โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

แพทย์สาวในวันสิ้นโลก ทะลุมิติมายุค 70 พร้อมระบบมิติพิเศษ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2568 เวลา 08.50 น. • enjoybook
หมอหญิงผู้ตายกลางซากโลก…กลับตื่นขึ้นในร่างเด็กหญิงยุคปฏิวัติวัฒนธรรม! เธอมีทั้งพลังรักษา มิติสมบัติ และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา!

ข้อมูลเบื้องต้น

แพทย์สาวในวันสิ้นโลก ทะลุมิติมายุค 70 พร้อมระบบมิติพิเศษ

末世大佬带着空间穿七零

** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัทเอ็นจอยบุ๊คจำกัด **

ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%

สงวนลิขสิทธิ์

ผู้แต่ง : 不晓心 ผู้แปล : ทีมงาน Enjoybook

เรื่องย่อ

เมื่อโลกที่ล่มสลายไม่เหลือที่ให้ยืน… แพทย์หญิงผู้มีพลังจิต ฟู่เสี่ยว กลับลืมตาขึ้นอีกครั้งในร่างเด็กกำพร้าวัย 12 ปีแห่งปี 1972

ในยุคที่แค่ “มีข้าวกิน” ก็ถือว่าหรู เธอกลับมี “มิติพิเศษ” เต็มไปด้วยทรัพยากรและเทคโนโลยีล้ำยุค

จากเด็กหญิงตัวเล็กที่ไม่มีใครเหลียวแล กลับกลายเป็น “ของขวัญจากสวรรค์” ให้หมู่บ้านยากไร้—

ฟู่เสี่ยวใช้มันสมอง ความรู้ทางการแพทย์ และปาฏิหาริย์จากมิติ เปลี่ยนชะตาชีวิตให้ครอบครัวและหมู่บ้านรุ่งเรือง

แต่เมื่อโชคชะตาเริ่มขยับ—ความลับของ “หญิงจากโลกอนาคต” จะถูกเปิดเผย หรือเธอจะเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่ด้วยมือตัวเอง?

นักอ่านสามารถกดเก็บเข้าชั้นเพื่อเป็นกำลังใจให้สำนักพิมพ์ enjoybook ได้นะคะ
ขอแนะนำเรื่องใหม่ที่มาเพิ่มความสนุกให้นักอ่าน

…คลิกอ่านที่รูปปกได้เลยนะ…

…ในเมื่อความดีถูกตอบแทนด้วยความตาย…
ชาตินี้ข้าจึงขอละทิ้งศีลธรรม ยอมเป็นสตรีใจโฉดเพื่อลากพวกเจ้าลงนรกไปพร้อมกัน!

พิเศษ! ที่แอป Enjoybook ตอนนำกว่าใคร อัปเร็ว อัปจุใจ ตามไปลองใช้กันได้เลย

บทที่ 1 ข้ามเวลาสู่ยุค 70

บทที่ 1 ข้ามเวลาสู่ยุค 70

*เรื่องราวนี้เป็นเพียงนิยาย โปรดอย่านำไปเปรียบเทียบกับประวัติศาสตร์*

ปี 1972

ภายในบ้านที่สร้างด้วยอิฐสีเขียวและกระเบื้อง

ฟู่เสี่ยวนั่งอยู่บนเตียง มองดูสภาพแวดล้อมที่แปลกตาและเต็มไปด้วยกลิ่นอายกาลเวลาด้วยความสงสัย พูดตามตรง ตอนนี้เธอรู้สึกมึนงงไปหมด

'นี่ฉัน.. ข้ามเวลามาเหรอ?'

และในตอนนั้นเอง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมฉายผ่านในหัวราวกับดูภาพยนตร์

'ฮือ ช่างน่าสงสารจริง ๆ'

เด็กสาวเจ้าของร่างชื่อ ‘ฟู่เสี่ยว’ เช่นกันกับเธอ และมีอายุสิบสองปี

ตอนนี้เป็นปี 1972 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้

เด็กหญิงตัวน้อยไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อและแม่เลย

แม่ของเธอเสียชีวิตระหว่างคลอดเธอ

ส่วนพ่อ…

ไม่มีใครรู้ชะตากรรม?

แม้จะไม่มีทั้งพ่อและแม่ แต่เด็กหญิงตัวน้อยก็เติบโตขึ้นมาด้วยความรักและการทะนุถนอมจากคุณตาและคุณยาย

คุณตาของเธอเป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล ครอบครัวมีฐานะดี ดังนั้นตั้งแต่เด็ก เธอจึงไม่เคยขาดแคลนด้านวัตถุ ประกอบกับการที่ตาและยายตามใจมากเกินไป ทำให้เด็กสาวมีนิสัยค่อนข้างไร้เดียงสา

แต่จะบอกว่าไร้เดียงสาก็ไม่ถูกนัก คงจะต้องเรียกว่า 'โง่เขลา' จึงจะเหมาะกว่า

เธอไม่มีพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก จึงมักถูกคนรังแกและนินทาอยู่เสมอ ทำให้เด็กสาวกลายเป็นคนเก็บตัว และไม่ค่อยมีเพื่อน

และตอนนี้สถานการณ์ก็เป็นแบบนี้

คุณตาเสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้โรงพยาบาลเพราะพยายามปกป้องเอกสารสำคัญ คุณยายทนรับความสูญเสียไม่ไหว ไม่นานก็จากไปตามกัน

คุณยายเพิ่งเสียชีวิตไปได้ไม่ถึงสองวัน เด็กสาวยังไม่ทันได้แจ้งข่าวให้ทางบ้านเกิดทราบข่าวด้วยซ้ำ เธอเพียงจัดงานศพให้ผู้สูงอายุโดยอาศัยความช่วยเหลือจากคนบ้านใกล้เรือนเคียงเท่านั้น

ความสูญเสียนี้ก็ใหญ่เกินไปสำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างเธอเช่นกัน เมื่อคืนเธอมีไข้ขึ้นสูงและจากไป

และนั่นก็ทำให้ ‘ฟู่เสี่ยว’ วิญญาณที่มาจากยุคโลกาวินาศเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาวคนนี้…

ในยุคโลกาวินาศ ฝนกรดกัดกร่อนพื้นผิวโลก ทรัพยากรน้ำถูกปนเปื้อนอย่างรุนแรง อาหารขาดแคลน หากต้องการมีชีวิตที่ดีในยุคโลกาวินาศนี้ ตัวคุณเองต้องมีศักยภาพพอ

ในยุคโลกาวินาศที่ผู้คนกินเนื้อคนด้วยกันเองนั้น ฟู่เสี่ยวโชคดีตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังจิตและพลังรักษา

ด้วยพลังพิเศษอันทรงพลัง เธอจึงได้กลายเป็นแพทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในฐาน

ในขณะที่คนอื่นขาดแคลนอาหารและน้ำ เธอกลับมีชีวิตที่สบายกว่าใครด้วยอาหารจากมิติพิเศษ

ไม่ใช่พลังมิติส่วนตัวที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นมิติพิเศษจากหยกที่เธอสวมใส่มาตั้งแต่เด็ก

ครั้งหนึ่งในการต่อสู้กับซอมบี้ เธอพลาดท่าถูกข่วนจนเลือดซิบ เลือดหยดลงบนหยก จึงได้พบว่ามันคือภาชนะบรรจุมิติ นับแต่นั้นมา เธอจึงมักจะแอบเก็บของต่าง ๆ ไว้ในมิติพิเศษนั้น

แม้จะผ่านมาสิบปีหลังจากวันสิ้นโลก เธอก็ไม่เคยเปิดเผยความลับนี้เลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจเพื่อนร่วมทีม แต่เป็นเพราะนิสัยส่วนตัว เธอชอบที่จะเตรียมทางหนีสำรองไว้ให้ตัวเองเสมอ

และด้วยความคิดเช่นนี้เองที่ทำให้เธอรอดพ้นจากวิกฤตหลายต่อหลายครั้งในช่วงวันสิ้นโลก!

