ทภ.1 แจงคืบหน้า วางตู้คอนเทนเนอร์ 3 พื้นที่ ชายแดนสระแก้ว เขตอธิปไตยไทย
เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 5 ม.ค.2569 กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงความคืบหน้าการปฏิบัติ ภายหลังการลงนามในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป กัมพูชา-ไทย (GBC) เมื่อ 27 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา
โดย กกล.บูรพา ได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงฯ อย่างเคร่งครัด ปัจจุบันดำเนินการจัดระเบียบทั้ง 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา , พื้นที่บ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มีรายละเอียดดังนี้
- การสร้างพื้นที่ให้ปลอดภัย โดยกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ร่วมกับ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 และชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด กองพันสรรพวุธกระสุนที่ 21 บชร.1 (ทลร.พัน.สพ. กระสุน.21) ได้ดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิด สร้างพื้นที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อย และอนุญาตให้ประชาชนทั้ง 4 หมู่บ้าน สามารถกลับเข้าที่พักอาศัยได้
- การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่มีการรุกล้ำมายังอธิปไตยไทย โดยชุดทหารช่าง ได้ปรับพื้นที่ ทั้ง 3 พื้นที่เรียบร้อยแล้ว
- การวางตู้คอนเทนเนอร์ริมแนวชายแดน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชนและมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ในพื้นที่ บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของบ้านคลองแผง อยู่ระหว่างเตรียมลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อเข้ามาวางริมแนวชายแดนตามแผน
- การทำที่มั่นและเสริมสร้างความแข็งแรงของที่มั่น ทั้ง 3 พื้นที่ ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย เพื่อจัดเตรียมพื้นที่และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ตลอดจนเพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้ประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตได้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว, ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, ทหารพราน, ตำรวจตระเวนชายแดน, ส่วนราชการท้องถิ่น, ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ตลอดจนประชาชนพื้นที่ชายแดนที่เข้าใจสถานการณ์และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากนี้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาสำรวจและเร่งให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูสภาพบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ที่ผ่านมา
กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันการดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ และการสร้างสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นไปตามการปฏิบัติในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement และยืนยันดำเนินการในพื้นที่อธิปไตยของไทย เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