โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บล.กสิกรไทย คาดกลุ่มแบงก์กำไร 4Q68 ทรงตัว YoY คงมุมมอง“เป็นกลาง”ดิวิเดนท์ยีลด์ 6-8%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 09.38 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. เวลา 02.38 น.

บล.กสิกรไทย คาดกลุ่มแบงก์กำไร 4Q68 อ่อนตัวเทียบ QoQ แต่ทรงตัว YoY คงมุมมองเป็นกลางหุ้นกลุ่มธนาคาร คาดดิวิเดนท์ยีลด์ 6-8% เลือก KTB และ KKP เป็นหุ้นเด่น

วันที่ 12 ม.ค.2569 บล.กสิกรไทย คาดกำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 4/2568 จะลดลงเทียบไตรมาส 3 ปีเดียวกัน(QoQ) จากผลกระทบตามฤดูกาล คาดว่าผลกำไรรวมของธนาคารทั้ง 7 แห่งภายใต้การวิเคราะห์ของบล.กสิกรไทย จะอยู่ที่ 4.72 หมื่นล้านบาท ลดลง 18% QoQ และทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)

โดยกำไรที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเชิง QoQ มีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Opex) ที่สูงขึ้น QoQ จากผลกระทบตามฤดูกาล และกำไรจากการลงทุนที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 เนื่องจากไตรมาส 3/2568 มีกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการปรับมูลค่าใหม่ของบมจ.เงินติดล้อ(TIDLOR) จากบมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา(BAY) และกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มขนส่ง

ขณะที่ในเชิง YoY คาดว่า บมจ.ธนาคารกรุงเทพ(BBL)บมจ.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร(KKP) และบมจ.ธนาคารกรุงไทย(KTB) จะรายงานกำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ที่สูงขึ้น และผลขาดทุนจากรถยนต์ถูกยึดของ KKP ที่ลดลง ส่งผลให้เราคาดว่ากำไรปี 2568 จะเติบโต 7% YoY เป็น 2.095 แสนล้านบาท

คาดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ที่อ่อนตัวลงจะกดดันกำไรก่อนภาษีและดอกเบี้ยจ่าย (PPOP)

บล.กสิกรไทย คาดว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) จะลดลง 2% QoQ และ 8% YoY ในไตรมาส 4/2568 คาดว่าสินเชื่อรวมไตรมาส 4/2568 จะยังคงหดตัวลง 0.4% QoQ จากการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารต่างๆ และภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงซึ่งจำกัดความสามารถของผู้กู้ในการขอสินเชื่อใหม่ทั้งในภาคธุรกิจและรายย่อย ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ถูกปรับลงอีกครั้งในเดือน ธ.ค.2568 คาดว่าอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ของกลุ่มธนาคารจะลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือ 3.13% ในไตรมาส 4/2568 จาก 3.18% ในไตรมาส 3/2568

คุณภาพสินทรัพย์มีเสถียรภาพ

บล.กสิกรไทย คาดว่าอัตราส่วนหนี้เสีย (NPL ratio) ไตรมาส 4/2568 จะทรงตัวที่ 3.9% เช่นเดียวกับไตรมาส 3/2568 แต่คาดว่าค่าใช้จ่าสำรองหนี้สูญ (credit cost) จะลดลง 0.19 %เทียบ QoQ เนื่องจากการตั้งสำรอง (management overlay) คาดว่าจะลดลง

ขณะเดียวกัน BBL จะรายงาน NPL ratio ที่ลดลง QoQ ตามการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 4 ของทุกปี ในขณะที่เราคาดว่าธนาคารอื่นๆ จะรายงาน NPL ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย QoQ

เป้าหมายทางการเงินปี 2569 จะเป็นประเด็นสำคัญหลังประกาศผลประกอบการ

บล.กสิกรไทย เชื่อว่าตลาดจะให้ความสำคัญกับแนวทางธุรกิจปี 2569 ของผู้บริหารธนาคารมากกว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2568

เชื่อว่าธนาคารส่วนใหญ่จะยังคงตั้งเป้าหมายปี 2569 อย่างระมัดระวังต่อไป เนื่องจากหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง แนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอลง และแนวโน้มการเติบโตของ GDP ที่อ่อนแอ ในขณะเดียวกัน เราคาดว่าธนาคารจะยังคงบริหารจัดการเงินทุนเชิงรุก (การจ่ายเงินปันผล+การซื้อหุ้นคืน) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพยุงราคาหุ้นจากฐานเงินทุนสำรองที่อยู่ในระดับสูงท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อที่ต่ำ

บล.กสิกรไทย คงมุมมองที่เป็นกลางต่อกลุ่มธนาคาร โดยเลือก KTB และ KKP เป็นหุ้นเด่น แม้จะเชื่อว่าผลประกอบการและแนวโน้มปี 2569 จะมีความท้าทายจากการเติบโตของ GDP ที่คาดว่าจะอ่อนแอกว่าปี 2568 และผลกระทบเต็มปีต่อ NIM จากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ถูกปรับลงในปี 2568 แต่เชื่อว่าธนาคารส่วนใหญ่จะสามารถรักษาระดับเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ไว้ได้ หรืออาจเพิ่มขึ้นสำหรับบางธนาคาร เช่น KTB ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการจำกัด downside risk ของราคาหุ้น เนื่องจากกลุ่มธุรกิจนี้เสนออัตราตอบแทนเงินปันผลที่น่าดึงดูดใจที่ 6-8%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...