ความคิดกลับมาสู่ปัจจุบัน

ฟู่เสี่ยวจัดระเบียบความทรงจำของร่างเดิมในสมอง อีกทั้งยังได้รับรู้เรื่องราวการดำเนินชีวิตของร่างเดิมจนสิ้นอายุขัยที่ราวกับเป็นความทรงจำจากชาติก่อน และพบความผิดปกติหลายอย่าง

คุณตาฟู่ฉินซานของร่างเดิมเสียชีวิตในโรงพยาบาล ขณะปกป้องเอกสารวิจัยสำคัญ

ตามหลักการแล้วคุณตาควรได้รับการยกย่องอย่างวีรบุรุษ

แม้จะอยู่ในยุคที่วุ่นวายแบบโลกก่อนของเธอ ร่างเดิมก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้

แต่ทำไมชีวิตของร่างเดิมถึงได้น่าสงสารขนาดนี้?

ความน่าสงสารที่ไร้เหตุผล มันไม่เป็นไปตามหลักความเป็นจริง

เมื่อจัดเรียงเหตุการณ์ตามความทรงจำ ชื่อคนหลายคนที่ปรากฏในความคิดก็ดึงดูดความสนใจของเธอ

เธอรู้สึก…. คุ้นเคยมาก

คิดทบทวนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดก็นึกออกเสียที!

‘หลี่ซีซี’ และ ‘โอวหยางหง’ สองชื่อนี้ดูเหมือนจะเป็นชื่อตัวละครเอกชายหญิงในนิยายเล่มหนึ่ง

เธอจำได้ว่าตอนที่อยู่ในยุคหลังวันสิ้นโลก ตอนประชุมที่ฐาน มีสมาชิกคนหนึ่งกำลังพูดคุยถึงนิยายที่ตัวเอกหญิงและชายลงชนบทไปด้วยกันในฐานะปัญญาชน และต่อมาทั้งคู่ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้พร้อมกัน

มันเป็นนิยายย้อนยุคที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว และการปูเส้นทางสู่ความมั่งคั่ง

แน่นอนว่าเธอไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนั้น เพราะในยุคหลังวันสิ้นโลก เธอสนใจแต่เรื่องยาเท่านั้น เพียงแค่ได้ยินสมาชิกในทีมพูดว่ามีตัวละครที่มีชื่อเหมือนเธอ แต่เป็นแค่ตัวประกอบที่มีไว้เพื่อส่งเสริมให้นางเอกโดดเด่นขึ้นก็เท่านั้น

เมื่อนึกถึงจุดจบของร่างเดิม ก็รู้สึกว่าเธอไม่ใช่อะไร นอกจากตัวประกอบที่ถูกทิ้งขว้าง

ยิ่งคิดถึงชีวิตอันน่าเศร้าของร่างเดิม ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ถึงแม้จะมอบพลังวิเศษให้นางเอกไป แต่ฟู่เสี่ยวก็ไม่ใช่คนโง่ แล้วทำไมถึงปล่อยให้ชีวิตเป็นแบบนั้นได้?

เรื่องราวความโชคร้ายทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมนั้น เธอรู้สึกว่ามีใครบางคนอยู่เบื้องหลังคอยชักใยอยู่ แต่เจ้าของร่างเดิมเป็นเพียงเด็กกำพร้าคนหนึ่ง จะไปมีเรื่องกับผู้มีอิทธิพลอะไรได้…

แต่ในเมื่อคิดไม่ออก ถ้าอย่างนั้นก็ไม่คิดแล้วกัน อยู่ที่ไหนก็ต้องปรับตัวให้ได้

ตอนนี้คนที่อยู่ในร่างนี้คือเธอ ไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมอีกต่อไปแล้ว จากนี้เธอจะต้องดูให้รู้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลัง

ถ้าเช่นนั้นลองสำรวจสภาพร่างกายดูก่อนดีกว่า ถึงเปลี่ยนร่างใหม่ แต่พลังพิเศษก็ยังอยู่ครบ เพียงแค่ลดลงเหลือแค่ระดับหนึ่งก็เท่านั้น

ยุคนี้ก็ไม่มีแก่นพลังงาน ไม่รู้ว่าจะอัปเกรดได้หรือเปล่า ร่างกายนี้ค่อนข้างอ่อนแอ อีกทั้งเพิ่งมีไข้สูงมา ดังนั้นเธอจึงใช้พลังรักษาเพื่อฟื้นฟูร่างกายเล็กน้อย

พลังรักษาระดับหนึ่งสามารถช่วยเพิ่มเรี่ยวให้ร่างกายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ฟู่เสี่ยวลุกขึ้นเดินออกจากห้อง สำรวจคฤหาสน์ตระกูลฟู่คร่าว ๆ

คฤหาสน์ตระกูลฟู่เป็นบ้านสไตล์ตะวันตกแบบผสมผสาน มีสวนหลังบ้านค่อนข้างใหญ่ พื้นที่รวมทั้งหมดประมาณสี่ร้อยกว่าตารางเมตร ภายในมีห้องใหญ่น้อยรวมกันกว่าสิบห้อง

บ้านแบบนี้ในเซี่ยงไฮ้ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่ดินหรือความประณีตของตัวบ้าน ก็ไม่ใช่ที่ที่คนทั่วไปจะสามารถอยู่ได้ ไม่แปลกที่จะมีคนจ้องจะฮุบสมบัติเธอมากมาย

ถ้าความทรงจำของร่างเดิมไม่ผิดพลาด พรุ่งนี้จะมีคนจากสำนักงานชุมชนมาที่นี่

พวกเขาจะมาคุยเรื่องที่อยู่ของเธอ เพราะฟู่เสี่ยวอายุยังไม่ถึงสิบสามปี ยังเป็นผู้เยาว์อยู่

และคืนนี้หวังเหมยเพื่อนร่วมชั้นของเธอมาหา แล้วเอาแต่พูดคำชมเชยพ่อแม่ของเธอให้ฟัง เนื่องจากปกติที่โรงเรียนทั้งสองก็สนิทสนมกันอยู่บ้าง หลังจากที่เธอพยายามพูดชักชวนอย่างหนัก สุดท้ายหวังเหมยก็ตกลงพักอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลฟู่เป็นเพื่อนเธอ

ตลอดช่วงเวลานั้น หวังเหมยคอยพร่ำบอกเธอว่า ที่บ้านเกิดนั้นลำบากแค่ไหน แม้แต่ข้าวก็ไม่มีจะกินให้อิ่มท้อง

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพวกนักเลงคอยจ้องมอง และบอกเล่าเรื่องน่ากลัวทุกอย่างเท่าที่จะคิดออกมาได้

หลอกให้เด็กสาวโง่ ๆ คนนี้ไม่ต้องติดต่อกลับไปหาบ้านเกิด

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เมื่อญาติที่บ้านเกิดได้รับข่าว และมาตามหาเจ้าของร่างเดิม เธอถูกล้างสมองไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ในตอนนั้นเธอมองญาติทางสายเลือดเป็นเพียงญาติยากจนที่มาหวังสมบัติ

แม้ว่าพวกลุง ๆ ของเจ้าของร่างเดิมอยากจะดูแลเธอ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจะสานต่ออย่างดีได้นั้นต้องอาศัยการทะนุบำรุงจากทั้งสองฝ่าย ทว่าเธอกลับคอยปฏิเสธและผลักไสพวกเขาให้ห่างออกไปอยู่ตลอด

พวกเขาเองก็ไม่สามารถบังคับให้เธอกลับไปบ้านเกิดด้วยกันได้ จึงทำได้เพียงต้องฝากคนอื่นคอยช่วยมาดูแลเป็นครั้งคราว

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีจุดที่ดูแลไม่ทั่วถึง

หวังเหมยเป็นคนที่เก่งเรื่องการแสดง โดยเฉพาะต่อหน้าผู้นำในย่านนั้น เธอแสดงออกว่าห่วงใยฟู่เสี่ยวมาก

