โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้สูงอายุ 100 ปี ในประเทศไทย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 ธ.ค. 2568 เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2568 เวลา 02.02 น.

บทความพิเศษ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน

ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย

ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ผู้สูงอายุ 100 ปี ในประเทศไทย

นอกจากโครงการผู้สูงอายุ 100 ปี ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2539 แล้ว

ในปี 2568 สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ยังได้ดำเนินการให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 100 ปี ในประเทศไทย

โดยศาสตราจารย์ ดร.ศศิพัฒน์ ยอดเพชร กรรมการบริหารสมาคมได้เป็นผู้เขียนโครงการและเป็นผู้วิจัยหลักในโครงการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชื่อโครงการวิจัย “วิถีชีวิตและความสุขของผู้สูงอายุเกิน 100 ปี”

งานนี้ได้จัดทำรายงานตีพิมพ์เผยแพร่ออกมาอย่างงดงามถึง 3 เล่ม

เล่มแรกชื่อ วิถีชีวิตและความสุขของผู้สูงอายุเกิน 100 ปี (Life Style and Happiness of Centenarians) มีศาสตราจารย์ศศิพัฒน์ ยอดเพชร เป็นผู้วิจัยหลัก มีผู้ร่วมวิจัย 3 ท่าน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐพัชร สโรบล นางสาวชนิกานต์ ศักดาพร และนางสาวกฤษณา พลภักดี เป็นรายงานหนาถึง 332 หน้า

เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey research) เชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุเกิน 100 ปี จำนวน 101 คน โดยสุ่มตัวอย่างหลายขั้นตอนจากข้อมูลผู้สูงอายุ 100 ปี ของสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ กระจายใน 15 จังหวัด เลือกเฉพาะผู้ที่มีสุขภาพดี สื่อสารได้ และยินยอมเข้าร่วม

เครื่องมือคือแบบประเมินความสามารถการทำกิจวัตรประจำวัน (Activities of Daily Living : ADL) และแบบประเมินสุขภาพจิตผู้สูงอายุ ฉบับสั้น (Thai Geriatric Mental Health Assessment Tool : T-GMHA-15) รวมทั้งแบบสอบถามที่จัดขึ้น ซึ่งแบ่งเป็น 9 ด้าน รวม 47 ข้อ แต่ละข้อแบ่งเป็นข้อย่อยอีก 68 ข้อ

พบว่า กลุ่มตัวอย่าง เป็นเพศหญิง 66.34% สอดคล้องกับข้อมูลที่พบผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชาย อายุเฉลี่ย 102 ปี สูงสุด 110 ปี ร้อยละ 29.91 อาศัยอยู่ในครอบครัวกับลูกสาว รองลงไปร้อยละ 23.5 อยู่กับหลาน ร้อยละ 82.18 เป็นหม้าย ร้อยละ 51.49 เป็นเกษตรกร รองลงไปคือค้าขายร้อยละ 22.77 รายได้หลักมาจากเบี้ยยังชีพ ร้อยละ 42.66 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่ำกว่า 5,000 บาท

ส่วนใหญ่ไม่มีหนี้สิน

ด้านสุขภาพกาย 75.25% ช่วยเหลือตนเองได้ โดย 28.57% เวลาลุกเดินต้องการผู้ช่วยเหลือ 26.53% ใช้ไม้เท้า 21.93% 42.98% มีโรคความดันโลหิตสูง 21.93% ไขมันในเลือดสูง 11.40% เป็นเบาหวาน 48.50% ประเมินตนเองว่าสุขภาพจิตดีถึงดีมาก

ด้านพฤติกรรมสุขภาพ 97.03% ไม่สูบบุหรี่ 96.05% ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ 45.54% มีการเคลื่อนไหวทางกายน้อย 37.36% ไม่ออกกำลังกายเลย 53.47% นอนหลับได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน 46.53% ได้ตรวจสุขภาพแต่ไม่ประจำทุกปี

