เปิดโพย 14 หุ้น “ปันผลสูง” เดือนธ.ค.-ต้นปี 69 เป็นจังหวะสะสม
ไม่ว่าตลาดหุ้นไทยจะผันผวนแค่ไหน “หุ้นปันผล” ยังเป็นกลุ่มที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงปลายปีถึงต้นปี 2569 ถือเป็นจังหวะเข้าสะสมหุ้นปันผลดี ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลจ่ายปันผลของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งนักลงทุนที่เข้าซื้อก่อนมีโอกาสได้รับทั้งเงินปันผลและกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า รอยต่อในเดือนธ.ค. - ช่วงต้นปีของทุกปีเป็นจังหวะที่ดีและสำคัญในการลงทุนหุ้นปันผล (Dividend Stocks) โดยช่วงปลายเดือนก.พ.- พ.ค. ของทุกปีจะเข้าสู่เทศกาลประกาศจ่ายปันผลประจำปีของบริษัทจดทะเบียน ทำให้นักลงทุนมักจะเข้าซื้อหุ้นปันผลก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD โดยคาดหวังเงินปันผลและกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น (Capital Gain)
หากอิงจากสถิติในอดีตการลงทุนหุ้นปันผลมักจะให้ผลตอบแทนที่ดี ดังนี้
ผลตอบแทนหุ้นปันผลอิงดัชนี SETHD ย้อนหลัง 10 ปี พบว่า SETHD ในช่วงเดือนม.ค. ของทุกปี ผลตอบแทนมักเป็นบวกด้วยความน่าจะเป็น 60% โดยให้ผลตอบแทนบวกเฉลี่ย +0.7%
ดัชนี SETHD ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของทุกปี ผลตอบแทนมักเป็นบวกด้วยความน่าจะเป็น 60% โดยให้ผลตอบแทนบวกเฉลี่ย +0.33%
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินการลงทุนหุ้นปันผลสูงในช่วงต้นปีคาดจะให้ผลตอบแทนที่ดี เช่นเดียวกับในอดีต โดยแนะนำ “ดักซื้อหุ้นปันผลช่วงปลายปี - ต้นปี 2569 และขายวันที่บริษัทขึ้น XD ช่วงปลายเดือนก.พ. - พ.ค. (Dividend capture)”
ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ได้คัดหุ้นปันผลสูงที่ให้ Dividend Yield มากกว่า 4% ขึ้นไป โดยเลือกบริษัทที่จ่ายเงินปันผล 1 ครั้งต่อปี (Annual) หรือ บริษัทที่จ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง (Multi-period) และเลือกหุ้นพื้นฐานที่มีแนวโน้มการเติบโตหรืออยู่ใน Theme การลงทุนหลักในปี 2569 และเป็นหุ้นที่บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” โดยชุดหุ้นทั้งหมดมีดังนี้
1.จ่ายปันผลครั้งเดียว คือ PYLON (Yield ปี 2568 : 9.3%), AP (Yield ปี 2568: 7.1%), THANI (Yield ปี 2568 : 5.4%), PTG (Yield ปี 2568 : 5.1%)
2.จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วและจะจ่ายครึ่งหลังปี 2568 คือ SCB (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 6.9%), NER (Yield ครึ่งหลังปี 2568: 6.8%), SIRI (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 5.3%), KBANK (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 5.24%), SC (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 4.7%), KTC (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 4.7%), KTB (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 4.6%), BBL (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 4.6%), OSP (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 4.3%), WHA (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 4.2%)
ส่วน Best Picks หุ้นปันผลสูงในปี 2568 แนะนำ
Big Cap เน้น SCB, KBANK, KTC
SCB (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 6.9%) ปี 2569 มีแรงส่ง Fund Flows ไหลเข้า + Upside คุณภาพสินทรัพย์
KBANK (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 5.24%) ปี 2569 มีแรงส่ง Fund Flows ไหลเข้า + Upside คุณภาพสินทรัพย์
KTC (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 4.7%) โอกาสธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยถึงครึ่งแรกปี 2569 + ฤดูกาลจับจ่ายไตรมาส 4/68
Mid – Small Cap เน้น PYLON, AP, SC
PYLON (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 9.3%) อุตสาหกรรม Upcycle Backlog เต็มมือ หนุนปี 2569 ทรงตัวสูง
AP (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 7.1%) ศักยภาพเพิ่ม Market share จุดเด่นหนุนกำไรขยายตัวต่อเนื่อง
SC (Yield ครึ่งหลังปี 2568 : 4.7%) ปี 2569 กำไรเติบโตแรง 36% จากทั้งธุรกิจ Residential ที่มีคอนโดพร้อมโอน และ Non-Residential ผ่านจุดรับรู้ต้นทุนมากสุดไปแล้ว
สุดท้ายนี้ หุ้นปันผลยังคงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างผลตอบแทนท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวนได้ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญก่อนเข้าสู่ฤดูกาลประกาศจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาข้อมูลอื่นๆ อย่างรอบด้าน พร้อมประเมินความเสี่ยงที่รับได้ก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