เจ้าของร่างเดิมในตอนนั้นสูญเสียคนในครอบครัวไปทั้งหมด จิตใจกำลังอ่อนแอ การที่หวังเหมยคอยอยู่เป็นเพื่อนจึงทำให้เธอซาบซึ้งใจได้ง่าย กระทั่งยอมทำลายกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อหวังเหมยอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายคนในครอบครัวหวังทั้งหมดก็ย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ ตำแหน่งงานที่ผู้บริหารโรงพยาบาลมอบให้กับเจ้าของร่างเดิมก็ถูกหวังเหมยฮุบไปในที่สุด

เจ้าของร่างเดิมถูกส่งลงชนบทหลังจากอายุถึงเกณฑ์ และได้รู้จักกับนางเอกที่นั่น

หลังจากที่นางเอกช่วยเหลือเธอครั้งหนึ่ง เธอก็ถือว่านางเอกเป็นเพื่อนที่ดี

ในมุมมองของฟู่เสี่ยว มีหลายสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโควตาการลงชนบท

ในตอนนั้น เจ้าของร่างเดิมยังได้รับเงินบำนาญทุกเดือน และเงินฝากของตระกูลฟู่ก็ยังอยู่ในการดูแลของเจ้าของร่างเดิม แต่จู่ ๆ ก็มีรายชื่อว่าต้องลงชนบท สำหรับเรื่องนี้ ตระกูลหวังคงไม่มีทางเป็นคนทำแน่นอน เพราะพวกเขายังต้องการดูดเลือดจากเจ้าของร่างเดิมอยู่

ในความทรงจำ ฟู่เสี่ยวก็เคยไปสอบถามผู้บริหารโรงพยาบาล แต่ก็ไม่พบปัญหาอะไร ในยุคนั้นแพทย์แผนจีนถือเป็นอาชีพที่อันตราย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนก็เพิ่งเปลี่ยนคนใหม่ ไม่ใช่คนที่เธอคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว…

ไม่มีใครสามารถช่วยเธอได้ ดังนั้นร่างเดิมจึงต้องลงชนบท

แม้จะต้องลงชนบท แต่ในเมื่อมีเงินมากมายขนาดนั้น ก็ไม่น่าจะต้องลำบากอะไร

หลังจากมีการฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง เธอก็สามารถกลับเข้าเมืองได้

แต่พอที่ลงชนบทไปแล้ว ร่างเดิมก็พบเจอโชคร้ายมากมาย และร่างกายก็อ่อนแอลงเรื่อย ๆ

ต่อมาเมื่อมีการฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง เธอก็สอบไม่ติด และสุดท้ายก็เสียชีวิตด้วยโรคภัยในชนบท

'อืม…'

ในความคิดของเธอ โรคของร่างเดิมนั้นแปลกมาก ดูเหมือนจะเป็นการถูกวางยาพิษมากกว่า เป็นพิษที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อย ๆ

ฟู่เสี่ยวไม่รู้แน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ จึงได้แต่รอให้อีกฝ่ายลงมือก่อน ถึงตอนนั้นค่อยสืบเสาะคงจะดีกว่า

ฟู่เสี่ยวเดินเข้าไปในห้องหนังสือ ตามความทรงจำ เหมือนว่าข้างในจะมีตำราแพทย์มากมาย ทั้งหมดเป็นสมบัติล้ำค่าของคุณตาฟู่ เธอนึกถึงสถานที่ที่คุณตาเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้

หลังชั้นหนังสือหลังหนึ่ง มีอิฐวางอยู่หลายก้อน ด้านในมีช่องว่างเล็ก ๆ ในนั้นมีกล่องเล็ก ๆ อยู่หนึ่งกล่อง

เมื่อเปิดออกมาก็พบจดหมายฉบับหนึ่ง เป็นจดหมายที่เขียนถึงฟู่เสี่ยว

ในจดหมายระบุสถานที่ซ่อนต่าง ๆ ในบ้าน และยังเขียนไว้ว่าถ้าบ้านเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เขาได้เตรียมทางออกไว้ให้หลานสาวเรียบร้อยแล้ว

ความรักที่คุณตามีต่อหลานสาวคนนี้ช่างน่าซาบซึ้งใจจริง ๆ

ที่ด้านล่างของจดหมายมีหยกคู่อยู่อันหนึ่ง มันดึงดูดความสนใจของฟู่เสี่ยวมาก

ไม่ใช่เพราะการออกแบบที่งดงาม แต่เป็นเพราะลวดลายบนนั้น เหมือนกับหยกประจำตัวของเธอในโลกก่อนไม่มีผิด

'นี่คงไม่ใช่ของที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษหรอกนะ?'

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา เธอจึงกัดนิ้วตัวเองจนเลือดออก แล้วหยดเลือดลงบนหยกประดับ

อย่างที่คาดไว้ เลือดถูกดูดซึมเข้าไปในหยกทันที ไม่นานตัวหยกก็เปล่งประกายวาววับ

ฟู่เสี่ยวรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองได้หายตัวไปจากห้องหนังสือแล้ว

ตอนนี้มาอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อมองดูทุกสิ่งตรงหน้า ก็แทบจะไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง จนต้องหยิกแขนตัวเองเบา ๆ เมื่อรู้สึกเจ็บจึงได้สติกลับมา

ชาติที่แล้วพื้นที่มิติพิเศษในหยกของเธอมีขนาดแค่สนามบาสเกตบอลเท่านั้น ไม่สามารถปลูกพืชหรือเก็บสิ่งมีชีวิตไว้ได้ แต่… พื้นที่ตรงหน้านี้

ช่างเกินความคาดหมายเหลือเกิน!

บทที่ 2 มิติพิเศษ

บทที่ 2 มิติพิเศษ

สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเธอคือที่ดินผืนใหญ่ มีพื้นที่เกือบสิบหมู่ ในที่ดินปลูกผักหลากหลายชนิด รวมถึงธัญพืชต่าง ๆ

ไกลออกไปมีภูเขาลูกเล็ก บนภูเขามีสวนผลไม้ที่ปลูกผลไม้หลากหลายชนิด และมีสระน้ำที่มีปลากระโดดขึ้นมาเป็นครั้งคราว

ที่เชิงเขามีบ้านพักสองชั้น เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นสระน้ำพุร้อนอยู่ทางด้านซ้ายของสวน มีไอน้ำลอยขึ้นมา ส่วนด้านขวาของสวนปลูกดอกไม้นานาชนิด

มีทั้งกล้วยไม้ ดอกเหมย ดอกเบญจมาศ ดอกกุหลาบพันปี ดอกคาเมเลีย และดอกหอมหมื่นลี้ บานสะพรั่งอย่างงดงาม กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยอวลไปตามสายลมทั่วทั้งบริเวณช่างชื่นใจยิ่งนัก

ดอกไม้นานาพันธุ์ที่มีราคาแพงดูเหมือนจะไม่มีค่าอะไรที่นี่ มีดอกไม้หลากสีสัน เป็นกลุ่ม เป็นดอก ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ บานสะพรั่งอย่างงดงาม

……

เมื่อเข้าไปในคฤหาสน์ ไม่ว่าจะเป็นตู้รองเท้าที่ทางเข้า อุปกรณ์ในครัว หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้อง ทุกอย่างต่างตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น

ห้องครัวเป็นแบบเปิดขนาดใหญ่ มีอุปกรณ์ครัวครบครันทั้งแบบตะวันตกและจีน ลองเปิดแก๊สดู ปรากฏว่าใช้งานได้ แม้แต่ตู้เย็นก็มีไฟฟ้าใช้งาน

ได้สำรวจดูทั้งสองชั้น ชั้นล่างมีห้องนอนสองห้อง ส่วนชั้นบนมีห้องชุดขนาดใหญ่เพียงห้องเดียว ภายในมีห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ และเตียงขนาดหกฟุต

นอกจากนี้ยังมีห้องหนังสืออีกห้องหนึ่ง หลังจากที่ได้สำรวจดู พบว่าห้องน้ำทุกห้องสามารถใช้งานได้ น้ำในห้องอาบน้ำก็อุ่นสบายเหมือนน้ำจากบ่อน้ำพุร้อน และยังมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ถ้ามีเวลาว่างก็สามารถแช่น้ำผ่อนคลายได้

