ทรัมป์หารือแผนครอบครองกรีนแลนด์ ไม่ปิดทางเลือกใช้ทหาร
ทำเนียบขาวสหรัฐเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมที่ปรึกษากำลังหารือถึงทางเลือกต่าง ๆ ในการให้สหรัฐอเมริกาได้มาซึ่งกรีนแลนด์ โดยการใช้กำลังทหารของสหรัฐเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวยังคงเป็น “หนึ่งในทางเลือกเสมอ”
แถลงการณ์ของทำเนียบขาว ซึ่งออกเพื่อตอบคำถามของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า ทรัมป์มองการครอบครองกรีนแลนด์เป็นลำดับความสำคัญด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เนื่องจากจำเป็นต่อการยับยั้งคู่แข่งของสหรัฐในภูมิภาคอาร์กติก
ความพยายามของทรัมป์ในการผลักดันให้สหรัฐได้ครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคอาร์กติก ได้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ภายหลังสหรัฐดำเนินการจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ท่ามกลางความสนใจที่เพิ่มขึ้นของรัสเซียและจีนในภูมิภาคดังกล่าว
แถลงการณ์ระบุว่า “ประธานาธิบดีและทีมงานกำลังพิจารณาทางเลือกที่หลากหลายเพื่อบรรลุเป้าหมายนโยบายต่างประเทศที่สำคัญนี้ และแน่นอนว่าการใช้กองทัพสหรัฐเป็นทางเลือกหนึ่งที่อยู่ในอำนาจของผู้บัญชาการทหารสูงสุด”
แหล่งข่าวระบุว่า ทางเลือกที่ถูกพิจารณารวมถึงการที่สหรัฐซื้อกรีนแลนด์โดยตรง หรือการจัดทำข้อตกลงความสัมพันธ์เสรี (Compact of Free Association – COFA) กับกรีนแลนด์ ซึ่งจะยังไม่ถึงขั้นผนวกเกาะดังกล่าวที่มีประชากรราว 57,000 คน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยราคาซื้อที่เป็นไปได้
เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวเพิ่มเติมว่า การทูตและการเจรจาทำข้อตกลงยังคงเป็นทางเลือกแรกของทรัมป์ โดยระบุว่า “ประธานาธิบดีชื่นชอบการทำข้อตกลง หากสามารถบรรลุข้อตกลงที่ดีในการได้มากรีนแลนด์ นั่นย่อมเป็นสัญชาตญาณแรกของเขา”
ฝ่ายบริหารสหรัฐให้เหตุผลว่า กรีนแลนด์มีความสำคัญต่อสหรัฐอย่างยิ่ง เนื่องจากมีแหล่งแร่ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการทหาร แม้ทรัพยากรเหล่านี้ยังไม่ถูกพัฒนาอย่างเต็มที่ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โครงสร้างพื้นฐานที่จำกัด และอุปสรรคอื่น ๆ
ขณะเดียวกัน ผู้นำประเทศยุโรปมหาอำนาจหลายประเทศ รวมถึงแคนาดา ได้ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนกรีนแลนด์ โดยย้ำว่าเกาะในแถบอาร์กติกแห่งนี้เป็นของประชาชนกรีนแลนด์
รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก ลาร์ส ล็อกเค ราสมุสเซน กล่าวว่าประเทศของตนเชื่อมั่นในความเป็นสมาชิกนาโต พร้อมปฏิเสธคำกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ของทรัมป์ที่ว่าเดนมาร์กไม่สามารถปกป้องกรีนแลนด์ได้ โดยย้ำว่าไม่มีการลงทุนหรือการเคลื่อนไหวทางทหารของจีนในระดับที่ทรัมป์กล่าวอ้าง และสหรัฐยังสามารถเข้ามาลงทุนในกรีนแลนด์ได้มากขึ้น
รัฐบาลกรีนแลนด์ระบุว่า ได้ร้องขอการประชุมเร่งด่วนกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เพื่อหารือสถานการณ์ดังกล่าว ขณะที่ผู้นำฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สเปน และเดนมาร์ก ออกแถลงการณ์ร่วมย้ำว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับกรีนแลนด์ต้องเป็นสิทธิของเดนมาร์กและชาวกรีนแลนด์เท่านั้น
ผู้นำประเทศเหล่านี้ยังเห็นพ้องว่า ความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกควรถูกขับเคลื่อนร่วมกันผ่านนาโต โดยเดนมาร์กได้ให้คำมั่นจัดสรรงบประมาณกว่า 42,000 ล้านโครนเดนมาร์ก เพื่อเสริมศักยภาพทางทหารในพื้นที่ดังกล่าว
ด้านนายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน เรียกร้องให้สหรัฐเปิดการเจรจาอย่างให้เกียรติ พร้อมย้ำว่ากรีนแลนด์มีสิทธิ์กำหนดอนาคตของตนเอง
ทั้งนี้ กรีนแลนด์ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรเพียงราว 57,000 คน แม้จะไม่ใช่สมาชิกนาโตโดยตรง แต่ได้รับความคุ้มครองผ่านการเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก และด้วยที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างยุโรปและอเมริกาเหนือ ทำให้กรีนแลนด์มีความสำคัญต่อระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐ รวมถึงเป้าหมายในการลดการพึ่งพาทรัพยากรจากจีน