โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ผบ.ทร. เสริมกำลังหน่วยซีล – รีคอน – EOD เข้าช่วยผู้ประสบภัย

เดลินิวส์

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 20.09 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 13.09 น. • เดลินิวส์
ผบ.ทร. เสริมกำลังหน่วยซีล - รีคอน - EOD เข้าช่วยผู้ประสบภัย เผย ตัวเลขช่วยไปแล้ว 860 คน

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เข้าร่วมประชุมติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ก่อนจะเดินให้กำลังใจ ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ปฏิบัติงาน ในแต่ละหน้าที่บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร

หลังจากนั้น พล.ร.อ.ไพโรจน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางกองทัพเรือได้ส่งหน่วยซีล เข้าพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที รวมถึงยังมีหน่วยรบิพิเศษนาวิกโยธิน หรือ รีคอน และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) นักทำลายวัตถุระเบิดใต้น้ำ รวมกันแล้ว 15 ชุด เนื่องจากบุคคลเหล่านี้เป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีความสามารถในการดำน้ำ ไม่มีภาวะสงครามก็สามารถนำบุคคลเหล่านี้มาใช้ช่วยเหลือประชาชนได้ สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ทราบว่า พ้นวิกฤตไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของการฟื้นฟู ซึ่งถึงแม้ว่า ความรับผิดชอบหลักจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยแต่ถ้าหากได้รับการประสานขอความช่วยเหลือมาทางกองทัพเรือก็จะรีบเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือในทันที

พล.ร.อ.ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือที่ผ่านมาทางกองทัพเรือสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาได้ 860 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยเคสฉุกเฉินจำนวน 50 คน และเป็นหญิงตั้งครรภ์จำนวน 15 คน โดนส่งผู้ประสบภัยไปยังศูนย์พักพิงต่าง ๆ ส่วนเรือหลวงจักรีนฤเบศรทางกองทัพเรือได้ใช้เป็นโรงครัวพระราชทานซึ่งจะมีการส่งข้าวกล่องพระราชทานและถุงยังชีพด้วยเฮลิคอปเตอร์เป็นภารกิจหลัก เดี๋ยวจะทำแบบนี้ต่อเนื่องไปเป็นเวลา 10 วัน หรือขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...