ต่อไปเธอตั้งใจจะอยู่ที่ชั้นสอง หลังจากที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ในโลกหลังวันสิ้นโลกมาเกือบสิบปี ไม่ได้มีโอกาสได้ผ่อนคลายสบาย ๆ มานานแล้ว พื้นที่แห่งนี้สะดวกสบายมากจริง ๆ

สุดท้ายเธอเดินลงไปดูห้องใต้ดินของบ้านหลังนี้ พบตู้เก็บไวน์ที่มีชั้นวางเต็มไปหมด ทั้งไวน์แดง เหล้าขาว ไวน์ผลไม้ เหล้าต่างประเทศ แม้แต่เหล้ายาดองก็มี

ส่วนอื่น ๆ ของห้องใต้ดินเป็นแถวของเครื่องจักร ข้าง ๆ เครื่องจักรเป็นโกดังเก็บของหลายห้อง แต่ละห้องมีป้ายเขียนกำกับไว้ว่า ธัญพืช ผัก ผลไม้ ไข่ นม เนื้อสัตว์

ขณะที่กำลังคิดว่าจะเก็บเกี่ยวพืชผลจากแปลงนอกบ้านอย่างไร ก็เห็นเครื่องจักรข้าง ๆ แปลงธัญพืชเริ่มทำงาน ไม่นานข้าวสาลีก็ถูกแปรรูปเป็นแป้ง ข้าวโพดถูกเก็บเกี่ยวและจัดเก็บในรูปเมล็ดข้าวโพดบางส่วนก็ถูกแปรรูปเป็นแป้งข้าวโพด แล้วถูกจัดเก็บเข้าโกดังโดยอัตโนมัติ

เมื่อได้เห็นภาพอันน่าอัศจรรย์นี้ มันยอดเยี่ยมกว่าพื้นที่ในชาติก่อนของเธอมากนัก ฟู่เสี่ยวรู้สึกโชคดีอีกครั้งที่ได้ครอบครองมิติพิเศษนี้

และเป็นเช่นเดิม เพียงแค่คิดผลไม้และผักก็ถูกเก็บเข้าไปในโกดัง

ด้านหลังของคฤหาสน์ติดกับเชิงเขา มีโรงเรือนสำหรับเลี้ยงสัตว์เรียงกันอยู่แถวหนึ่ง ล้อมรอบด้วยสวนผลไม้ มีทั้งคอกไก่ เป็ด วัว และแกะ แม้ตอนนี้จะว่างเปล่า แต่เมื่อมีเวลาว่างจะต้องค่อย ๆ เติมเต็มให้ครบ เมื่อถึงเวลานั้นก็จะได้มีเนื้อ ไข่ และนมไว้บริโภคอย่างอิสระ

การปลูกและเก็บเกี่ยวในคฤหาสน์สามารถทำได้ตามความต้องการของเจ้าของ หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วก็ปลูกธัญพืชใหม่ เพราะในยุคนี้ธัญพืชสำคัญที่สุด

สิ่งต่าง ๆ ในมิติพิเศษนี้ครบครันและดูชาญฉลาดมาก ราวกับเป็นโลกขนาดย่อม การมีระบบพิเศษเช่นนี้ในยุคนี้ นับว่าโชคดีมากจริง ๆ !

มีมิติพิเศษแบบนี้ ในยุคสมัยนี้แม้เธอจะไม่ทำอะไรเลยก็สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้

ฟู่เสี่ยวพยายามระงับความตื่นเต้นขณะออกมาจากมิติพิเศษ ความรู้สึกเหมือนลอยตัวผ่านเข้ามา เธอกลับมาอยู่ในห้องหนังสืออีกครั้ง เมื่อมีมิติพิเศษเป็นตัวช่วยแล้ว ของบางอย่างในบ้านที่ไม่ควรให้ใครเห็นก็ควรจะเก็บซ่อนไว้ก่อน

เธอเดินไปยังห้องใต้ดิน เปิดห้องลับตามคำบอกในจดหมายของคุณตาฟู่

ภายในมีกล่องสิบกว่าใบวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ

เธอสุ่มเปิดดูสองสามกล่อง แทบจะทำให้ตาเธอพร่าไปด้วยแสงระยิบระยับ!

ปลาทองคำตัวเล็ก ปลาทองคำตัวใหญ่ ทองคำแท่ง อัญมณีหลากสี หยก ภาพวาดลายเซ็นคนดัง และอื่น ๆ ล้วนเป็นของมีค่าทั้งสิ้น

แม้แต่ฟู่เสี่ยวที่มีนิสัยเย็นชา ตอนนี้ก็ยังรู้สึกตื่นเต้น นี่มันรวยเละจริง ๆ

อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายแทนเจ้าของร่างเดิม ชาติที่แล้วไม่รู้ว่าหมาบ้าพวกไหนได้ของพวกนี้ไป!

เฮ้อ…

เธอระงับความคิดไว้ แล้วนำหีบทั้งหมดไปเก็บไว้ในห้องชั้นหนึ่งของคฤหาสน์ในมิติพิเศษ

สุดท้ายบนชั้นวางของในห้องลับ เธอพบกล่องเล็ก ๆ หลายใบ ข้างในบรรจุจดหมายต่าง ๆ ในนั้นมีฉบับหนึ่งจ่าหน้าถึง ‘ฟู่จิ้งซู’เมื่อเปิดอ่านพบว่าเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายที่พ่อที่ไม่เคยพบหน้าของฟู่เสี่ยวเขียนถึงแม่ของเธอ เนื้อความคร่าว ๆ คือบ้านเมืองยังไม่สงบจะมีครอบครัวได้อย่างไร แล้วก็พูดวนไปวนมาให้แม่ลืมเขาไปซะ

"ชิ" ฟู่เสี่ยวแค่นเสียง "ดูท่าพ่อของร่างนี้คงเป็นผู้ชายเลว ๆ สินะ"

ก็ใช่น่ะสิ ทำทุกอย่างที่ควรทำและไม่ควรทำไปหมดแล้ว สุดท้ายก็ไม่รับผิดชอบ บอกให้หญิงสาวลืมตัวเองไปซะ ไม่แปลกเลยที่คุณตาฟู่จะบอกฟู่เสี่ยวตั้งแต่เด็กว่าพ่อของเธอตายไปแล้ว

ผู้ชายเลวประเภทนี้ ถึงจะยังไม่ตายก็ต้องถือว่าตายไปแล้ว!!!

อ่านจดหมายจบแล้วทำให้เธอโกรธไม่น้อยเลยทีเดียว

ในซองจดหมายยังมีแหวนวงหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นแบบผู้ชาย น่าจะเป็นของไอ้คนเลวนั่น ฟู่เสี่ยวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เก็บมันลงกล่องไว้ตามเดิม ในใจคิด "ผู้ชายแบบนี้ ขอแค่อย่าให้เจอกับฉันก็แล้วกัน ไม่งั้นฉันจะต้อง 'ดูแล' เขาเป็นพิเศษแน่"

หลังจากค้นดูของในกล่องเล็ก ๆ หลายใบ ก็พบโฉนดที่ดินอีกหลายฉบับ ทั้งหมดเป็นอสังหาริมทรัพย์ในเซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่เด็กก็เคยได้ยินคุณตาพูดว่า ตระกูลของคุณยายเป็นคหบดีร่ำรวย พวกนี้คงเป็นสินเดิมของคุณยายสินะ

เก็บโฉนดที่ดินทั้งหมดไว้ให้ดี รอจนกว่าจะมีการปฏิรูปและเปิดประเทศ มันจะเป็นหลักฐานในการรับบ้านคืน

เก็บของที่ไม่ควรอยู่ในบ้านทั้งหมดไว้ในมิติพิเศษ ส่วนตำราแพทย์ของคุณตาก็เก็บไว้ในห้องหนังสือที่คฤหาสน์

จัดการเก็บของมากว่าครึ่งวัน แล้วก็รู้สึกหิวขึ้นมา มองดูเตาถ่านในครัว ฟู่เสี่ยวก็รู้สึกลำบากใจ

เธอไม่รู้วิธีใช้เตาแบบนี้…

แถมยังต้องสูบลมเข้าเตาด้วยเหรอนี่?

