทรทัศน์ “Club Friday” ที่งาน Mission To The Moon Forum 2024 Work-Life Survival Guide คู่มือเอาชีวิตรอดสำหรับคนสู้งาน ใน SESSION 4: ฮีลใจอย่างไรในวันที่หมดไฟ (11.30 - 12.00 น.)
.
📌สามารถซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/Mission-To-The-Moon-Forum-2024
.
.
อ้างอิง
- Am I Burnt Out or Just Lazy? : Dr. Dawn Ferrara, Calmerry - https://bit.ly/43AXCVO
- 5 Signs You’re Headed Toward Burnout — And How to Stop It : Henry St Leger, Healthline - https://bit.ly/4aoK3LC
.
.
#psychology
#burnout
#laziness
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...