โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ลาโค่-ลามายา" บุก 4 ภาค ลงทุน5ปี ประเดิม60ล้าน ปั้น“บ้านอิสสระ บางนา“หมุดหมายใหม่ร้านอาหารเชิงประสบการณ์เปิดเม.ย.69

Khaosod

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 07.34 น.

"ลาโค่-ลามายา เขาใหญ่" เตรียมบุก 4 ภาค ลงทุน 5 ปี ประเดิม 60ล้านปั้น “บ้านอิสสระ บางนา“ หมุดหมายใหม่ร้านอาหารเชิงประสบการณ์เปิดเม.ย.69 พร้อมกางแผนร่วมทุน 400 ล้านผุดธีมพาร์คเขาใหญ่ 22 ไร่

นายอริยะ ก่อเกียรติเสถียร ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ ลามายา กรุ๊ป และ ลาโค่ กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจโรงแรม เปิดเผยว่าบริษัทมุ่งดำเนินธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและเครื่องดื่มภายใต้กลยุทธ์ “Destination Marketing”

สร้างจุดขายแลนด์มาร์คด้านการแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาเที่ยวได้ตลอดปี ซึ่งที่สร้างชื่อเสียงมาแล้วทั้งในเขาใหญ่และกรุงเทพฯ จนประสบความสำเร็จผงาดโตต่อเนื่อง ยอดรายได้เติบโตกว่า 300 % ภายในเวลา 4 ปี รายได้แตะ 400 ล้านบาท

โดยธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในปัจจุบันทั้ง 9 แบรนด์ ได้แก่ เครือโรงแรมและร้านอาหารลาโค่ เขาใหญ่ ( Lacol Khaoyai) ที่มีบริการครบครันทั้ง ฮิลไซด์ เรสซิเดนซ์ เขาใหญ่ วาริน เวลเนส แอนด์ ออนเซ็น เขาใหญ่ และร้านอาหารมีเอกลักษณ์สไตล์ บาหลี-ซาฟารีชนเผ่า “ลามายา เขาใหญ่”(Lamaya Khaoyai)

“เราเห็นโอกาส และต้องการยกระดับ เน้นย้ำความเป็นเดสทิเนชั่นของเครือลาโค่และลามายา ซึ่งสเกลในการทำร้านลามายา เทียบเท่ากับการทำร้านอาหารถึง 10 ร้าน เป็นร้านขนาดใหญ่ที่รองรับลูกค้ายืนได้ถึง 2,000 คน นั่ง 500 คน เราเปิดที่เขาใหญ่ เดือนพ.ย. 2566”

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารไทยระลึก เขาใหญ่ ร้านข้าวมันไก่จิตรลดา รวมถึงร้านซาฟารี มัทฉะ บาร์ เขาใหญ่ ในขณะที่ลามายา แบงคอก ชั้นลูฟท้อป โรงแรม สเตย์ บริดจ์ สวี ท แบง ค็อก สุขุมวิท 24

ร้านอาหารสไตล์เอเชี่ยนฟิวชั่น ที่สร้างประสบการณ์เชื่อมโยงความดั้งเดิมของวิถีชนเผ่า ลามายา ซึ่งเปิดบริการตั้งแต่เดือนพ.ย. 2567 มีบริการตั้งแต่อาฟเตอร์นูนที ในช่วงบ่ายไปจนถึงไลฟ์ แจ๊ซแบนด์ exclusive club จากดีเจ Lamaya fire show , Lamaya mapping show ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของลามายาที่รู๊ฟ ท็อป บาร์

รวมถึงลาโค่ แบงคอก เป็นบาร์และร้านอาหารที่ชั้น 30 ของโรงแรมสเตย์บริดจ์ ทองหล่อ ซึ่งมีไฮไลท์เป็นที่นั่งในโดมแก้ว เห็นวิวกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา และเป็นเดสทิเนชั่นยอดนิยมอันดับต้นๆ สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย รวมถึงกลุ่มคู่รัก

“ลามายา กรุ๊ป และ ลาโค่ กรุ๊ป เล็งสร้างคอมมิวนิตี้ สเปซรวมร้านอาหารในเครือที่กรุงเทพฯ พร้อมตั้งเป้าเปิดสวนสนุก-เฟสติวัล-โชว์ระดับโลก ตลอดจนขยายแบรนด์ลาโค่ บูทีค โฮเทล และลามายา สู่จังหวัดหัวเมืองใหญ่ 4 ภาคของไทย ภายในระยะเวลา 5 ปี”

