สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง | ฉบับไทม์ไลน์
• เนื้อหาของโพสต์นี้ จะเป็นการสรุปในรูปแบบของไทม์ไลน์เวลา ดังนั้นในบางเหตุการณ์ อาจจะไม่ได้ถูกกล่าวถึง
• คู่สงครามในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
- ฝ่ายสัมพันธมิตร (Allied Powers) ประกอบไปด้วยชาติสมาชิกสำคัญคือ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จักรวรรดิรัสเซีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น (รวมถึงสยาม)
- ฝ่ายมหาอำนาจกลาง (Central Powers)
ประกอบไปด้วยชาติสมาชิกสำคัญคือ จักรวรรดิเยอรมนี จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี จักรวรรดิออตโตมัน และบัลแกเรีย
-----
• เหตุการณ์สำคัญก่อนเกิดสงคราม
1882 | เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี จัดตั้งพันธมิตรทางทหารที่เรียกว่า "ไตรพันธมิตร" (Triple Alliance) ซึ่งในเวลาต่อมาจะกลายมาเป็นฝ่ายมหาอำนาจกลาง อย่างไรก็ตาม ภายหลังอิตาลีได้ถอนตัว และไปเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร
-----
1901 | เกิดขบวนการในเซอร์เบียที่เรียกว่า "หัตถ์ทมิฬ" (Black Hand) โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือการก่อตั้งรัฐของชาวสลาฟใต้ (South Slavic) ที่เป็นหนึ่งเดียว และปลดแอกชาวสลาฟใต้จากการปกครองของคนเชื้อชาติอื่น
-----
1907 | สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และรัสเซีย จัดตั้งพันธมิตรทางทหารที่เรียกว่า "ไตรภาคี" (Triple Entente) ซึ่งในเวลาต่อมาจะกลายมาเป็นฝ่ายสัมพันธมิตร
-----
1908 | ออสเตรีย-ฮังการี ผนวกดินแดนบอสเนียฯ ที่เป็นดินแดนของชาวสลาฟใต้
-----
• เข้าสู่มหาสงคราม
28 มิถุนายน 1914 | อาร์ชดยุกฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ (Archduke Franz Ferdinand) รัชทายาทแห่งออสเตรีย-ฮังการี ถูกลอบปลงพระชนม์พร้อมกับโซฟี โชเท็ก (Sophie Chotek) พระชายา ขณะเสด็จประพาสเมืองซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนียฯ ซึ่งผู้ที่ทำการลอบสังหารก็คือ กัฟรีโล ปรินชิป (Gavrilo Princip) สมาชิกของหัตถ์ทมิฬ ออสเตรีย-ฮังการี เชื่อว่าเซอร์เบียอยู่เบื้องหลัง
-----
23 กรกฎาคม 1914 | ออสเตรีย-ฮังการี ส่งข้อเรียกร้องให้เซอร์เบียรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เซอร์เบียปฏิเสธ เพราะข้อเรียกร้องบางข้อของออสเตรีย-ฮังการี มีลักษณะเป็นการล่วงล้ำอธิปไตยของเซอร์เบีย
-----
28 กรกฎาคม 1914 | ออสเตรีย-ฮังการี ประกาศสงครามต่อเซอร์เบีย สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเริ่มต้นขึ้น
-----
สิงหาคม 1914 | เยอรมนีประกาศสงครามกับรัสเซีย ฝรั่งเศส และเบลเยียม
สหราชอาณาจักรประกาศสงครามกับเยอรมนี
ออสเตรีย-ฮังการีประกาศสงครามกับรัสเซีย
ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรประกาศสงครามกับออสเตรีย-ฮังการี
ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับเยอรมนี
ออสเตรีย-ฮังการีประกาศสงครามกับเบลเยียม
สหรัฐอเมริกาประกาศตัวเป็นกลาง
-----
4 กันยายน 1914 | เยอรมนีรุกรานเบลเยียม แต่ถูกหยุดยั้งได้ในยุทธการที่แม่น้ำมาร์นครั้งที่หนึ่ง First Battle of the Marne) ทำให้แผนชลีฟเฟน (Schlieffen Plan) ที่เป็นแผนการเอาชนะฝรั่งเศสอย่างรวดเร็วของเยอรมนีล้มเหลว