ไม่ไหว ๆ…

ไม่มีทางเลือก เธอจึงเข้าไปในมิติพิเศษเพื่อทำบะหมี่ไข่แบบง่าย ๆ มื้อหนึ่ง หลังจากกินเสร็จ เธอก็ไปหาสมุดบัญชีเงินฝากในห้องของคุณตาฟู่ พอเปิดดูก็พบว่ามีเงินอยู่สองหมื่นกว่า ในยุคนี้เงินจำนวนนี้ถือว่าเป็นจำนวนที่สูงมาก

เธอนำสมุดบัญชีเงินฝากไปเก็บไว้ในห้องหนังสือของคฤหาสน์ในมิติพิเศษ ส่วนกล่องเก็บเงินที่บ้านซึ่งมีเงินอยู่หลายร้อยหยวน เธอก็นำไปเก็บในมิติพิเศษด้วยเช่นกัน

คุณตาฟู่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากเงินทดแทนที่ได้รับจากรัฐบาลแล้ว ยังมีเงินช่วยเหลือรายเดือน รวมถึงทรัพยากรมากมายในมิติพิเศษ ดังนั้นเงินในสมุดบัญชีจึงยังไม่จำเป็นต้องถอนออกมาในตอนนี้

หลังจากจัดการของเรียบร้อยแล้วเธอก็เตรียมออกไปหาของเพิ่มเติมในตลาดมืด

ตลาดมืดเป็นแหล่งจัดหาวัตถุดิบต่าง ๆ แบบพิเศษของในยุคนี้ เมื่อไม่สามารถค้าขายได้อย่างเสรี ของในร้านค้าสหกรณ์และห้างสรรพสินค้าต้องใช้คูปอง ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ ตลาดมืดจึงเกิดขึ้นตามมา

ตลาดมืดอย่างที่ชื่อบ่งบอก เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งหมดซ่อนอยู่ในที่ลับตาคนที่มีผู้คนพลุกพล่านน้อย ฟู่เสี่ยวต้องใช้เวลาค้นหานานกว่าจะพบตลาดมืดในตรอกเปลี่ยวแห่งหนึ่ง

ในตลาดมืดมีคนไม่มาก มีแค่สิบกว่าคนที่แอบ ๆ ขายของ แต่คนซื้อกลับมีไม่น้อย

ฟู่เสี่ยวที่ปลอมตัวมาเดินวนอยู่ในนั้นหลายรอบ แต่ก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ จึงกำลังจะเดินออกไป

ในตอนนั้นมีคุณยายคนหนึ่งเดินเข้ามาดึงแขนเธอแล้วถามเสียงเบาว่า "หนูน้อย เธอจะซื้ออะไรเหรอ?"

"ฉันอยากได้ลูกไก่ ลูกเป็ด วัวแกะก็เอา คุณมีไหม?" ฟู่เสี่ยวทำเสียงแหบพร่าตอบเบา ๆ พลางมองสำรวจรอบ ๆ

"เธอจะเอาพวกนี้ไปทำอะไร? ที่นี่ไม่ใช่ชนบทนะ ในเมืองไม่มีขายของพวกนี้หรอก" คุณยายมองเธอราวกับมองคนโง่ สีหน้าเบื่อหน่ายและงงงวย พูดจบก็เดินจากไปหาเป้าหมายคนต่อไป ตอนที่เดินไปยังกลอกตาใส่เธอ คงคิดว่าเธอกำลังล้อเล่น

ตอนนี้ฟู่เสี่ยวถึงได้รู้ตัวว่าเธอคิดเอาเองง่ายเกินไป เธอคิดว่าในตลาดมืดน่าจะซื้อปศุสัตว์ได้…

แต่เธอไม่เข้าใจยุคสมัยนี้จริง ๆ ที่แท้สัตว์เลี้ยงพวกนี้มีแต่ในหน่วยการผลิตในชนบทเท่านั้น แต่ละครอบครัวจะได้เลี้ยงไก่แม่พันธุ์แค่สองตัว ส่วนวัวแกะที่เธอต้องการนั้น แต่ละหน่วยการผลิตจะมีแค่หนึ่งถึงสองตัวเท่านั้น และทั้งหมดถือเป็นทรัพย์สินของรัฐ ไม่อนุญาตให้ซื้อขายกันเอง

เมื่อไม่สามารถซื้อของที่ต้องการได้ ฟู่เสี่ยวจึงหาที่มุมหนึ่งเพื่อเข้าไปในมิติพิเศษและถอดการอำพรางตัว รู้สึกหิวเล็กน้อย จึงตัดสินใจไปกินอาหารที่ร้านอาหาร ตอนนี้ร้านอาหารเอกชนหาไม่ได้เลย มีแต่ร้านอาหารของรัฐที่ได้รับอนุญาตให้เปิดเท่านั้น ไม่รู้ว่ารสชาติอาหารในนั้นจะเป็นอย่างไร

ร้านอาหารของรัฐหาได้ง่าย ฟู่เสี่ยวเข้าไปที่หน้าเคาน์เตอร์บริการและสั่งหมูตุ๋นน้ำแดงหนึ่งจาน มะเขือยาวผัดหมูสับหนึ่งจาน และข้าวสวยหนึ่งถ้วย

พนักงานเก็บเงินและตั๋ว บอกให้เธอรอที่โต๊ะ เมื่ออาหารเสร็จจะเรียก ท่าทางการบริการแตกต่างจากพนักงานในยุคหลังที่ยิ้มให้ทุกคนที่เจอ พนักงานที่นี่ทำตัวเชิดใส่ ไม่ค่อยสนใจลูกค้าเท่าไร

ฟู่เสี่ยวไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้ นี่เป็นลักษณะเฉพาะของยุคนี้ อย่างน้อยพวกเขาก็เป็นพนักงานประจำ ในยุคนี้แค่มีงานชั่วคราวทำก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว

หลังจากอาหารมาเสิร์ฟ ฟู่เสี่ยวก็เริ่มกินทันที หมูตุ๋นน้ำแดงอร่อยมาก เธอกินจนตาหยี มันหอมมากจริง ๆ มะเขือยาวผัดหมูสับก็มีรสชาติกลมกล่อม แม้จะรู้สึกว่าน้ำมันเยอะไปหน่อย แต่เนื้อสดใหม่ทำให้มีรสชาติที่แตกต่าง เธอกินอาหารทั้งสองจานจนหมดเกลี้ยง แล้วกินข้าวที่เหลือกับหมูตุ๋นชิ้นสุดท้าย จากนั้นก็ลุกเดินออกจากร้าน

กลับถึงบ้าน ล็อกประตูจากด้านใน แล้วเข้าห้องไปยังมิติพิเศษ เปิดน้ำเต็มอ่างอาบน้ำเพื่อแช่ตัว แช่อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกของตัวเองหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าน้ำในบ่อน้ำพุร้อนนี้มีคุณสมบัติพิเศษ หลังจากแช่เสร็จรู้สึกว่าพลังจิตของตัวเองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คงต้องรอดูผลต่อไป

ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ มองเด็กสาวตรงหน้า เด็กผู้หญิงอายุสิบสองปี ใบหน้ายังมีแก้มเด็กอวบอิ่ม กลมป้อม แตกต่างจากหน้าตาในชาติก่อนเล็กน้อย ดวงตาสุกสกาวราวตาแมว ดูเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย

ส่วนสูงประมาณ 150 เซนติเมตร ในยุคที่ผู้คนนิยมลูกชายมากกว่าลูกสาวและขาดแคลนอาหารเช่นนี้ การที่มีส่วนสูงแบบนี้และยังมีใบหน้าอวบอิ่ม แสดงให้เห็นถึงความรักที่ตระกูลฟู่มีต่อหลานสาวคนนี้

คืนนี้ตั้งใจจะนอนในมิติพิเศษ เลยเปลี่ยนเป็นชุดนอนสบาย ๆ แบบสมัยใหม่ ส่วนเรื่องที่เพื่อนร่วมชั้นจะมาวางแผนทำร้ายที่บ้านคืนนี้น่ะเหรอ?