สำหรับแผนการลงทุนในระยะ 5 ปีจากนี้ ด้วยงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท โดยที่เริ่มลงทุนไปแล้ว 60 ล้านบาท ภายใต้ “บ้านอิสระ บางนา“ เป็นคอมมูนิตี้ สเปซ

ที่จะรวบรวมร้านอาหารในเครือที่สร้างชื่อเสียงจาก เขาใหญ่ มาเปิดให้บริการ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กใหม่บนถนนบางนา โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการและเตรียมเปิดให้บริการในเดือนเม.ย. 2569

ทั้งนี้ที่ตั้งโครงการอยู่บริเวณซอยโรงเรียนราชวินิต บางแก้ว เป็นที่ดินเช่า 5 ไร่ พร้อมบ้านเก่าหลังใหญ่ มาปรับปรุงและตกแต่งเพื่อเปิดให้บริการเป็น “ร้านระลึก” ร้านอาหารไทย ที่โด่งดังจากเขาใหญ่

ซึ่งในเดือนพ.ย.นี้ เตรียมได้รับเครื่องหมาย Thai SELECT (เป็นตราสัญลักษณ์ที่กระทรวงพาณิชย์ มอบให้กับร้านอาหารไทย และผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ที่ให้บริการและจำหน่ายอาหารไทยรสชาติไทยแท้ ผ่านกระบวนการและขั้นตอนของการปรุงอาหารด้วยส่วนผสมตามตำรับอาหารไทย)

ทั้งนี้ยังมีร้านข้าวมันไก่จิตรลดา ร้านซาฟารี มัทฉะ บาร์ รวมถึงยังเตรียมเปิดคาเฟ่ร้านกาแฟแห่งแรกที่นี่ด้วย นอกจากนี้ยังมีพื้นร้านค้าให้เช่า อาทิ ร้านโอมากาเสะ ตลอดจนร้านซาลอน และร้านทำเล็บเป็นต้น

“ด้วยทำเลที่ตั้งของบ้านอิสระ บางนา อยู่บริเวณซอยโรงเรียนราชวินิต บางแก้ว และยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติด้วย โดยจะสามารถรองรับผู้ปกครองที่มีกำลังซื้อสูงที่มารอรับลูก อีกทั้งกลุ่มเป้าหมายย่านบางนา ส่วนใหญ่มีกลังซื้อสูงด้วยเช่นกัน”

นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุน 400 ล้านบาท สร้างธีมพาร์ค ที่เขาใหญ่ บนที่ดินน 22 ไร่ ในรูปแบบ Production Show ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาใช้บริการ ทั้งนี้จะเป็นการร่วมทุนกับเจ้าของที่ดิน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ใน บริษัท เดอะเครน ผู้ให้บริการเช่ารถเครน ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเป็นแผนลงทุนในระยะ 2 ปีข้างหน้า

อีกทั้งยังมีแนวคิดที่จะลงทุนสร้างเวดดิ้งฮอลล์ หรือสถานที่จัดงานแต่งงาน ที่เขาใหญ่แห่งแรก เนื่องจากศักยภาพของเขาใหญ่ มองว่าหลังการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์เสร็จ คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้บริษัทมีการลงทุนสร้างเพื่อเตรียมพร้อมรองรับตลาดต่างชาติ จากปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนไทย

“ภายใน 5 ปี เราจะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่จะช่วยขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวของไทยได้ โดยเราจะนำแบรนด์โรงแรมลาโค่ไปเปิดเป็นบูทีค โฮเทลตามจังหวัดหัวเมืองในไทย รวมถึงร้านอาหารลาโค่ด้วย เตรียมเปิดเพิ่มอีก 4 สาขา ที่จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต และ พัทยา จ.ชลบุรี“

นายอริยะ เปิดเผยด้วยว่าหลังเรียนจบไฮสคูล จากอเมริกา และกลับมาศึกษาต่อทางด้าน Culinary Arts and Restaurant Management ศิลปะการประกอบอาหารและการจัดการภัตตาคาร จากวิทยาลัยดุสิตธานี

