โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง | ฉบับไทม์ไลน์

Histofun Deluxe

เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 07.11 น.

• เนื้อหาของโพสต์นี้ จะเป็นการสรุปในรูปแบบของไทม์ไลน์เวลา ดังนั้นในบางเหตุการณ์ อาจจะไม่ได้ถูกกล่าวถึง

• คู่สงครามในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

- ฝ่ายสัมพันธมิตร (Allied Powers) ประกอบไปด้วยชาติสมาชิกสำคัญคือ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จักรวรรดิรัสเซีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น (รวมถึงสยาม)

- ฝ่ายมหาอำนาจกลาง (Central Powers)

ประกอบไปด้วยชาติสมาชิกสำคัญคือ จักรวรรดิเยอรมนี จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี จักรวรรดิออตโตมัน และบัลแกเรีย

-----

• เหตุการณ์สำคัญก่อนเกิดสงคราม

1882 | เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี จัดตั้งพันธมิตรทางทหารที่เรียกว่า "ไตรพันธมิตร" (Triple Alliance) ซึ่งในเวลาต่อมาจะกลายมาเป็นฝ่ายมหาอำนาจกลาง อย่างไรก็ตาม ภายหลังอิตาลีได้ถอนตัว และไปเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร

-----

1901 | เกิดขบวนการในเซอร์เบียที่เรียกว่า "หัตถ์ทมิฬ" (Black Hand) โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือการก่อตั้งรัฐของชาวสลาฟใต้ (South Slavic) ที่เป็นหนึ่งเดียว และปลดแอกชาวสลาฟใต้จากการปกครองของคนเชื้อชาติอื่น

-----

1907 | สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และรัสเซีย จัดตั้งพันธมิตรทางทหารที่เรียกว่า "ไตรภาคี" (Triple Entente) ซึ่งในเวลาต่อมาจะกลายมาเป็นฝ่ายสัมพันธมิตร

-----

1908 | ออสเตรีย-ฮังการี ผนวกดินแดนบอสเนียฯ ที่เป็นดินแดนของชาวสลาฟใต้

-----

• เข้าสู่มหาสงคราม

28 มิถุนายน 1914 | อาร์ชดยุกฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ (Archduke Franz Ferdinand) รัชทายาทแห่งออสเตรีย-ฮังการี ถูกลอบปลงพระชนม์พร้อมกับโซฟี โชเท็ก (Sophie Chotek) พระชายา ขณะเสด็จประพาสเมืองซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนียฯ ซึ่งผู้ที่ทำการลอบสังหารก็คือ กัฟรีโล ปรินชิป (Gavrilo Princip) สมาชิกของหัตถ์ทมิฬ ออสเตรีย-ฮังการี เชื่อว่าเซอร์เบียอยู่เบื้องหลัง

-----

23 กรกฎาคม 1914 | ออสเตรีย-ฮังการี ส่งข้อเรียกร้องให้เซอร์เบียรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เซอร์เบียปฏิเสธ เพราะข้อเรียกร้องบางข้อของออสเตรีย-ฮังการี มีลักษณะเป็นการล่วงล้ำอธิปไตยของเซอร์เบีย

-----

28 กรกฎาคม 1914 | ออสเตรีย-ฮังการี ประกาศสงครามต่อเซอร์เบีย สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเริ่มต้นขึ้น

-----

สิงหาคม 1914 | เยอรมนีประกาศสงครามกับรัสเซีย ฝรั่งเศส และเบลเยียม

สหราชอาณาจักรประกาศสงครามกับเยอรมนี

ออสเตรีย-ฮังการีประกาศสงครามกับรัสเซีย

ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรประกาศสงครามกับออสเตรีย-ฮังการี

ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับเยอรมนี

ออสเตรีย-ฮังการีประกาศสงครามกับเบลเยียม

สหรัฐอเมริกาประกาศตัวเป็นกลาง

-----

4 กันยายน 1914 | เยอรมนีรุกรานเบลเยียม แต่ถูกหยุดยั้งได้ในยุทธการที่แม่น้ำมาร์นครั้งที่หนึ่ง First Battle of the Marne) ทำให้แผนชลีฟเฟน (Schlieffen Plan) ที่เป็นแผนการเอาชนะฝรั่งเศสอย่างรวดเร็วของเยอรมนีล้มเหลว