ช่างมันไปไหนไปเถอะ!!!

ถ้าฉันไม่เปิดประตูให้ เธอก็คงไม่สามารถบุกเข้ามาได้หรอก

ยังเร็วเกินไปที่จะเข้านอน ฟู่เสี่ยวจึงเดินเข้าไปในห้องหนังสือเพื่อหาอะไรสักเล่มอ่าน ภายในคฤหาสน์สว่างไสว ราวกับที่นี่ไม่มีกลางคืน แม้ว่าข้างนอกจะมืดแล้ว แต่ภายในยังคงเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ราวกับว่าเวลาในคฤหาสน์หยุดนิ่งอยู่กับที่

ชั้นหนังสือนอกห้องมีตำราแพทย์มากมาย ซึ่งเธอได้ย้ายเข้ามาเก็บไว้ทั้งหมด

ทั้งหมดเป็นสมบัติล้ำค่าของคุณตาฟู่ เป็นตำราแพทย์แผนจีนที่ฟู่เสี่ยวสนใจมาก

ชาติที่แล้วหลังวันสิ้นโลก เธอศึกษาเกี่ยวกับยา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาแผนตะวันตก หรือไม่ก็ยาจีนสำเร็จรูป

เธอรู้เรื่องการจับชีพจรและการฝังเข็มแบบแพทย์แผนจีนน้อยมาก การรักษาโรคส่วนใหญ่อาศัยพลังพิเศษในการเยียวยา แต่เมื่อมีโอกาส เธอก็อยากจะเรียนรู้ความรู้ด้านการแพทย์แผนจีนบ้าง เพราะเธอสนใจเรื่องนี้มาก

เธอหยิบตำราสมุนไพรจีนฉบับสมบูรณ์ขึ้นมา ตั้งใจว่าจะอ่านเล่มนี้ก่อน เดินไปที่โต๊ะทำงานด้านข้าง พอนั่งลงก็เห็นคอมพิวเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ฟู่เสี่ยวรู้สึกสงสัยจึงเปิดดู แม้จะไม่หวังว่าจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ แต่บ้านหลังนี้น่าจะมีไฟฟ้าใช้ เธอจึงลองดูว่าจะเปิดเครื่องติดไหม

"เอ๊ะ……"

พร้อมกับเสียงเปิดเครื่อง ดวงตาคู่สวยของฟู่เสี่ยวก็เป็นประกายวาววับ

บทที่ 3 ห้างสรรพสินค้าในมิติ

บทที่ 3 ห้างสรรพสินค้าในมิติ

เมื่อได้ยินเสียงเปิดเครื่อง ฟู่เสี่ยวก็ได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์อีกครั้ง

"โอ้พระเจ้า!"

ฟู่เสี่ยวมองดูทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เป็นตัวควบคุมนี่นา!

บนหน้าจอคอมพิวเตอร์มีซอฟต์แวร์เพียงสองตัว หนึ่งในนั้นคือเครื่องจักร เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นการตั้งค่ารูปแบบผลผลิตที่จะออกมาจากเครื่อง เช่น ข้าวโพด เมื่อออกมาจากเครื่อง คุณสามารถเลือกให้มันกลายเป็นแป้งข้าวโพด หรือเมล็ดข้าวโพดก็ได้

ยังมีซอฟต์แวร์อีกตัวที่เขียนว่าร้านค้า พอเปิดดูก็พบสินค้ามากมายหลากหลาย มีทุกอย่างที่ต้องการ

"ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ…"

ฟู่เสี่ยวหัวเราะออกมาดัง ๆ อย่างอดไม่ได้ ตอนนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะซื้อปศุสัตว์จากที่ไหนแล้ว เพราะในร้านค้านี้มีทุกอย่าง ทั้งไก่ เป็ด ห่าน วัว แกะ หมู มีสัตว์เลี้ยงทุกประเภท แม้แต่พันธุ์ไก่ก็มีครบครัน ทั้งไก่ไข่ ไก่เนื้อ ไก่ป่า แยกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน

พันธุ์สัตว์มีให้เลือกครบถ้วนจริง ๆ เธอเลือกสัตว์ที่ต้องการทั้งหมดใส่ตะกร้าแล้วคลิกสั่งซื้อ

หน้าจอแสดงข้อความว่ายอดเงินไม่เพียงพอ กรุณาเติมเงิน….

วิธีการเติมเงินทำอย่างไร?

ฟู่เสี่ยวหยิบธนบัตรร้อยหยวนออกมาจากกล่องเพื่อทดลอง แต่คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า กรุณาใช้ทองคำในการแลกเปลี่ยน

ต้องใช้ทองคำในการแลกเปลี่ยนเท่านั้นเหรอ?

ฟู่เสี่ยวหยิบทองคำแท่งสองแท่งออกมาจากห้องใต้ดิน วางลงบนโต๊ะ แล้วคลิกเติมเงิน

ทันใดนั้นทองคำแท่งทั้งสองก็หายไป หน้าจอแสดงว่าเติมเงินสำเร็จ ยอดเงินคงเหลือ 200,000

เธอก็ไม่รู้ว่าจะคำนวณยังไงดี

ลองดูกำลังซื้อก่อน ดูว่าทองคำสองแท่งจะซื้อของได้มากแค่ไหน ก็คงพอจะรู้คร่าว ๆ

ซื้อไก่ไข่สิบตัว ไก่เนื้อสิบตัว และเป็ดไข่สิบตัว ปล่อยไว้ในสวนผลไม้

แล้วก็ซื้อวัวนมหนึ่งตัว วัวเนื้อหนึ่งตัว แกะตัวเมียหนึ่งตัว แกะตัวผู้หนึ่งตัว เอาไปเลี้ยงไว้ในโรงเรือน

ซื้อหมูสองตัวปล่อยเข้าคอก

เธอเห็นผลไม้หลายชนิดที่ไม่มีในพื้นที่วางขายอยู่ในห้างสรรพสินค้า ทั้งสตรอว์เบอร์รี เชอร์รี และทุเรียน พอซื้อแล้วก็สามารถคลิกปลูกได้ทันที

ฟู่เสี่ยวลองใช้คอมพิวเตอร์สักพัก รู้สึกว่าสามารถควบคุมพื้นที่ทั้งหมดได้

แก๊สและไฟฟ้าในบ้านหลังใหญ่ก็สามารถซื้อได้จากห้างสรรพสินค้า

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือมีน้ำพุศักดิ์สิทธิ์วางขายด้วย จากรายละเอียดมีทั้งระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง การใช้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์เป็นประจำช่วยในเรื่องความงาม บำรุงผิวพรรณ และดูแลสุขภาพ แน่นอนว่ายิ่งระดับสูงยิ่งได้ผลดี

แต่ราคาค่อนข้างแพง น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ระดับต้นก็ราคา 10,000,000 แล้ว นี่มันเท่ากับทองคำกี่แท่งนะ?

