“จีน” เตือนความเสี่ยงความขัดแย้งทางนิวเคลียร์ หลัง “ทรัมป์” สั่งทดสอบ
"จีน" ออกสมุดปกขาวโจมตีบางประเทศที่ปรับนโยบายนิวเคลียร์และเสริมศักยภาพการยับยั้ง หลังทรัมป์สั่งทดสอบอีกครั้ง พร้อมเตือนการเร่งแข่งสะสมอาวุธอาจผลักโลกเข้าใกล้วิกฤตมากขึ้น
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าจีนออกแถลงการณ์พาดพิงสหรัฐเรื่องแผนปรับเปลี่ยนนโยบายนิวเคลียร์ และเตือนว่าการคงครองคลังอาวุธจำนวนมากจะเพิ่มความเสี่ยงของความขัดแย้ง หลังสหรัฐระบุว่าจะกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง
สำนักงานข้อมูลข่าวสารคณะรัฐมนตรีจีน ระบุในสมุดปกขาวด้านการควบคุมอาวุธที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีว่า “บางประเทศยังคงปรับนโยบายนิวเคลียร์ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ยืนยันที่จะรักษาคลังอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมาก เสริมความสามารถด้านการยับยั้งและการปฏิบัติการนิวเคลียร์ ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงของความขัดแย้งนิวเคลียร์ระดับโลก”
การเผยแพร่เอกสารดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นว่าสหรัฐจะกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เพื่อให้ทัดเทียมคู่แข่ง หลังรัสเซียเพิ่งประกาศทดลองโดรนใต้น้ำพลังงานนิวเคลียร์และขีปนาวุธร่อนติดหัวรบนิวเคลียร์ ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐจะดำเนินการทดสอบเหล่านี้ในอีกไม่นาน
ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์หมายถึงการจุดชนวนหัวรบนิวเคลียร์จริง ซึ่งจะเป็นการย้อนกลับนโยบายของสหรัฐที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายทศวรรษและละเมิดข้อห้ามโดยพฤตินัยของโลก หรือหมายถึงการขยายการทดสอบระบบส่งอาวุธ เช่น ขีปนาวุธข้ามทวีปที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้
ประเทศเดียวที่ทราบว่าได้ทดสอบต้นแบบระเบิดนิวเคลียร์ในศตวรรษนี้คือเกาหลีเหนือ ซึ่งทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดในปี 2560 โดยสหรัฐได้ถอนตัวจากสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ยุคสงครามเย็นกับรัสเซียในปี 2562 โดยระบุว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงด้วยการผลิตขีปนาวุธต้องห้าม ทรัมป์ยังให้เหตุผลว่าสนธิสัญญานี้ไม่สมบูรณ์เพราะไม่รวมจีน ซึ่งเป็นอำนาจนิวเคลียร์ที่กำลังเติบโต
แม้ว่าจีนจะมีคลังหัวรบนิวเคลียร์น้อยกว่าสหรัฐและรัสเซีย แต่กำลังเร่งขยายและปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย ตามการประเมินของรัฐบาลสหรัฐ จีนทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งสุดท้ายในปี 1996 แต่ยังคงทดสอบขีปนาวุธที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ รวมถึงการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปเมื่อปีที่แล้ว และหัวรบนิวเคลียร์แบบไฮเปอร์โซนิกที่อาศัยความเร็วสูงและการหลบหลีกเพื่อเลี่ยงการสกัดกั้น
ในสมุดปกขาวฉบับนี้ จีนย้ำว่าได้ดำเนินนโยบายด้านอาวุธนิวเคลียร์อย่างระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง และจะไม่เข้าสู่การแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ พรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุเมื่อเดือนตุลาคมว่า แผนยุทธศาสตร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะรวมถึงการขยายขีดความสามารถด้านการยับยั้งเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งรวมถึงกองกำลังนิวเคลียร์ด้วย
สมุดปกขาวยังวิจารณ์บางประเทศที่ผลักดันระบบป้องกันขีปนาวุธ เช่น Golden Dome ตามแนวคิดของทรัมป์ ซึ่งมีเป้าหมายป้องกันแผ่นดินสหรัฐจากการโจมตีขนาดเล็กโดยประเทศที่เป็นภัยคุกคาม รวมถึงการโจมตีขนาดใหญ่จากรัสเซียและจีน นักวิจารณ์ชี้ว่าระบบดังกล่าวแทบเป็นไปไม่ได้ในเชิงเทคนิค
สหรัฐและเกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาแบบไม่เปิดเผย เพื่อร่วมกันสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ให้กองทัพเรือของทั้งสองประเทศ ตามรายงานของ Bloomberg News พลเรือเอกดาริล คอดเดิล ผู้บัญชาการปฏิบัติการกองทัพเรือสหรัฐกล่าวว่า เรือดำน้ำเหล่านี้จะช่วยรับมือกับกองเรือของจีนที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
อ้างอิง : bloomberg.com