โดยระหว่างเรียนก็ได้มีโอกาสทำงานด้านการจัดอีเวนต์ตามผับต่างๆ จัดหาศิลปินต่างประเทศมาแสดงในไทย และทำออกาไนซ์ รวมถึงเป็นเจ้าของงานด้วย เรียนด้วย ทำงานด้วย รวมถึงยังได้มีโอกาสเข้ามาช่วยธุรกิจโรงแรมที่บ้านด้วย และเนื่องจากมีมุมมองทางธุรกิจอยู่แล้ว จึงได้เข้ามารับช่วงธุรกิจโรงแรมต่อจากครอบครัวอย่างเต็มตัวร่วมกับพี่ชาย

พร้อมกับได้รีแบรนด์โรงแรมเขาใหญ่ โรแมนติก รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นโรงแรมลาโค (La Coro) เขาใหญ่ – เอ ชาเทรียม คอลเลคชั่น จากโรงแรมสไตล์ฟังก์ชั่นสำหรับองค์กร เน้นจัดการประชุมสัมมนา มาเป็นไลฟ์สไตล์โฮเทล ขนาด 125 ห้อง

โดยให้ชาเทรียม ฮอสพิทอลลิตี้ ของตระกูลโสภณพนิช เข้ามาบริหารจัดการห้องพัก ทำให้ได้ฐานลูกค้าต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวด้วยตัวเอง หรือ F.I.T. และมีผลให้อัตราการเข้าพักดีขึ้นแตะระดับ 70%

ขณะเดียวกันยังมี ฮิลไซท์ (Hillside) ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่บริษัทขายในรูปแบบไทม์แชร์ จำนวน 88 ห้อง สำหรับรองรับกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่

“ทั้งนี้ลาโค่ ต้องการสื่อสารถึงการเป็นโลโค่ความเป็นท้องถิ่นที่มีวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ที่เปิดให้บริการ โดยเราเริ่มโปรโมทสถานที่ให้เป็นที่รู้จักจากการทำลานชมภาพยนตร์แบบเอาท์ดอร์ชื่อ Lacol Cinema จนกลายเป็นไวรัลตั้งแต่แรกเปิดให้บริการ คนเริ่มจำได้"

จากนั้น จึงครีเอทไอคอนนิกสปอทให้ร้านอาหารของโรงแรม ลาโค่ เขาใหญ่ ให้เป็นโดม เรามองเห็นช่องว่างธุรกิจ เพราะอยู่ที่เขาใหญ่ทำให้รู้ว่า ที่นี่ยังไม่มีอะไรเลย แม้มีโรงแรมและกระแสคาเฟ่ ฮอปปิ้ง เกิดขึ้นเยอะ

ทำให้อยากสร้าง Destination Space ที่เขาใหญ่ ที่ไม่อิงกับซีซั่น มีสปา มีโรงแรม มีที่พักให้เลือกที่ตอบโจทย์กลุ่ม Gen z และ y กลุ่มคู่รัก ครอบครัว ซึ่งตั้งแต่รีแบรนด์ ทำยอดได้เดือนละ 10 ล้านบาท รายได้เติบโตกว่า 300%

และปัจจุบัน ร้านลาโค่ กลายเป็นหนึ่งในเดสทิเนชั่นยอดฮิตติดอันดับที่คู่รักมาขอแต่งงานมากที่สุด มีคู่รักเดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อจองคิวที่ร้าน ซึ่งทางลาโค่ก็มีบริการช่างภาพเพื่อมอบประสบการณ์ดีๆ ให้แก่ลูกค้าตลอดช่วงเวลาสำคัญด้วย

ในส่วนของธุรกิจโรงแรมซึ่งล่าสุดได้รีแบรนด์โรงแรมโรแมนติก ขอนแก่น เป็น โรงแรมอิสระ บูติ ขอนแก่น ด้วยเช่นกัน

นายอริยะ กล่าวตอนท้ายว่าต้องยอมรับว่าปีนี้เจอสถานการณ์ที่แย่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งพึ่งพิงตลาดต่างชาติเป็นหลัก โดยปีนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว กลุ่มต่างชาติที่ทำงานในไทยก็เริ่มย้ายออกไปเวียดนาม เนื่องจากมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี จึงทำให้รายได้ปีนี้ค่อนข้างนิ่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ลาโค่-ลามายา" บุก 4 ภาค ลงทุน5ปี ประเดิม60ล้าน ปั้น“บ้านอิสสระ บางนา“หมุดหมายใหม่ร้านอาหารเชิงประสบการณ์เปิดเม.ย.69

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...