โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัสเซียโวย ยูเครนส่งโดรน 91 ลำถล่มบ้าน ปูติน “เซเลนสกี” ซัดกลับ โกหกทั้งเพ

Thaiger

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Thaiger ข่าวไทย

“ทรัมป์” ฉะยูเครนยับ หลังรัสเซียฟ้องถูกโดรน 91 ลำถล่มบ้านพัก “ปูติน” ด้าน “เซเลนสกี” ซัดกลับทันควัน เป็นเรื่องโกหกหวังทำลายสันติภาพ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกโรงตำหนิยูเครนต่อสาธารณชนอย่างรุนแรงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากทางการรัสเซียออกมากล่าวอ้างว่า รัฐบาลเคียฟได้ส่งฝูงโดรนพิสัยไกลจำนวนกว่า 91 ลำ เข้าโจมตีบ้านพักของ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในแคว้นนอฟโกรอดแม้ว่าประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน จะออกมาปฏิเสธเสียงแข็งว่าเป็นเพียง “คำโกหกตามแบบฉบับรัสเซีย” ก็ตาม

ก่อนหน้าการประชุมทวิภาคีร่วมกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่รีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ในตอนแรกเขาระบุว่า “ยังไม่ทราบแน่ชัด” เกี่ยวกับรายงานการโจมตีบ้านพักของผู้นำรัสเซีย แต่ได้เสริมว่า “ถ้าเกิดขึ้นจริง มันคงจะเป็นเรื่องที่แย่มาก และไม่ใช่เรื่องดีเลย”

ต่อมา ทรัมป์ยืนยันว่าเขาได้รับทราบข้อมูลการโจมตีโดยตรงจากการพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีปูติน ซึ่งโฆษกทำเนียบขาว คาโรไลน์ เลวิตต์ ระบุว่าเป็นบทสนทนาที่เป็นบวก

ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างมากกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม… การเป็นฝ่ายรุกในสนามรบก็เรื่องหนึ่ง แต่การบุกโจมตีบ้านพักของเขา (ปูติน) เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมโกรธมากเกี่ยวกับเรื่องนี้”

ทางด้าน นายเซอร์เก ลาวรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย อ้างกับผู้สื่อข่าวว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดโดรนทั้ง 91 ลำร่วงลงได้ทั้งหมด ไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บในทันที อย่างไรก็ตาม ลาวรอฟระบุว่าจากการโจมตีข้ามคืนนี้ ทำให้รัสเซียจำเป็นต้องทบทวนจุดยืนในการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาเกือบ 4 ปี แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าทางเครมลินจะล้มเลิกการเจรจาแต่อย่างใด

ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดีย กล่าวหาว่ามอสโกกำลังปูทางเพื่อหาความชอบธรรมในการระดมโจมตียูเครนระลอกใหม่ ภายหลังจากที่เขาเพิ่งได้พบกับทรัมป์ที่มาร์-อา-ลาโกเมื่อวันอาทิตย์

“รัสเซียเอาอีกแล้ว การใช้คำแถลงที่อันตรายเพื่อบ่อนทำลายความสำเร็จทั้งหมดจากความพยายามทางการทูตร่วมกันของเรากับทีมงานของประธานาธิบดีทรัมป์… เรื่องราว ‘การโจมตีบ้านพัก’ ที่ถูกกล่าวอ้างนี้ เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นทั้งเพ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการโจมตียูเครนเพิ่มเติม รวมถึงกรุงเคียฟ และเพื่อกลบเกลื่อนการที่รัสเซียปฏิเสธจะดำเนินขั้นตอนที่จำเป็นในการยุติสงคราม นี่คือคำโกหกตามแบบฉบับรัสเซีย” เซเลนสกีระบุ

ผู้นำยูเครนยังยืนกรานว่า “ยูเครนไม่ได้ทำอะไรที่จะขัดขวางวิถีทางการทูต ตรงกันข้าม รัสเซียต่างหากที่มักใช้วิธีการเช่นนี้เสมอ นี่คือหนึ่งในข้อแตกต่างมากมายระหว่างเรา… เป็นเรื่องสำคัญที่โลกต้องไม่เงียบเฉยในตอนนี้ เรายอมให้รัสเซียทำลายการทำงานเพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนไม่ได้”

เปิดปูมหลัง บ้านพักลับของปูติน

สำหรับสถานที่เกิดเหตุตามคำกล่าวอ้าง แคว้นนอฟโกรอด (Novgorod) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงมอสโกและนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าขณะเกิดเหตุโดรนโจมตีนั้น ประธานาธิบดีปูตินพำนักอยู่ที่บ้านพักแห่งนี้หรือไม่

ประเด็นเรื่องจำนวนและที่ตั้งของบ้านพักอย่างเป็นทางการของปูตินนั้น ถือเป็นความลับที่ได้รับการปกปิดอย่างแน่นหนามาโดยตลอด ย้อนกลับไปในปี 2012 กลุ่มผู้ต่อต้านผู้นำรัสเซียเคยตีพิมพ์รายงานฉบับหนึ่งที่แฉว่า ปูตินครอบครองวังและวิลล่าส่วนตัวมากถึง 20 แห่ง โดยเกือบครึ่งหนึ่งถูกสร้างขึ้นหลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งในปี 2000

สิ่งที่น่าสลดใจคือ หนึ่งในผู้เขียนร่วมของรายงานฉบับดังกล่าว คือ นายบอริส เนมตอฟ (Boris Nemtsov) อดีตรองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ได้ถูกลอบสังหารในกรุงมอสโกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2015 แม้ว่าต่อมาในปี 2017 ศาลจะตัดสินว่าชายชาวเชเชน 5 คนมีความผิดฐานรับจ้างฆ่า แต่จนถึงปัจจุบัน ตัวตนและที่อยู่ของผู้จ้างวานที่แท้จริงก็ยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยแต่อย่างใด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...