-----

31 ตุลาคม 1914 | ยุทธการที่อิเปร์ครั้งที่หนึ่ง (First Battle of Ypres) ฝ่ายสัมพันธมิตรและเยอรมนีพยายามโจมตีซึ่งกันและกัน แต่ไม่สามารถเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด จุดเริ่มต้นของสงครามสนามเพลาะในแนวรบตะวันตก

-----

5 พฤศจิกายน 1914 | สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสประกาศสงครามต่อจักรวรรดิออตโตมัน

-----

24-26 ธันวาคม 1914 | เหตุการณ์พักรบวันคริสมาสต์ (Christmas Truce) ทหารสหราชอาณาจักรกับทหารเยอรมนีพักรบชั่วคราวในวันคริสต์มาส

-----

10 มกราคม 1915 | เยอรมนีส่งเรือเหาะทิ้งระเบิดโจมตีสหราชอาณาจักร

-----

4 กุมภาพันธ์ 1915 | เยอรมนีเริ่มนโยบายสงครามเรือดำน้ำแบบไร้ข้อจำกัด โดยเรือสินค้าทุกลำ รวมถึงเรือของประเทศที่เป็นกลางจะถูกโจมตี

-----

22 เมษายน - 25 พฤษภาคม 1915 | ยุทธการที่อิเปร์ครั้งที่สอง (Second Battle of Ypres) สงครามการใช้แก๊สพิษครั้งใหญ่ครั้งแรกของเยอรมนี

-----

25 เมษายน 1915 | กองทหารสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ANZAC) ยกพลขึ้นบกบนคาบสมุทรกัลลิโปลีในจักรวรรดิออตโตมัน

-----

7 พฤษภาคม 1915 | เรือดำน้ำเยอรมันยิงตอร์ปิโดใส่เรือลูซิทาเนีย (Lusitania) เรือโดยสารของสหราชอาณาจักร ส่งผลให้มีชาวอเมริกันเสียชีวิต 128 คน

-----

23 พฤษภาคม 1915 | อิตาลีประกาศสงครามกับออสเตรีย-ฮังการี และเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร

-----

28 กันยายน 1915 | ฝ่ายสัมพันธมิตรเคลื่อนพลผ่านดินแดนเมโสโปเตเมีย เพื่อยึดกรุงแบกแดดจากจักรวรรดิออตโตมัน

-----

6 ตุลาคม 1915 | กองกำลังผสมของออสเตรีย-ฮังการีและเยอรมัน (บัลแกเรียเข้าร่วมภายหลัง) บุกโจมตีเซอร์เบีย หลังจากการต่อสู้อย่างดุเดือดเป็นเวลาหลายสัปดาห์ กองทัพเซอร์เบียถูกบังคับให้ล่าถอยผ่านมอนเตเนโกรและแอลเบเนีย

-----

21 กุมภาพันธ์ 1916 | ยุทธการที่แวร์เดิง (Battle of Verdun) ระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนี การรบจะไม่สิ้นสุดจนถึงเดือนธันวาคม 1916

-----

16 พฤษภาคม 1916 | สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสลงนามในข้อตกลงไซกส์-ปิโกต์ (Sykes-Picot Agreement) โดยวางแผนว่า ถ้าหากเอาชนะจักรวรรดิออตโตมันได้ จะมีการแบ่งดินแดนในตะวันออกกลาง โดยฝรั่งเศสอ้างสิทธิ์ในซีเรียและเลบานอน ส่วนอังกฤษอ้างสิทธิ์ในจอร์แดน อิรัก รัฐอ่าวเปอร์เซีย และดินแดนอาณัติปาเลสไตน์

-----

31 พฤษภาคม 1916 | ยุทธนาวีจัตแลนด์ (Battle of Jutland) ยุทธนาวีครั้งใหญ่ที่สุดของสงคราม ระหว่างสหราชอาณาจักรกับเยอรมนี ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างชัยชนะ

-----

5 มิถุนายน 1916 | ขบวนการชาตินิยมอาหรับก่อกบฏต่อต้านการปกครองของออตโตมัน (Arab Revolt)