-----
31 ตุลาคม 1914 | ยุทธการที่อิเปร์ครั้งที่หนึ่ง (First Battle of Ypres) ฝ่ายสัมพันธมิตรและเยอรมนีพยายามโจมตีซึ่งกันและกัน แต่ไม่สามารถเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด จุดเริ่มต้นของสงครามสนามเพลาะในแนวรบตะวันตก
-----
5 พฤศจิกายน 1914 | สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสประกาศสงครามต่อจักรวรรดิออตโตมัน
-----
24-26 ธันวาคม 1914 | เหตุการณ์พักรบวันคริสมาสต์ (Christmas Truce) ทหารสหราชอาณาจักรกับทหารเยอรมนีพักรบชั่วคราวในวันคริสต์มาส
-----
10 มกราคม 1915 | เยอรมนีส่งเรือเหาะทิ้งระเบิดโจมตีสหราชอาณาจักร
-----
4 กุมภาพันธ์ 1915 | เยอรมนีเริ่มนโยบายสงครามเรือดำน้ำแบบไร้ข้อจำกัด โดยเรือสินค้าทุกลำ รวมถึงเรือของประเทศที่เป็นกลางจะถูกโจมตี
-----
22 เมษายน - 25 พฤษภาคม 1915 | ยุทธการที่อิเปร์ครั้งที่สอง (Second Battle of Ypres) สงครามการใช้แก๊สพิษครั้งใหญ่ครั้งแรกของเยอรมนี
-----
25 เมษายน 1915 | กองทหารสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ANZAC) ยกพลขึ้นบกบนคาบสมุทรกัลลิโปลีในจักรวรรดิออตโตมัน
-----
7 พฤษภาคม 1915 | เรือดำน้ำเยอรมันยิงตอร์ปิโดใส่เรือลูซิทาเนีย (Lusitania) เรือโดยสารของสหราชอาณาจักร ส่งผลให้มีชาวอเมริกันเสียชีวิต 128 คน
-----
23 พฤษภาคม 1915 | อิตาลีประกาศสงครามกับออสเตรีย-ฮังการี และเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร
-----
28 กันยายน 1915 | ฝ่ายสัมพันธมิตรเคลื่อนพลผ่านดินแดนเมโสโปเตเมีย เพื่อยึดกรุงแบกแดดจากจักรวรรดิออตโตมัน
-----
6 ตุลาคม 1915 | กองกำลังผสมของออสเตรีย-ฮังการีและเยอรมัน (บัลแกเรียเข้าร่วมภายหลัง) บุกโจมตีเซอร์เบีย หลังจากการต่อสู้อย่างดุเดือดเป็นเวลาหลายสัปดาห์ กองทัพเซอร์เบียถูกบังคับให้ล่าถอยผ่านมอนเตเนโกรและแอลเบเนีย
-----
21 กุมภาพันธ์ 1916 | ยุทธการที่แวร์เดิง (Battle of Verdun) ระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนี การรบจะไม่สิ้นสุดจนถึงเดือนธันวาคม 1916
-----
16 พฤษภาคม 1916 | สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสลงนามในข้อตกลงไซกส์-ปิโกต์ (Sykes-Picot Agreement) โดยวางแผนว่า ถ้าหากเอาชนะจักรวรรดิออตโตมันได้ จะมีการแบ่งดินแดนในตะวันออกกลาง โดยฝรั่งเศสอ้างสิทธิ์ในซีเรียและเลบานอน ส่วนอังกฤษอ้างสิทธิ์ในจอร์แดน อิรัก รัฐอ่าวเปอร์เซีย และดินแดนอาณัติปาเลสไตน์
-----
31 พฤษภาคม 1916 | ยุทธนาวีจัตแลนด์ (Battle of Jutland) ยุทธนาวีครั้งใหญ่ที่สุดของสงคราม ระหว่างสหราชอาณาจักรกับเยอรมนี ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างชัยชนะ
-----
5 มิถุนายน 1916 | ขบวนการชาตินิยมอาหรับก่อกบฏต่อต้านการปกครองของออตโตมัน (Arab Revolt)
-----
1 กรกฎาคม 1916 | ยุทธการที่ซอมม์ (Battle of Somme) หลังจากการโจมตีด้วยปืนใหญ่เป็นเวลาเจ็ดวัน ฝ่ายสัมพันธมิตรได้เปิดฉากโจมตี โดยมีจุดประสงค์เพื่อเบี่ยงเบนกำลังทหารเยอรมันให้ออกจากแวร์เดิง อังกฤษสูญเสียกำลังพลไปประมาณ 50,000 นายในวันแรก และการสู้รบยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 1916
-----