"……" เธอไม่เก่งคณิตศาสตร์ เลยไม่คิดต่อแล้วเพราะไม่อยากทำให้ตัวเองต้องปวดหัวก

ฟู่เสี่ยวรู้สึกเสียดายเงินอยู่บ้าง เลยตัดสินใจเก็บไว้ก่อน

เธอชอบดื่มน้ำผึ้งมาก จึงซื้ออุปกรณ์สำหรับเลี้ยงผึ้งโดยเฉพาะ และซื้อนางพญาผึ้งมาหนึ่งร้อยตัวปล่อยไว้ในมิติพิเศษ

นอกจากนี้ยังซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันอีกหลายอย่าง

มองดูยอดเงินคงเหลืออีกกว่าเจ็ดหมื่น กำลังซื้อใกล้เคียงกับยุคปัจจุบัน ยังพอรับได้

มองดูรายการที่ติดตั้งแล้วที่แสดงอยู่บนหน้าร้านค้า มีคำอธิบายง่าย ๆ อยู่ข้างใน

คฤหาสน์ระดับ 1 น่าจะเป็นคฤหาสน์ที่อยู่ในพื้นที่ตอนนี้ แสดงระดับความสะดวกสบายระดับ 3 ดาว (มอบให้เริ่มต้น) สามารถอัปเกรดได้

เครื่องจักรระดับ 1 สำหรับแปรรูปพืชผลต่าง ๆ (มอบให้เริ่มต้น) สามารถอัปเกรดได้

สระน้ำพุร้อนระดับต้น สามารถบรรเทาความเหนื่อยล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ (เหลือระยะเวลาทดลองใช้ 29 วัน) สามารถอัปเกรดได้

อ้อ ที่แท้สระน้ำพุร้อนนี้เป็นแค่ระยะทดลองใช้หนึ่งเดือนนี่เอง เธอได้แต่บอกว่า วิธีการทำการตลาดแบบนี้ช่างทันสมัยและชาญฉลาดจริง ๆ

หลังจากผ่านช่วงทดลองใช้และคุ้นเคยกับการมีบ่อน้ำพุร้อนแล้ว แน่นอนว่าต้องซื้อมันมาไว้ใช้

ในห้างสรรพสินค้าพบว่าบ่อน้ำพุร้อนมีระดับให้เลือก ทั้งระดับหนึ่ง สอง และสาม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายิ่งระดับสูงประสิทธิภาพก็ยิ่งดี แน่นอนว่าราคาก็แพงตามไปด้วย บ่อน้ำพุร้อนระดับหนึ่งราคา 2,000,000 โอ้โฮ… แพงจริง ๆ

เครื่องจักรระดับสองมีความอัจฉริยะมากขึ้น สามารถทำอาหารง่าย ๆ ได้

แน่นอนว่าราคาก็แพงขึ้นด้วย แต่ก็ยังพอซื้อไหว ราคาเท่ากับทองคำสองแท่ง

ตอนนี้ก็ยังไม่จำเป็นต้องซื้อหรอก เครื่องครัวสมัยใหม่เธอก็ใช้ได้คล่องมือดี ทำอาหารอะไรก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่เธอทำอาหารด้วยเตาดินไม่เป็น

ต้องประหยัดในการซื้อของหน่อย ทองคำเป็นสิ่งที่รักษามูลค่าได้ดี ในอนาคตราคาทองคำจะพุ่งสูงถึงหลายร้อยต่อกรัม ทองคำจะเป็นก้าวแรกสู่ความร่ำรวยของฉัน ตอนนี้การจัดวางในห้องก็น่าพอใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรเพิ่มอีก

สุดท้ายก็จ่ายค่าไฟและค่าแก๊สของบ้านหลังใหญ่

ฟู่เสี่ยวพยายามอดกลั้นความอยากชอปปิง ปิดคอมพิวเตอร์ลง มองตำราแพทย์ในมือ ตอนนี้อ่านไม่รู้เรื่องแล้ว จึงเก็บหนังสือกลับเข้าชั้น แล้วกลับไปนอนที่เตียงในห้องนอน

ได้ยินเสียงเคาะประตูแว่ว ๆ จากด้านนอก ฟู่เสี่ยวจำได้ว่าเป็นเสียงของหวังเหมย เธอจึงไม่สนใจและหลับไปเลย

ที่หน้าประตู มีคนหนึ่งกำลังเคาะประตูอย่างไม่ลดละ

"เสี่ยวเสี่ยว… เสี่ยวเสี่ยว…"

"ฟู่เสี่ยว…"

เคาะประตูอยู่นานแต่ก็ไม่มีใครมาเปิด เพื่อนบ้านข้าง ๆ เริ่มบ่นด่า เธอสบถด้วยความโกรธแค้นเบา ๆ ไม่กล้าเคาะต่อ แต่ก็ไม่อยากกลับบ้านทั้งที่ยังไม่บรรลุจุดประสงค์ เธอไม่ยอมแพ้

สายตาจ้องมองประตูบ้านตระกูลฟู่ด้วยความเคียดแค้น ในใจเต็มไปด้วยความแค้นเคืองต่อฟู่เสี่ยว ทำไมทั้งที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่ชีวิตถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้ ตั้งแต่เด็กเธอไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่ ต้องซักผ้า ทำอาหารให้พี่ชายน้องชาย ทำงานบ้านทุกอย่าง แม้แต่การได้ไปเรียนก็เพราะจะได้ดูแลน้องชาย พ่อแม่ถึงยอมอนุญาตอย่างไม่เต็มใจ

เธออิจฉาที่ครอบครัวของฟู่เสี่ยวดีกับเธอขนาดนั้น

อิจฉาที่เธอมีเสื้อผ้าใหม่และขนมตั้งแต่เด็ก

ความอิจฉานี้ค่อย ๆ กลายเป็นความริษยา

เธอทนไม่ได้ที่จะเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดีกว่าเธอ เมื่อได้ยินว่าคุณตาของฟู่เสี่ยวเสียชีวิต เธอดีใจอยู่นาน เธอคิดว่าชีวิตของฟู่เสี่ยวต่อจากนี้จะเหมือนกับเธอ แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าคู่สามีภรรยาตระกูลฟู่จากไปแล้ว

แต่เงินทั้งหมดของตระกูลฟู่ก็จะตกเป็นของฟู่เสี่ยวคนเดียว ไม่ใช่เหรอ?

ความคิดนี้แวบเข้ามาในสมองของเธอ

เธอรู้ดีว่า ฟู่เสี่ยวเป็นคนอ่อนโยน หลงเชื่อคนง่าย

ตอนเรียนหนังสือ แค่พูดจาดี ๆ ต่อหน้าเธอ แกล้งทำท่าน่าสงสาร

เธอก็จะให้ของต่าง ๆ แล้ว

แต่หลังจากที่ได้ของพวกนั้นมา ในใจกลับไม่รู้สึกขอบคุณเลยแม้แต่น้อย รู้สึกแต่ว่าเธอกำลังอวดรวย กำลังสงเคราะห์ฉัน

ในใจยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อนึกถึงคำพูดที่แอบได้ยินจากคนในครอบครัว ความเกลียดชังในใจก็ระงับไม่อยู่ เธออายุแค่สิบสี่ปี แต่ครอบครัวได้จัดการเรื่องแต่งงานให้เธอเรียบร้อยแล้ว กับผู้ชายที่อายุมากกว่าเธอกว่าสิบปี แค่เพราะได้สินสอดเพิ่มมาหนึ่งร้อยหยวน ครอบครัวก็พร้อมจะให้เธอออกจากโรงเรียนไปแต่งงานแล้ว!

หวังเหมยรู้ดีว่าทำไม ก็เพราะต้องการขายเธอเพื่อเอาเงินมาให้พี่ชายแต่งงานนั่นเอง

เธอไม่ยอมเสียสละเพื่อครอบครัวหรอก ต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ แค่มีเงินก็พอ ถ้ามีเงินครอบครัวก็ไม่สามารถขายเธอได้ เธอนึกถึงตระกูลฟู่ ตระกูลฟู่ร่ำรวย ควรจะช่วยเหลือเธอได้

ผู้ใหญ่ในตระกูลฟู่ตายหมดแล้ว เหลือแค่ฟู่เสี่ยวคนเดียว ด้วยนิสัยของเธอคงหลอกล่อไม่ยาก แค่พูดจาประจบประแจงดี ๆ แน่นอนว่าต้องได้ผลประโยชน์ไม่น้อย

คนในครอบครัวต่างเห็นด้วยกับความคิดของเธอ ยังบอกอีกว่าถ้าได้เข้าไปอยู่ในบ้านตระกูลฟู่ได้ก็ยิ่งดีใหญ่!