-----

1 กรกฎาคม 1916 | ยุทธการที่ซอมม์ (Battle of Somme) หลังจากการโจมตีด้วยปืนใหญ่เป็นเวลาเจ็ดวัน ฝ่ายสัมพันธมิตรได้เปิดฉากโจมตี โดยมีจุดประสงค์เพื่อเบี่ยงเบนกำลังทหารเยอรมันให้ออกจากแวร์เดิง อังกฤษสูญเสียกำลังพลไปประมาณ 50,000 นายในวันแรก และการสู้รบยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 1916

-----

3 กุมภาพันธ์ 1917 | สหรัฐอเมริกาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเยอรมนี จากผลพวงของนโยบายเรือดำน้ำแบบไร้ข้อจำกัดของเยอรมนี

-----

1 มีนาคม 1917 | หน่วยข่าวกรองอังกฤษดักจับโทรเลขซิมเมอร์มันน์ (Zimmermann Telegram) ซึ่งเป็นข้อความลับจากเยอรมนีที่เสนอให้เม็กซิโกเข้าร่วมกับฝ่ายมหาอำนาจกลาง ถ้าหากสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมในสงคราม

-----

8-16 มีนาคม 1917 | การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ในรัสเซีย ระบอบพระเจ้าซาร์สิ้นสุด พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 สละราชสมบัติ รัสเซียเปลี่ยนการปกครองเป็นสาธารณรัฐแต่ยังเข้าร่วมในสงครามต่อไป

-----

1 เมษายน 1917 | เยอรมนีจมเรือ SS Aztec ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าของสหรัฐอเมริกา ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังฝรั่งเศส

-----

2 เมษายน 1917 | ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ของสหรัฐอเมริกา กล่าวสุนทรพจน์ในเรื่องสงครามต่อสภาคองเกรส ท่ามกลางประโยคดังที่ว่า “โลกจะต้องปลอดภัยสำหรับประชาธิปไตย” (the world must be made safe for democracy) สหรัฐอเมริกาประกาศสงครามต่อเยอรมนีอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เมษายน 1917

-----

16 เมษายน 1917 | หลังจากลี้ภัยออกนอกประเทศเป็นเวลากว่าสิบปี วลาดิเมียร์ เลนิน (Vladimir Lenin) เดินทางกลับมาถึงเมืองเปโตรกราด (เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) เตรียมพร้อมกับการปฏิวัติในรัสเซียในอีกไม่ช้า

-----

18 พฤษภาคม 1917 | รัฐสภาสหรัฐอเมริกาอนุมัติรัฐบัญญัติการคัดเลือกทหาร (Selective Service Act) เป็นจุดเริ่มต้นของการเกณฑ์ทหารครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในปี 1865

-----

22 กรกฎาคม 1917 | ประเทศสยามเข้าร่วมในสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร

-----

31 กรกฎาคม 1917 | ยุทธการที่อิเปร์ครั้งที่สาม (Third Battle of Ypres)

-----

2 พฤศจิกายน 1917 | สหราชอาณาจักรออกคำประกาศบัลโฟร์ (Balfour Declaration) ซึ่งเป็นแถลงการณ์สนับสนุนการจัดตั้งรัฐของชาวยิวในปาเลสไตน์

-----

7 พฤศจิกายน 1917 | เลนินและพรรคบอลเชวิกก่อการปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลสาธารณรัฐในรัสเซีย (ปฏิวัติเดือนตุลาคม) ปูทางสู่การก่อตั้งรัฐคอมมิวนิสต์รัสเซียและสหภาพโซเวียต

-----

9 ธันวาคม 1917 | ฝ่ายสัมพันธมิตรยึดเมืองเยรูซาเล็มจากออตโตมัน

-----

8 มกราคม 1918 | ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ออกหลักการสิบสี่ข้อ (Fourteen Points) เพื่อเป็นแนวทางของสันติภาพและการยุติสงคราม

-----

3 มีนาคม 1918 | รัสเซียและเยอรมนีลงนามในสนธิสัญญาเบรสต์-ลิทอฟสค์ (Treaty of Brest-Litovsk) รัสเซียถอนตัวออกจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งอย่างเป็นทางการ

