โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจ้าสัว ข้าวตังพันล้าน ลุยเกาหลี-อินโดฯ ตั้งเป้ารายได้โต 15%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 มี.ค. 2567 เวลา 19.32 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2567 เวลา 12.31 น.

เจ้าสัว เขย่าตลาดขนม 4 หมื่นล้านบาท ลุยสินค้าข้าวตัง หวังเป็นขนมดาวรุ่งแบบสาหร่าย บุกเกาหลี อินโดนีเซีย มาเลเซีย จ่อลงทุน 300 ล้านบาท เพิ่มกำลังผลิตส่งออก ตั้งเป้ารายได้โต 15%

วันที่ 26 มีนาคม 2567 นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดขนมขบเคี้ยวมูลค่า 40,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 5-6% ในจำนวนนี้ตลาดข้าวตังมีมูลค่า 1,000 ล้านบาท เติบโต 15% ต่อปี ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

[caption id="attachment_98850" align="aligncenter" width="1024"]

นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน)[/caption]

โดยแบรนด์เจ้าสัว มีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดข้าวตังเป็นเบอร์ 1 ด้วยสัดส่วน 78.5% และขนมขบเคี้ยวแปรรูปจากหมู สัดส่วน 57.2%

เบื้องต้น บริษัทฯ ตั้งเป้าเป็นขนมขบเคี้ยวสัญชาติไทยรูปแบบใหม่ (Modern Thai Snack) โดยปี 2567 วางงบลงทุนด้านการตลาด 70 ล้านบาท ตั้งแต่กลยุทธ์สื่อสารแบรนด์ในวงกว้าง

ผ่านการตลาดแบรนด์แอมบาสเดอร์ “เจมส์ - จิรายุ ตั้งศรีสุข” พรีเซ็นเตอร์แบรนด์เจ้าสัว สื่อสารการตลาดขยายไปสู่คนรุ่นใหม่อายุตั้งแต่ 18 ปี จากเดิมวางทาร์เก็ตไว้ที่กลุ่มอายุ 22-45 ปี ตลอดจนการใช้อินฟลูเอนเซอร์ เจาะตลาดต่างประเทศ เพื่อดันแบรนด์ขนมไทยไปสู่โกลบอลมากขึ้น

[caption id="attachment_98851" align="aligncenter" width="768"]

ขนมข้าวตังแบรนด์ “เจ้าสัว”[/caption]

โดยขณะนี้เจ้าสัวได้ขยายตลาดส่งออกไปมากกว่า 12 ประเทศ ปีนี้จะเน้นขยายตลาดจีนและอเมริกาต่อเนื่อง จากศักยภาพของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ทำยอดขายได้ดีที่สุดใน จีน อเมริกา ฮ่องกง และออสเตรเลีย

ควบคู่กับเจาะตลาดใหม่เพิ่มอีก 2-3 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งบริษัทฯ ได้เห็นอินไซด์ไอดอลเกาหลีนำสินค้าเจ้าสัวไปรีวิวแบบออแกนิกจำนวนมาก จึงเป็นที่มาการเข้าไปทำตลาดมากขึ้น

นายสิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์กรรมการผู้จัดการบริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า บริษัทฯ ได้เตรียมลงทุนโรงงานเพิ่มในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า จำนวน 300 ล้านบาท ขยายโรงงานฮาลาล และเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานสำหรับส่งออกต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันใช้กำลังการผลิตไปร่วม 80% แล้ว ส่วนการผลิตในไทยยังอยู่ในอัตรา 60% ของกำลังการผลิตเต็มกำลัง

[caption id="attachment_98853" align="aligncenter" width="1024"]

นายสิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน)

นายสิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน)[/caption]

“ปีนี้ตั้งเป้าขยายสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศขึ้นเป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 27% ซึ่งในอดีตเมื่อ 3 ปีก่อน ตลาดต่างประเทศบริษัทฯ เน้นรับจ้างผลิต (OEM) ถึง 80% และมีแบรนด์ของตนเองเพียง 20% แต่ขณะนี้ได้เร่งทำตลาดแบรนด์เจ้าสัวผลักดันสัดส่วนแบรนด์ตนเองขึ้นมาอยู่ที่ 60%”

สำหรับตลาดในประเทศ จะเน้นการขยายช่องทางค้าปลีกดั้งเดิม (Traditional Trade : TT) อาทิ ร้านโชห่วย เพิ่มเป็น 20,000 ร้านค้า จากเดิมมีอยู่ 8,000 ร้านค้า ซึ่งมีโปรดักส์ไซซ์เจ้าสัว ราคา 20 บาท เป็นสินค้าหลัก

ขณะที่ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) อาทิ ร้านสะดวกซื้อ จะเน้นสินค้าไซซ์ราคา 20 บาท 40 บาท และ 60 บาท

ข้าวตังแบรนด์เจ้าสัว

โดยประเมินว่าในปี 2567 สัดส่วนพอร์ตช่องทางค้าปลีกดั้งเดิมและโมเดิร์นเทรดจะบาลานซ์ในสัดส่วนเท่า ๆ กัน จากปี 2566 ที่ผ่านมา รายได้ 1,500 ล้านบาท มียอดขายจาก

  • โมเดิร์นเทรด 37%
  • ค้าปลีกดั้งเดิม 30%
  • ส่งออกต่างประเทศ 27%
  • อื่น ๆ 6%

ปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้โต 15% จากปีก่อนทำผลงานได้ 1,500 ล้านบาท ซึ่งจะเติบโตขนานไปกับตลาดข้าวตังที่ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 15% เช่นกัน”

อย่างไรก็ดี ตลาดข้าวตังยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากการที่ในประเทศยังมีคนไม่เคยรับประทานอีกเยอะ จึงตั้งใจส่งแคมเปญใหม่ “Taste The Truth ข้าวตังเจ้าสัว ท้าชิมก่อนเชื่อ” โดยวางแผนการตลาดไว้ 3 เฟส

  • เฟสแรก - ทำโฆษณาผ่านช่องทางสื่อนอกบ้าน (Out of Home : OOH) โดยไม่บอกชื่อแบรนด์
  • เฟสสอง (ปัจจุบัน) - นำสินค้าให้ผู้บริโภคได้ลองชิม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ
  • เฟสสาม - เน้นทำกิจกรรมทางออนไลน์ สร้างการรับรู้

เราพยายามสร้างการรับรู้ใหม่ว่าข้าวตังเจ้าสัวเป็นขนมรองท้อง มีประโยชน์ทางโภชนาการในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ ก่อให้เกิดขนมให้กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Energing Market) และกลายเป็นขนมดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในตลาดสาหร่าย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...