หวังเหมยคิดในใจว่า ฟู่เสี่ยวขี้ขลาดมาก ตอนนี้เธออยู่คนเดียว ถ้าได้เข้าไปอยู่ในบ้านตระกูลฟู่และคอยอยู่เป็นเพื่อนเธอ เรื่องที่เหลือค่อย ๆ วางแผนทีหลัง

เธอยืนอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลฟู่

หวังเหมยกำมือแน่น ดวงตาแดงก่ำ จ้องมองคฤหาสน์หลังเล็กในสวน กัดริมฝีปากล่างแน่นจนมีเลือดซึม

"ฟู่เสี่ยว… ฟู่เสี่ยว…"

'ฟู่เสี่ยว! ทำไมไม่เปิดประตูให้ฉัน ตอนนี้เธอก็เป็นแค่เด็กกำพร้า ฉันมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ เธอควรจะยอมรับสิ ที่โรงเรียนฉันประจบเธอมาตั้งนาน เธอควรจะช่วยฉันนะ!’

ความเกลียดชังในใจของหวังเหมยค่อย ๆ เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จากต้นกล้าเล็ก ๆ ค่อย ๆ เติบใหญ่ขึ้น มุ่งหน้าเติบโตไปในทิศทางของต้นไม้ใหญ่ที่สูงตระหง่าน

ความแค้นปรากฎอยู่ในดวงตา ใบหน้าเล็ก ๆ ที่งดงามกลับบิดเบี้ยวอัปลักษณ์เพราะความเกลียดชังและความดุร้าย

ไม่ว่าคนข้างนอกจะรู้สึกอย่างไรในใจ แต่คนที่อยู่ในห้องมิติก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

บนเตียงขนาดหกฟุต ใครบางคนที่หลับไปแล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ แดงระเรื่อ มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ไม่รู้ว่ากำลังฝันดีอะไรอยู่

"……"

วันรุ่งขึ้นตอนเที่ยง

ห้องรับแขกของบ้านตระกูลฟู่เต็มไปด้วยผู้คน ฟู่เสี่ยวถูกบรรดาคุณป้าจากคณะกรรมการชุมชนล้อมเอาไว้ตรงกลาง

ทุกคนต่างพูดจาปลอบโยนเธอพร้อมกันไปคนละทิศละทาง

"เสี่ยวเสี่ยว เธอวางใจได้ รัฐบาลไม่ทิ้งเธอหรอก ถ้ามีอะไรอยากพูดก็พูดออกมาได้เลย ผู้นำจะพยายามตอบสนองความต้องการของเธอให้มากที่สุด"

"ใช่แล้ว เด็กน้อยยังไม่บรรลุนิติภาวะ แถมยังเป็นทายาทของวีรบุรุษ ก่อนหน้านี้ผู้บริหารโรงพยาบาลก็มาแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่รู้ว่าทางนั้นจะจัดการยังไง"

"ผู้นำคณะกรรมการชุมชนอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว ฟู่เสี่ยวมีอะไรอยากจะพูดก็พูดออกมาเถอะ พวกเขาจะช่วยแก้ไขปัญหาให้เธอเอง อย่าคิดมากไปเลย ดูหน้าตาสิ ป่วยครั้งเดียวก็ผอมไปหมดแล้ว…"

ฟู่เสี่ยวพยายามรักษาบุคลิกขี้อายของเจ้าของร่างเดิมเอาไว้ มองไปยังผู้นำที่นั่งอยู่ด้านบน เธอถูตาที่แดงก่ำพลางพูดว่า "ขอบคุณลุง ๆ ป้า ๆ ทุกคนค่ะ คุณตาได้จัดการเรื่องที่อยู่ให้หนูเรียบร้อยแล้ว อีกสองวันจะมีคนมารับที่บ้านเกิดค่ะ"

"เสี่ยวเสี่ยว ไม่เป็นไรนะ เมื่อคุณตาจัดการให้แล้ว ถ้ามีอะไรก็เขียนจดหมายมาหาพวกเราได้" ผู้นำทุกคนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"เสี่ยวเสี่ยว อีกอย่างนะ เนื่องจากหนูยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทางโรงพยาบาลจะจ่ายค่าเลี้ยงดูจนถึงอายุ 18 ปี และยังมีเงินบำนาญของคุณตาที่จะโอนให้หนูทุกเดือนด้วย ถ้าจะกลับบ้านเกิด อย่าลืมแวะมาเปลี่ยนที่อยู่ด้วยนะ จะได้รับเงินบำนาญที่บ้านเกิดได้เลย" ผู้นำคณะกรรมการชุมชนกำชับรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนจะถอยออกไปพร้อมกับคนอื่น ๆ

แน่นอนว่ายังมีคนที่ไม่อยากปล่อยโอกาสในการฮุบสมบัติของคนที่ไม่มีญาติพี่น้อง ป้าคนหนึ่งเดินมาหาเธอแล้วพูดว่า…

"เสี่ยวเสี่ยว เธอจะกลับบ้านเกิดจริง ๆ เหรอ ที่ชนบทไม่ได้สบายเหมือนในเมืองนะ ที่นั่นอาจจะต้องอด ๆ อยาก ๆ ด้วย ถ้าไม่ไหวก็มาอยู่บ้านป้าได้นะ บ้านป้ามีพี่สาวหลายคนอายุใกล้เคียงเธอ จะได้เล่นด้วยกัน"

แม้ป้าคนตรงหน้าจะยิ้มอย่างสุภาพ แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความโลภนั้นปิดบังไม่มิด

ฟู่เสี่ยวก้มหน้าพูดเสียงเบาอย่างขลาด "คุณตาจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว"

เธอพูดขอบคุณเบา ๆ กับคนข้างนอก แล้วปิดประตูใหญ่

เธอเดินเข้าบ้านไปโดยไม่สนใจว่าคนข้างนอกจะโมโหแค่ไหน

ฟู่เสี่ยวยืนอยู่ที่หน้าต่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย มองออกไปด้านนอกที่ค่อย ๆ มืดลง

เธอเริ่มคิดว่าจะจัดการชีวิตหลังจากนี้อย่างไรดี

อันดับแรกต้องทำตามคำสั่งเสียในจดหมายของคุณตาฟู่ให้สำเร็จก่อน

ในจดหมายคุณตาฟู่บอกว่า อยากกลับบ้าน…

ถ้าอย่างนั้นก็พาท่านกลับบ้านแล้วกัน

ฟู่เสี่ยวรู้สึกได้ถึงความหมายแฝงในจดหมายของเขาที่อยากให้เธอกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด

ดูเหมือนคุณตากำลังเตือนหลานสาวว่าเซี่ยงไฮ้ไม่ปลอดภัย

ดังนั้นศัตรูในเงามืดที่ต้องการชีวิตเธอนั้น พวกเขาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้งั้นเหรอ?

พวกคนเลวที่เอาเปรียบอย่างโจ่งแจ้งนั้นจัดการได้ง่าย ขอเพียงเธอระวังตัวให้ดี ก็จะไม่มีใครกล้ารังแกเธออย่างเปิดเผย

ถึงอย่างไรคุณตาของเธอก็เป็นวีรบุรุษ

คนที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดถ้าไม่ลงมือ เธอก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกเขาคือใคร

ยิ่งไปกว่านั้นพลังพิเศษของเธอตอนนี้ก็อยู่ในสภาพเริ่มต้น ทุกอย่างต้องเริ่มใหม่หมด สู้ไม่ได้ก็ต้องหลบหลีกไปก่อน การปะทะกันตรง ๆ ไม่ใช่สไตล์ของเธอ และก็ไม่มีความจำเป็น

ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหาที่เงียบ ๆ เพื่อพัฒนาความสามารถของตัวเองขึ้นมา แต่เธอจะไม่ลงไปทำงานในชนบทแน่นอน

เธอมีทรัพยากรในมิติพิเศษมากมายขนาดนั้น นอนทั้งชีวิตก็ไม่มีวันอดตาย ไม่จำเป็นต้องไปแกล้งทำเป็นทำงานให้เสียเวลา

ฟู่เสี่ยวเกาหัวอย่างหงุดหงิด "คิดมากไปทำไมนะ… เอาเป็นว่าไปติดต่อกับคนที่บ้านเกิดก่อนแล้วกัน"

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...