ด้านพฤติกรรมทางสังคมและสภาพแวดล้อม 36% ยังรับข้อมูลข่าวสารทางโทรทัศน์และวิทยุ 47.41% ยังเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ เกินครึ่งไม่มีเพื่อนใกล้ชิดและไม่มีการติดต่อกับเพื่อนในปัจจุบัน รวมทั้งไม่มีการติดต่อกับกลุ่มทางสังคม ขณะที่ 40.59% ยังติดต่อกับเพื่อนเป็นบางครั้ง 21.40% ยังคงมีบทบาทในการถ่ายทอดความคิดประสบการณ์ ความรู้และภูมิปัญญาแก่คนรุ่นหลัง 48.52% อาศัยอยู่ในบ้านที่เป็นของบุตร โดย 99.01% มีห้องน้ำ / ห้องส้วม อยู่ในบริเวณบ้าน

48.50% ไม่มีการเตรียมตัวในช่วงสุดท้ายของชีวิต เกินกว่าครึ่ง ไม่รู้จักและไม่สนใจทำพินัยกรรม

ด้านระดับความสุข 53.47% ประเมินตนเองว่ามีความสุขระดับมาก 41.58% ประเมินว่ามีความสุขระดับมากที่สุด โดยองค์ประกอบของความสุข ได้แก่ ความภาคภูมิใจในตนเอง การมีความสุขจากสิ่งเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน และความพึงพอใจในชีวิตที่ผ่านมา

ด้านปัจจัยที่สัมพันธ์กับความสุข ผู้สูงอายุ 100 ปี มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับปัจจัยสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

(1) การสนับสนุนทางสังคม เช่น การดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว การรับฟังและการให้กำลังใจ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม

(2) การเห็นคุณค่าในตนเอง เช่น การมองชีวิตด้วยความภูมิใจ การรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า และการได้ถ่ายทอดประสบการณ์แก่ลูกหลาน

(3) การปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาพบว่าผู้สูงอายุ 95.05% ปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาเป็นประจำ เช่น ทำบุญ สวดมนต์ รักษาศีล

และ (4) สัมพันธภาพในครอบครัว พบว่า 76.24% มีความสัมพันธ์ภายในครอบครัวในระดับมาก

ด้านแนวทางในการดำเนินชีวิต ผู้สูงอายุ 100 ปี กล่าวถึงหลักการดำเนินชีวิตอย่างมีความหมายและมีความสุข โดยเน้นที่การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวและลูกหลาน (17.31%) การดูแลสุขภาพกายและใจ (16.53%) และการมีชีวิตอย่างพอเพียง เรียบง่าย และพึงพอใจในสิ่งที่มี (15.38%)

สำหรับสิ่งที่สร้างความสุขแก่ผู้สูงอายุ 100 ปี แบ่งเป็น 2 ด้าน คือ

(1) ความสุขต่อตนเอง ผู้สูงอายุ 100 ปี ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี (21.36%) ยึดหลักศีลธรรม (6.80%) มีความมั่นคงในชีวิตและพึ่งพาตนเองได้ (5.83%) และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและพอเพียง (4.85%)

และ (2) ความสุขจากคนรอบข้าง ได้แก่ ความสุขจากการอยู่ร่วมกับครอบครัว และลูกหลาน (41.72%) ความภูมิใจเมื่อเห็นลูกหลานประสบความสำเร็จ (21.36%) และความสุขจากการได้ช่วยเหลือผู้อื่นหรือชุมชน (5.83%)

ผู้วิจัยให้ข้อสังเกตว่า วิถีชีวิตของผู้สูงอายุ 100 ปี ในประเทศไทย คล้ายคลึงกับผู้สูงอายุในบลูโซน ในเรื่องการกินอาหาร การนอนหลับ และการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่

ส่วนที่แตกต่างคือการเคลื่อนไหวทางร่ายกาย และการออกกำลังกายที่น้อยกว่า

ในด้านความสุข ผู้สูงอายุ 100 ปี ในสังคมไทย มีความสุขในระดับสูง โดยสัมพันธ์กับการได้รับการสนับสนุนในสังคม การเห็นคุณค่าในตนเอง และการได้ปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา

ซึ่งสะท้อนบริบทวัฒนธรรมไทยที่ครอบครัวและศาสนายังคงมีบทบาทสำคัญในช่วงบั้นปลายชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้สูงอายุ 100 ปี ในประเทศไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...