โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SCB EIC ชี้หนี้ครัวเรือนไทยยังขยายตัว เครดิตบูโรสะท้อนปัญหาหนี้ครัวเรือนรุนแรง แนะช่วยเหลือตรงกลุ่ม ครอบคลุม

BTimes

อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 17.45 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 09.55 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายปุณยวัจน์ ศรีสิงห์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) กล่าวในงานสัมมนา "ข้อมูลเครดิต พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 2 ทศวรรษ" ในหัวข้อ "เข้าใจหนี้ครัวเรือนไทย ผ่านมุมมองเครดิตบูโร" ว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยล่าสุด ในช่วงไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 86.8% ของ GDP ลดลง 0.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่รายได้ครัวเรือน ช่วงครึ่งปีแรก (H1/68) มีความเปราะบางมากขึ้น เพราะยังมีความเสี่ยงในเรื่อง income shock จากปัจจัยทั้งภายในและต่างประเทศ

ขณะที่ข้อมูลเครดิตบูโรที่สะท้อนว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนรุนแรงขึ้น จากลูกหนี้ NPL กลุ่มใหญ่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงมาตรการช่วยแก้หนี้ ซึ่งทำให้หนี้ด้อยคุณภาพเร่งตัวเร็ว เพราะมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ไม่สามารถช่วยได้ทันต่อความรุนแรงของปัญหา ส่วน NPL ลูกหนี้รายย่อยมีการกระจุกตัว โดยส่วนใหญ่เป็นมูลหนี้ที่ไม่สูง ไม่มีมีหลักประกัน และขาดโอกาสในการปรับโครงสร้างหนี้

ทั้งนี้ SCB EIC ได้ศึกษาจากฐานข้อมูลของเครดิตบูโร พบว่าความช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้บุคคลที่เป็น NPL ยังไม่ทั่วถึง เพราะมีเพียง 1 ใน 4 ของลูกหนี้ NPL เท่านั้นที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ,ปัญหาหนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มที่จะคลี่คลายได้ช้า สะท้อนจากลูกหนี้บุคคลที่เป็น NPL ไม่สามารถชำระหนี้ได้สม่ำเสมอในช่วง H1/2568 ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 72% โดยส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 25-44 ปี ในขณะที่ลูกหนี้ NPL ที่สามารถปิดบัญชีได้แล้วมีสัดส่วนเพียง 1% เท่านั้น ส่วนการปรับโครงสร้างหนี้ แม้จะช่วยให้ NPL กลับมาชำระหนี้ได้สม่ำเสมอขึ้นในช่วง H1/2568 แต่มีสัดส่วนเพียง 14% เท่านั้น โดยลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้วมีประสิทธิภาพมากสุด คือ กลุ่มลูกหนี้ที่ได้เข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ในปี 2568 ส่วน NPL ที่เคยปรับโครงสร้างหนี้มาก่อนปี 2568 แต่ไม่สำเร็จ และได้โอกาสอีกครั้งในปี 2568 พบว่าสามารถกลับมาชำระหนี้ได้สม่ำเสมอ โดยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

หากมองในมิติประเภทสินเชื่อ จะพบว่าการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) สามารถช่วยลูกหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อการค้า ให้กลับมาจ่ายปกติได้มากที่สุด แต่พบว่ามีประสิทธิผลน้อยในสินเชื่อเช่าซื้อ ส่วนหนึ่งตามเกณฑ์ "คุณสู้ เราช่วย" ปีนี้ นอกจากนี้ ลูกหนี้บุคคล NPL ที่มีหนี้หลายประเภท มีแนวโน้มได้รับการช่วยเหลือผ่านการปรับโครงสร้างหนี้มากกว่าลูกหนี้ที่มีหนี้ประเภทเดียว ซึ่งกลุ่มนี้ เมื่อได้โอกาสแก้หนี้หลายประเภท จะสามารถกลับมาชำระหนี้ปกติได้สม่ำเสมอมากกว่า

ทั้งนี้ จาก SCB EIC Consumer Survey สะท้อนสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันว่าปัญหารายได้โตไม่ทันรายจ่ายกว่าครึ่งของกลุ่มตัวอย่าง โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ต่ำ กลุ่มรายได้ปานกลาง-สูง เริ่มมีปัญหานี้มากขึ้น สะท้อนความเสี่ยงสภาพคล่อง และอาจก่อหนี้เพิ่ม และกลุ่มรายได้ปานหลาง-สูง เริ่มกังวลปัญหาภาระหนี้หนัก สอดคล้องกับข้อมูลรายได้ครัวเรือนไทย ที่หดตัวครั้งแรกในช่วง H1/2568 ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ และอาจส่งกดดันการบริโภคในระยะข้างหน้า รวมทั้ง ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย มีปัญหาเข้าถึงสินเชื่อมากกว่ากลุ่มอื่น และส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือแก้หนี้จากมาตรการภาครัฐ, สถาบันการเงิน สาเหตุสำคัญพราะไม่เข้าเงื่อนไข

SCB EIC ประเมินว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือนไทยที่มีหนี้ จะยังไม่สามารถหลุดพ้นจากปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย ซึ่งได้มีการประเมินระยะเวลาฟื้นตัวของครัวเรือนไทยที่มีหนี้ ภายใน 5 ปีนี้ พบว่า ส่วนใหญ่ 32% คาดว่าจะยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ภายใน 5 ปี รองลงมา 27% คาดว่าจะฟื้นตัวได้ใน 1-3 ปี ส่วนอีก 20% คาดว่าจะฟื้นตัวได้ใน 1 ปี อีก 17% คาดว่าจะฟื้นตัวได้ใน 3-5 ปี และอีก 14% ที่บอกว่าฟื้นตัวได้แล้ว

ส่วนการออกแบบนโยบายแก้หนี้ในปัจจุบันนั้น มองว่า ความช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้บุคคลที่เป็น NPL ยังไม่ทั่วถึง, NPL ที่ปรับโครงสร้างหนี้และสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ปกติอย่างสม่ำเสมอ มีเพียง 15% ของ Total NPL ที่ได้ปรับโครงสร้างหนี้ และการช่วยเหลือส่วนใหญ่จะลงไปที่กลุ่มลูกหนี้เกษตรกร แต่กลุ่มอื่นลูกหนี้ non-bank ยังน้อย และผลสำเร็จต่ำ โดยยังมีลูกหนี้ Potential ที่จะกลับมาคืนหนี้ได้ปกติ หากได้รับความช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มเติม

ดังนั้น แนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ทุกกลุ่มแบบครบวงจร จึงควรปรับให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม และสร้างแรงจูงใจให้มีการปรับพฤติกรรม ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนให้สำเร็จอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...