DSI บุกค้นบริษัท-บ้าน 5 จุด สางปมเครื่องสแกนม่านตาดูดข้อมูล1.2ล้านคนไทย
จากกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงประเด็นภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 67 ซึ่งเป็นภาพการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และบริษัทไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี จากประเทศสิงคโปร์ (Prime Opportunity Fund VCC Singapore) โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ตำแหน่งในขณะนั้น) มีนายเบน สมิธ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ (ตำแหน่งในขณะนั้น) และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย (ตำแหน่งในขณะนั้น) ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม MOU ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
‘DSI’ จ่อจี้ ‘รมว.คลัง’ บี้ ก.ล.ต.สรุปปมสแกนม่านตาฉาว หลังไม่ตอบกลับ
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความเคลื่อนไหวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ภายหลังดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน พยานเอกสาร ขยายผล สอบปากคำพยานผู้เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เครื่องสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลดังกล่าวยังไม่ถูกรับรองวินิจฉัยโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าผิดกฎหมายตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 หรือไม่ เนื่องด้วยในปี 2567 นับแต่มีการติดตั้งเครื่องสแกนม่านตา ได้มีคนไทยกว่า 1.2 ล้านคนเข้ารับบริการสแกนม่านตารับเหรียญดิจิทัลไปเรียบร้อยแล้วโดยไม่รู้แน่ชัดว่าข้อมูลอัตลักษณ์ส่วนบุคคลของตัวเองได้ถูกนำไปใช้อย่างไรบ้าง แม้ว่าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ยืนยันกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแล้วว่า "ม่านตา" ถือเป็นข้อมูลชีวภาพที่มีความปลอดภัยสูง และเทียบเท่ากับสารพันธุกรรม (DNA) จึงเป็นข้อกังวลว่าเครื่องสแกนม่านตาดังกล่าวอาจมีการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยไว้ในระบบที่จัดทำไว้ ก่อนถ่ายโอนข้อมูลเหล่านี้ในฐานระบบออนไลน์ จนอาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ เช่น การสร้างบัญชีม้าหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุอีกว่า ภายหลังจากที่ได้มีการสอบปากคำพยานเบื้องต้นแล้วนั้น คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้มีมติในที่ประชุม รวบรวมเอกสารหลักฐานขอศาลออกหมายค้นวันนี้ (8 ม.ค. 69) พื้นที่เป้าหมาย 5 จุด ประกอบด้วยบริษัทที่เกี่ยวข้อง 4 บริษัท ในกรุงเทพฯ และบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่พระราม 2 ซึ่งเป็นบ้านของนายโอภาส กรรมการบริษัท ซึ่งการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า จากการสืบสวนสอบสวนมีเหตุสงสัยว่า บริษัทที่เข้าตรวจสอบ เป็นสถานที่ที่เชื่อว่าใช้ในการตระเตรียมการกระทำความผิด หรือสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาข้อมูลม่านตาของบุคคลอันเป็นข้อมูลชีวภาพ อุปกรณ์ที่ใช้ในการสแกนม่านตา อุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลการสแกนม่านตา อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลด้านการเงิน ตลอดจนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเอกสาร พยานวัตถุ รวมถึงเพื่อสอบปากคำเจ้าหน้าที่ภายในบริษัททีไอดีซีฯ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนใช้ขยายผลพิจารณาดำเนินคดีหากพบการกระทำความผิดต่อไป