3 กุมภาพันธ์ 1917 | สหรัฐอเมริกาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเยอรมนี จากผลพวงของนโยบายเรือดำน้ำแบบไร้ข้อจำกัดของเยอรมนี
-----
1 มีนาคม 1917 | หน่วยข่าวกรองอังกฤษดักจับโทรเลขซิมเมอร์มันน์ (Zimmermann Telegram) ซึ่งเป็นข้อความลับจากเยอรมนีที่เสนอให้เม็กซิโกเข้าร่วมกับฝ่ายมหาอำนาจกลาง ถ้าหากสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมในสงคราม
-----
8-16 มีนาคม 1917 | การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ในรัสเซีย ระบอบพระเจ้าซาร์สิ้นสุด พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 สละราชสมบัติ รัสเซียเปลี่ยนการปกครองเป็นสาธารณรัฐแต่ยังเข้าร่วมในสงครามต่อไป
-----
1 เมษายน 1917 | เยอรมนีจมเรือ SS Aztec ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าของสหรัฐอเมริกา ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังฝรั่งเศส
-----
2 เมษายน 1917 | ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ของสหรัฐอเมริกา กล่าวสุนทรพจน์ในเรื่องสงครามต่อสภาคองเกรส ท่ามกลางประโยคดังที่ว่า “โลกจะต้องปลอดภัยสำหรับประชาธิปไตย” (the world must be made safe for democracy) สหรัฐอเมริกาประกาศสงครามต่อเยอรมนีอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เมษายน 1917
-----
16 เมษายน 1917 | หลังจากลี้ภัยออกนอกประเทศเป็นเวลากว่าสิบปี วลาดิเมียร์ เลนิน (Vladimir Lenin) เดินทางกลับมาถึงเมืองเปโตรกราด (เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) เตรียมพร้อมกับการปฏิวัติในรัสเซียในอีกไม่ช้า
-----
18 พฤษภาคม 1917 | รัฐสภาสหรัฐอเมริกาอนุมัติรัฐบัญญัติการคัดเลือกทหาร (Selective Service Act) เป็นจุดเริ่มต้นของการเกณฑ์ทหารครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในปี 1865
-----
22 กรกฎาคม 1917 | ประเทศสยามเข้าร่วมในสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร
-----
31 กรกฎาคม 1917 | ยุทธการที่อิเปร์ครั้งที่สาม (Third Battle of Ypres)
-----
2 พฤศจิกายน 1917 | สหราชอาณาจักรออกคำประกาศบัลโฟร์ (Balfour Declaration) ซึ่งเป็นแถลงการณ์สนับสนุนการจัดตั้งรัฐของชาวยิวในปาเลสไตน์
-----
7 พฤศจิกายน 1917 | เลนินและพรรคบอลเชวิกก่อการปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลสาธารณรัฐในรัสเซีย (ปฏิวัติเดือนตุลาคม) ปูทางสู่การก่อตั้งรัฐคอมมิวนิสต์รัสเซียและสหภาพโซเวียต
-----
9 ธันวาคม 1917 | ฝ่ายสัมพันธมิตรยึดเมืองเยรูซาเล็มจากออตโตมัน
-----
8 มกราคม 1918 | ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ออกหลักการสิบสี่ข้อ (Fourteen Points) เพื่อเป็นแนวทางของสันติภาพและการยุติสงคราม
-----
3 มีนาคม 1918 | รัสเซียและเยอรมนีลงนามในสนธิสัญญาเบรสต์-ลิทอฟสค์ (Treaty of Brest-Litovsk) รัสเซียถอนตัวออกจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งอย่างเป็นทางการ
-----
8 มีนาคม 1918 | ค่ายฟันสตัน (Camp Funston ) ที่ฟอร์ตไรลีย์ รัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา รายงานการระบาดของไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก โรคนี้แพร่กระจายไปยังแนวรบด้านตะวันตก ตลอดปี 1918 "ไข้หวัดสเปน" (Spanish Flu) ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปกว่า 20 ล้านคน
