โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เซินเจิ้นร่วมขับเคลื่อนการค้าจีน-ไทย นำเข้าสินค้าเกษตรพรีเมียม ส่งออก EV-อุปกรณ์อัจฉริยะ

Xinhua

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 22.24 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 15.24 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบมะพร้าวสดนำเข้าจากไทยที่ท่าเรือเสอโข่วในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 13 พ.ย. 2025)
(แฟ้มภาพซินหัว : โรงงานผลิตยานยนต์ของบีวายดีในจังหวัดระยอง วันที่ 4 ก.ค. 2024)

เซินเจิ้น, 17 พ.ย. (ซินหัว) — เมื่อไม่นานนี้ มะพร้าวน้ำหอมสดจากไทยถูกขนส่งถึงท่าเรือเสอโข่วในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน และทีมเจ้าหน้าที่ศุลกากรดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้นอย่างว่องไว ทำให้ผลไม้ไทยได้ปรากฏบนชั้นจำหน่ายสินค้าของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในเขตเศรษฐกิจอ่าวกว่างตง-ฮ่องกง-มาเก๊าอย่างรวดเร็วทันใจ ขณะเดียวกันแขนกลหุ่นยนต์ที่โรงงานประกอบขั้นสุดท้ายของบีวายดี (BYD) ในเขตผิงซานทำงานประกอบยานยนต์พลังงานใหม่อย่างแข็งขันเพื่อส่งออกสู่กรุงเทพมหานคร

การนำเข้าและส่งออกที่เกิดขึ้นพร้อมกันเหล่านี้ช่วยฉายภาพความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างเซินเจิ้นกับไทยที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นในปี 2025 โดยข้อมูลสถิติจากศุลกากรเซินเจิ้นระบุว่าการนำเข้าและส่งออกระหว่างเซินเจิ้นกับไทยในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคมของปี 2025 สูงถึง 9.28 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.24 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 เมื่อเทียบปีต่อปี และครองอันดับหนึ่งบนแผ่นดินใหญ่ของจีนทั้งด้านการนำเข้าและส่งออก

หลิวเฟิง ผู้จัดการฝ่ายศุลกากรของบีวายดี เปิดเผยว่าปริมาณการส่งออกยานยนต์พลังงานใหม่ของบีวายดีสู่ไทยตั้งแต่ต้นปี 2025 สูงถึง 11,000 คัน เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งปัจจัยเกื้อหนุนการเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน กอปรกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งส่งมอบผลประโยชน์เชิงนโยบายร่วมกัน

ศุลกากรเซินเจิ้นได้ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแก่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) และชิ้นส่วนยานยนต์ที่บีวายดีส่งออกสู่ไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้มากกว่า 700 ฉบับ คิดเป็นมูลค่า 690 ล้านหยวน (ราว 3.15 พันล้านบาท) ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางภาษีศุลกากรของบริษัทผู้ประกอบการกว่า 30 ล้านหยวน (ราว 137 ล้านบาท)

ขณะเดียวกันมูลค่าการส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าจากเซินเจิ้นสู่ไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้รวมอยู่ที่ 1.28 พันล้านหยวน (ราว 5.85 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 99.1 เมื่อเทียบปีต่อปี สะท้อนศักยภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์จีนระดับไฮเอนด์ในกระแสการเปลี่ยนผ่านสีเขียวอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั่วโลก

จุดเด่นของการส่งออกจากเซินเจิ้นสู่ไทยไม่ได้อยู่ที่ยานยนต์พลังงานใหม่อย่างเดียว แต่ยังมีสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น ก้านควบคุมโทรศัพท์มือถือประสิทธิภาพสูงของบริษัท เล่อฉาง เทคโนโลยี จำกัด ที่มียอดส่งออกสู่ไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเป็นอานิสงส์จากกระแสนิยมผลิตคลิปวิดีโอสั้นที่พุ่งสูงในไทย

อนึ่ง วงจร “อุปสงค์ขับเคลื่อน+อุปทานตอบรับ” ลักษณะนี้เป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ของการเชื่อมโยงการผลิตอัจฉริยะของเซินเจิ้นกับบรรดาตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข้อมูลสถิติระบุว่าช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ เซินเจิ้นส่งออกอุปกรณ์ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ 4.13 พันล้านหยวน (ราว 1.89 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.3 และส่งออกชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า 2.45 พันล้านหยวน (ราว 1.12 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 63.1 โดยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีขั้นสูงและที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกำลังกลายเป็นกำลังหลักของการส่งออกสู่ไทย

สำหรับการนำเข้าของเซินเจิ้น มีสินค้าเกษตรคุณภาพสูงจากไทยทยอยเข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น เฉกเช่นมะพร้าวน้ำหอมสดใหม่ที่บริษัท การนำเข้าและส่งออกโอวเหิง จำกัด นำเข้าจากไทยโดยผ่านพิธีการศุลกากรที่สะดวกรวดเร็วของเซินเจิ้น ซึ่งเอื้อให้การนำเข้าในปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบปีต่อปี

ด้านบริษัท เทคโนโลยีอุตสาหกรรมผลไม้จอย วิง เมา จำกัด (Joy Wing Mau) ได้รับประโยชน์จากพิธีการศุลกากรที่สะดวกรวดเร็วของเซินเจิ้นเช่นกัน ทำให้ทุเรียนสดที่นำเข้าจากไทยถูกกระจายสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ทั่วจีนภายในวันเดียว และปริมาณการนำเข้าผลไม้จากไทยตั้งแต่เดือนสิงหาคมได้เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 15 เมื่อเทียบปีต่อปี

รายงานระบุว่าโครงการผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ (AEO) ซึ่งจีนและไทยบังคับใช้ร่วมกันตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2025 เพื่อรับรองผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ ได้ส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างสองประเทศ เนื่องจากมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วม ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันการค้าระหว่างเซินเจิ้นกับไทยได้ก้าวหน้าสู่การบูรณาการห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเซินเจิ้นที่อาศัยนวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นแกนหลักได้ส่งออกยานยนต์พลังงานใหม่และอุปกรณ์อัจฉริยะ ส่วนไทยที่มีทรัพยากรการเกษตรอุดมสมบูรณ์และตลาดผู้บริโภคที่ขยายตัวรวดเร็วกลายเป็นจุดหมายสำคัญของสินค้าจีนที่มีคุณภาพสูง ซึ่งโมเดลที่เกื้อกูลและส่งมอบผลประโยชน์แก่ทุกฝ่ายนี้ไม่เพียงเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการค้าทวิภาคี แต่ยังเพิ่มพูนพลังสดใหม่สู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...