'Saks Global' ห้างหรูสหรัฐ 'ยื่นล้มละลาย' แล้ว จากสวรรค์แบรนด์เนม สู่หนี้หมื่นล้าน
กลุ่มห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ในสหรัฐ "Saks Global" ได้ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ภายใต้มาตรา 11 กฎหมายล้มละลายสหรัฐอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อช่วงคืนวันอังคารที่ 13 ม.ค. ผ่านมา ประเดิมเป็นธุรกิจขนาดใหญ่รายแรกที่ยื่นล้มละลายในปี 2026 นี้ และยังนับเป็นหนึ่งในกรณีล้มละลายของธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
เอกสารที่ยื่นต่อศาลล้มละลายสหรัฐในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ระบุว่า "Saks Fifth Avenue" ซึ่งเป็นบริษัทในเครือและถือเป็นห้างไอคอนิกของกลุ่ม Saks มีสินทรัพย์และหนี้สินอยู่ในช่วงประมาณ 1,000 ล้าน - 10,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 31,500 - 315,000 ล้านบาท)
นอกจากนี้ยังะบว่า เจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันจำนวนมากเป็นกลุ่ม "แบรนด์หรู" โดย "Chanel" เป็นเจ้าหนี้อยู่ราว 136 ล้านดอลลาร์ ส่วน "Kering" เจ้าของแบรนด์ Gucci มีมูลหนี้ราว 60 ล้านดอลลาร์ และ "LVMH" กลุ่มลักชัวรีรายใหญ่ที่สุดของโลกเป็นเจ้าหนี้ 26 ล้านดอลลาร์ รวมแล้ว Saks Global ประเมินว่ามีเจ้าหนี้ระหว่าง 10,001–25,000 ราย
Saks นับเป็นห้างระดับลักชัวรีอายุกว่า 150 ปี ที่ได้รับความนิยมจากคนดังและชนชั้นสูงมายาวนาน ตั้งแต่ยุคแกรี คูเปอร์ จนถึงเกรซ เคลลี ดำเนินธุรกิจห้างหรูทั้ง Saks Fifth Avenue รวมถึง Bergdorf Goodman และ Neiman Marcus การยื่นล้มละลายครั้งนี้ได้สร้างความไม่แน่นอนต่ออนาคตของ "ธุรกิจแฟชั่นหรู" ในสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยอดขายสินค้าลักชัวรีทั่วโลกชะลอตัวลง
ห้างหรูแห่งนี้เผชิญความยากลำบากมากขึ้นหลังยุคโควิด จากการแข่งขันของแพลตฟอร์มออนไลน์ที่รุนแรงขึ้น และการที่แบรนด์หรูหันไปขายสินค้าผ่านร้านของตนเองมากขึ้น แต่ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทประกาศดีลควบรวมกิขการกับ "Neiman Marcus" เมื่อปี 2024 ซึ่งเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ราคาหุ้นกู้กลับร่วงลงสู่ระดับที่สะท้อนถึงภาวะการเงินที่ตึงตัวอย่างรุนแรง และภายในสิ้นปี 2025 บริษัทได้ผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้รวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวสองรายที่ใกล้ชิดกับการเจรจาเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า Saks Global ใกล้จะได้ข้อสรุปแพ็กเกจเงินกู้ 1.75 พันล้านดอลลาร์ (ราว 5.5 หมื่นล้านบาท) กับเจ้าหนี้ ซึ่งจะช่วยให้ห้างยังสามารถเปิดดำเนินการต่อไปได้ โดยแหล่งเงินทุนดังกล่าวรวมถึงเงินสดฉุกเฉิน 1,000 ล้านดอลลาร์จากกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย Pentwater Capital Management ในเมืองเนเปิลส์ รัฐฟลอริดา และ Bracebridge Capital ในบอสตัน ภายใต้กระบวนการ Debtor in Possession (DIP) หรือการให้เงินทุนแก่บริษัทที่ยื่นขอปรับโครงสร้างหนี้ในกระบวนการล้มละลาย เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
นอกจากนี้ บริษัทยังจะสามารถเข้าถึงเงินกู้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันอีก 250 ล้านดอลลาร์จากกลุ่มธนาคาร และมีวงเงินเพิ่มเติมอีก 500 ล้านดอลลาร์จากกลุ่มนักลงทุนเดิม หากออกจากกระบวนการล้มละลายได้สำเร็จ
ย้อนกลับไปในปี 2024 บริษัทแม่อย่าง Hudson’s Bay เลือก "เดิมพันครั้งใหญ่" กับการขยายขนาดห้างสรรพสินค้าลักชัวรีไฮเอนด์ โดยประกาศดีลควบรวมกับบริษัทคู่แข่งอย่าง "Neiman Marcus" ก่อให้เกิดกลุ่มใหม่ในชื่อ Saks Global โดยดีลมูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์นี้อาศัยเงินกู้ราว 2,000 ล้านดอลลาร์ และเงินลงทุนจากนักลงทุน อาทิ Amazon, Salesforce และ Authentic Brands ซึ่ง Amazon และ Authentic Brands ถูกระบุในเอกสารที่ยื่นต่อศาลว่าเป็นผู้ถือหุ้น