-----
21 มีนาคม 1918 | เยอรมนีออกปฏิบัติการรุกในฤดูใบไม้ผลิ (Spring Offensive) เพื่อหวังชนะสงคราม ก่อนที่ฝ่ายสัมพันธมิตรจะได้กำลังเสริมจากสหรัฐอเมริกา ผลสุดท้ายปฏิบัติการดังกล่าวล้มเหลว
-----
17 กรกฎาคม 1918 | อดีตซาร์แห่งรัสเซีย พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และครอบครัวถูกสังหาร
-----
24 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 1918 | ยุทธการที่วิตตอริโอ เวเนโต (Battle of Vittorio Veneto) กองกำลังออสเตรีย-ฮังการีพ่ายแพ้อย่างยับเยินต่อกองทัพอิตาลี ยุติสงครามบนแนวรบอิตาลีและนำไปสู่การล่มสลายของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ในเวลาต่อมา
-----
9 พฤศจิกายน 1918 | จักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี สละราชสมบัติและลี้ภัยไปยังเนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐเยอรมัน (หรือรู้จักกันในชื่อสาธารณรัฐไวมาร์) ประกาศสถาปนา
-----
11 พฤศจิกายน 1918
| สงครามโลกครั้งที่หนึ่งสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ เวลา 11.00 น.
-----
• เหตุการณ์หลังจากนั้น
1 ธันวาคม 1918 | กองกำลังฝ่ายสัทพันธมิตรเคลื่อนพลเข้าสู่เยอรมนีและเริ่มต้นการยึดครอง
-----
1 ธันวาคม 1918 | ยูโกสลาเวีย (Yugoslavia) ราชอาณาจักรของชาวเซิร์บ โครแอต และสโลวีเนีย ได้รับการประกาศให้เป็นรัฐเอกราช
-----
14 กุมภาพันธ์ 1919 | ในการประชุมสันติภาพปารีส ประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรได้เสนอรัฐธรรมนูญสำหรับสันนิบาตชาติ (League of Nations) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศและรักษาสันติภาพของโลก ที่จะถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1920
-----
28 มิถุนายน 1919 | เยอรมนีถูกบังคับให้ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซาย เยอรมนียกดินแดนอาลซัส-ลอแรนให้แก่ฝรั่งเศส ยอมรับอำนาจอธิปไตยของเบลเยียม ทำการปลดอาวุธและต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาปฏิเสธที่จะให้สัตยาบันสนธิสัญญาแวร์ซาย ส่งผลให้เยอรมนีไม่สามารถเข้าร่วมกับสันนิบาตชาติได้
ความอยุติธรรมที่เยอรมนีได้รับจากสนธิสัญญาแวร์ซายส์ และความไร้ประสิทธิภาพของสันนิบาตชาติ เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เยอรมนีก่อสงครามอีกครั้งในอนาคต (สงครามโลกครั้งที่สอง)
-----
10 สิงหาคม 1920 | สนธิสัญญาเซฟร์ (The Treaty of Sevres) ยุติสงครามระหว่างฝ่ายพันธมิตรและจักรวรรดิออตโตมันอย่างเป็นทางการ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งแยกดินแดนของจักรวรรดิออตโตมัน มีเพียงดินแดนที่กลายเป็นประเทศตุรกีในปัจจุบันเท่านั้น ที่เป็นอิสระจากการควบคุมของอังกฤษและฝรั่งเศส
อ้างอิง
• HISTORY. World War I. https://www.history.com/topics/world-war-i
• Britannica. Timeline of World War I. https://www.britannica.com/list/timeline-of-world-war-i
• The National WW1 Museum and Memorial. Key Dates. https://www.theworldwar.org/learn/about-wwi/key-dates