โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“จีน” เตือนความเสี่ยงความขัดแย้งทางนิวเคลียร์ หลัง “ทรัมป์” สั่งทดสอบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ย. 2568 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2568 เวลา 08.22 น.

"จีน" ออกสมุดปกขาวโจมตีบางประเทศที่ปรับนโยบายนิวเคลียร์และเสริมศักยภาพการยับยั้ง หลังทรัมป์สั่งทดสอบอีกครั้ง พร้อมเตือนการเร่งแข่งสะสมอาวุธอาจผลักโลกเข้าใกล้วิกฤตมากขึ้น

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าจีนออกแถลงการณ์พาดพิงสหรัฐเรื่องแผนปรับเปลี่ยนนโยบายนิวเคลียร์ และเตือนว่าการคงครองคลังอาวุธจำนวนมากจะเพิ่มความเสี่ยงของความขัดแย้ง หลังสหรัฐระบุว่าจะกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง

สำนักงานข้อมูลข่าวสารคณะรัฐมนตรีจีน ระบุในสมุดปกขาวด้านการควบคุมอาวุธที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีว่า “บางประเทศยังคงปรับนโยบายนิวเคลียร์ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ยืนยันที่จะรักษาคลังอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมาก เสริมความสามารถด้านการยับยั้งและการปฏิบัติการนิวเคลียร์ ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงของความขัดแย้งนิวเคลียร์ระดับโลก”

การเผยแพร่เอกสารดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นว่าสหรัฐจะกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เพื่อให้ทัดเทียมคู่แข่ง หลังรัสเซียเพิ่งประกาศทดลองโดรนใต้น้ำพลังงานนิวเคลียร์และขีปนาวุธร่อนติดหัวรบนิวเคลียร์ ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐจะดำเนินการทดสอบเหล่านี้ในอีกไม่นาน

ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์หมายถึงการจุดชนวนหัวรบนิวเคลียร์จริง ซึ่งจะเป็นการย้อนกลับนโยบายของสหรัฐที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายทศวรรษและละเมิดข้อห้ามโดยพฤตินัยของโลก หรือหมายถึงการขยายการทดสอบระบบส่งอาวุธ เช่น ขีปนาวุธข้ามทวีปที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้

ประเทศเดียวที่ทราบว่าได้ทดสอบต้นแบบระเบิดนิวเคลียร์ในศตวรรษนี้คือเกาหลีเหนือ ซึ่งทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดในปี 2560 โดยสหรัฐได้ถอนตัวจากสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ยุคสงครามเย็นกับรัสเซียในปี 2562 โดยระบุว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงด้วยการผลิตขีปนาวุธต้องห้าม ทรัมป์ยังให้เหตุผลว่าสนธิสัญญานี้ไม่สมบูรณ์เพราะไม่รวมจีน ซึ่งเป็นอำนาจนิวเคลียร์ที่กำลังเติบโต

แม้ว่าจีนจะมีคลังหัวรบนิวเคลียร์น้อยกว่าสหรัฐและรัสเซีย แต่กำลังเร่งขยายและปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย ตามการประเมินของรัฐบาลสหรัฐ จีนทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งสุดท้ายในปี 1996 แต่ยังคงทดสอบขีปนาวุธที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ รวมถึงการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปเมื่อปีที่แล้ว และหัวรบนิวเคลียร์แบบไฮเปอร์โซนิกที่อาศัยความเร็วสูงและการหลบหลีกเพื่อเลี่ยงการสกัดกั้น

ในสมุดปกขาวฉบับนี้ จีนย้ำว่าได้ดำเนินนโยบายด้านอาวุธนิวเคลียร์อย่างระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง และจะไม่เข้าสู่การแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ พรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุเมื่อเดือนตุลาคมว่า แผนยุทธศาสตร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะรวมถึงการขยายขีดความสามารถด้านการยับยั้งเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งรวมถึงกองกำลังนิวเคลียร์ด้วย

สมุดปกขาวยังวิจารณ์บางประเทศที่ผลักดันระบบป้องกันขีปนาวุธ เช่น Golden Dome ตามแนวคิดของทรัมป์ ซึ่งมีเป้าหมายป้องกันแผ่นดินสหรัฐจากการโจมตีขนาดเล็กโดยประเทศที่เป็นภัยคุกคาม รวมถึงการโจมตีขนาดใหญ่จากรัสเซียและจีน นักวิจารณ์ชี้ว่าระบบดังกล่าวแทบเป็นไปไม่ได้ในเชิงเทคนิค

สหรัฐและเกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาแบบไม่เปิดเผย เพื่อร่วมกันสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ให้กองทัพเรือของทั้งสองประเทศ ตามรายงานของ Bloomberg News พลเรือเอกดาริล คอดเดิล ผู้บัญชาการปฏิบัติการกองทัพเรือสหรัฐกล่าวว่า เรือดำน้ำเหล่านี้จะช่วยรับมือกับกองเรือของจีนที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...