-----

8 มีนาคม 1918 | ค่ายฟันสตัน (Camp Funston ) ที่ฟอร์ตไรลีย์ รัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา รายงานการระบาดของไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก โรคนี้แพร่กระจายไปยังแนวรบด้านตะวันตก ตลอดปี 1918 "ไข้หวัดสเปน" (Spanish Flu) ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปกว่า 20 ล้านคน

-----

21 มีนาคม 1918 | เยอรมนีออกปฏิบัติการรุกในฤดูใบไม้ผลิ (Spring Offensive) เพื่อหวังชนะสงคราม ก่อนที่ฝ่ายสัมพันธมิตรจะได้กำลังเสริมจากสหรัฐอเมริกา ผลสุดท้ายปฏิบัติการดังกล่าวล้มเหลว

-----

17 กรกฎาคม 1918 | อดีตซาร์แห่งรัสเซีย พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และครอบครัวถูกสังหาร

-----

24 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 1918 | ยุทธการที่วิตตอริโอ เวเนโต (Battle of Vittorio Veneto) กองกำลังออสเตรีย-ฮังการีพ่ายแพ้อย่างยับเยินต่อกองทัพอิตาลี ยุติสงครามบนแนวรบอิตาลีและนำไปสู่การล่มสลายของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ในเวลาต่อมา

-----

9 พฤศจิกายน 1918 | จักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี สละราชสมบัติและลี้ภัยไปยังเนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐเยอรมัน (หรือรู้จักกันในชื่อสาธารณรัฐไวมาร์) ประกาศสถาปนา

-----

11 พฤศจิกายน 1918

| สงครามโลกครั้งที่หนึ่งสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ เวลา 11.00 น.

-----

• เหตุการณ์หลังจากนั้น

1 ธันวาคม 1918 | กองกำลังฝ่ายสัทพันธมิตรเคลื่อนพลเข้าสู่เยอรมนีและเริ่มต้นการยึดครอง

-----

1 ธันวาคม 1918 | ยูโกสลาเวีย (Yugoslavia) ราชอาณาจักรของชาวเซิร์บ โครแอต และสโลวีเนีย ได้รับการประกาศให้เป็นรัฐเอกราช

-----

14 กุมภาพันธ์ 1919 | ในการประชุมสันติภาพปารีส ประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรได้เสนอรัฐธรรมนูญสำหรับสันนิบาตชาติ (League of Nations) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศและรักษาสันติภาพของโลก ที่จะถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1920

-----

28 มิถุนายน 1919 | เยอรมนีถูกบังคับให้ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซาย เยอรมนียกดินแดนอาลซัส-ลอแรนให้แก่ฝรั่งเศส ยอมรับอำนาจอธิปไตยของเบลเยียม ทำการปลดอาวุธและต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาปฏิเสธที่จะให้สัตยาบันสนธิสัญญาแวร์ซาย ส่งผลให้เยอรมนีไม่สามารถเข้าร่วมกับสันนิบาตชาติได้

ความอยุติธรรมที่เยอรมนีได้รับจากสนธิสัญญาแวร์ซายส์ และความไร้ประสิทธิภาพของสันนิบาตชาติ เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เยอรมนีก่อสงครามอีกครั้งในอนาคต (สงครามโลกครั้งที่สอง)

-----

10 สิงหาคม 1920 | สนธิสัญญาเซฟร์ (The Treaty of Sevres) ยุติสงครามระหว่างฝ่ายพันธมิตรและจักรวรรดิออตโตมันอย่างเป็นทางการ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งแยกดินแดนของจักรวรรดิออตโตมัน มีเพียงดินแดนที่กลายเป็นประเทศตุรกีในปัจจุบันเท่านั้น ที่เป็นอิสระจากการควบคุมของอังกฤษและฝรั่งเศส

อ้างอิง

• HISTORY. World War I. https://www.history.com/topics/world-war-i

• Britannica. Timeline of World War I. https://www.britannica.com/list/timeline-of-world-war-i

• The National WW1 Museum and Memorial. Key Dates. https://www.theworldwar.org/learn/about-wwi/key-dates

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...