“เผาพระบุพโพ” ขั้นตอนหนึ่งในพระราชพิธีพระศพแต่โบราณ ทำกันอย่างไร?
การเผาพระบุพโพ ส่วนหนึ่งในพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพของเจ้านายแต่โบราณ กระทำกันอย่างไร?
เนื่องจากสมัยก่อนพระบรมศพและพระศพเจ้านายจะต้องบรรจุอยู่ในพระบรมโกศหรือพระโกศ ไม่ใช่หีบศพสมัยใหม่ที่ช่วยรักษาสภาพศพได้อย่างในปัจจุบัน จึงต้องมีวิธีจัดการกับ“พระบุพโพ” หรือน้ำเหลือง ซึ่งเป็นของเสียที่ไหลออกจากศพ แล้วแยกออกมาเผาต่างหาก
ขั้นตอนการ“สุกำศพ” หรือแต่งพระบรมศพ เครื่องสุกำ (เครื่องทรง) ทั้งหลายตลอดจนการห่อผ้าขาวจำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็เพื่อซับพระบุพโพไว้นั่นเอง
นอกจากนี้ การประดิษฐานพระโกศยังมีการทำ “ทาง” สำหรับให้พระบุพโพไหลออกมาได้สะดวกและรวมไว้ที่แห่งเดียว ตามที่ “จดหมายเหตุรัชกาลที่ ๓”กล่าวถึงการประดิษฐานพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ไว้ว่า
“ชาวที่เชิญพระเสลี่ยงแว่นฟ้าเข้าไปรับพระบรมโกศเชิญเสด็จขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมุขฝ่ายปราจีนทิศ แล้วเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานเหนือพระแท่นแว่นฟ้า ๓ ชั้นที่พนักงานสี่ตำรวจแต่งไว้…
ให้พนักงานช่างทหารในเจาะพื้นพระมหาปราสาท สนมพลเรือนเอาใบบัวดีบุกรองใต้พื้นพระบรมโกศ เอาไม้ไผ่ทะลวงข้อทำท่อหยั่งลงไปใต้พื้นพระมหาปราสาทถึงถ้ำที่รองพระบุพโพ”
เป็นหลักฐานว่า ด้านใต้พระบรมโกศจะมีช่องและท่อสำหรับนำพระบุพโพให้ไหลออกสู่ภาชนะข้างล่างที่เรียกว่า “ถ้ำ”
สำหรับการจัดการกับพระบุพโพ จะกระทำหลังพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและการสร้างพระเมรุแล้วเสร็จ เมื่อเตรียมพระเมรุพร้อมให้พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถวายเพลิงพระศพแล้ว ก่อนการถวายเพลิงพระสรีระ จะเริ่มต้นด้วยการเผาพระบุพโพ
ลำดับแรก เจ้าพนักงานจะเปลื้องเครื่องสุกำศพ นำสิ่งปฏิกูลภายในพระโกศ เช่น กระดาษฟาง หมอนหนุน ไปเผาพร้อมกับพระบุพโพ โดยจะมีการสดับปกรณ์ หรือการสวดอภิธรรม 7 คัมภีร์ก่อน ส่วนสถานที่เผาจะอยู่ตามวัดต่าง ๆ เป็นคนละส่วนกับการออกพระเมรุที่ท้องสนามหลวง หากมีการตั้งพระศพเจ้านายพร้อมกันหลายพระองค์ก็จะนำพระบุพโพไปเผาพร้อมกัน
ข้อมูลพิธีกรรมบางส่วนยังปรากฏอยู่ใน “ราชกิจจานุเบกษารัชกาลที่ ๕”ให้รายละเอียดขั้นตอนและเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ดังนี้
“วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศก ๑๐๘ เจ้าพนักงานเตรียมการที่จะได้แห่พระบุพโพพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ แต่วังพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ ไปเข้าปรำผ้าขาววัดสเกษครั้นเวลาบ่าย ๔ โมงเศษได้เชิญถ้ำพระบุพโพขึ้นราชยานกง แห่ไปโดยกระบวน มีธงชาย ธงมังกร ธงตขาบ พิณพาทย์ไทย คู่แห่กลองชนะจ่าปี่จ่ากลอง แตรสังข์เครื่องสูงแลมีคู่เคียงอินทร์พรหมแวดล้อมราชยานกงทรงถ้ำพระบุพโพตามธรรมเนียม
เมื่อถึงวัดสเกษแล้ว เชิญถ้ำพระบุพโพขึ้นบนพลับพลา สดับปกรณ์ของหลวงพระราชทานเพลิง แล้วพระราชทานเพลิงตามธรรมเนียมเสร็จแล้ว เจ้าพนักงานเชิญพระอังคาร พระบุพโพลงบรรจุในลุ้งแล้ว เชิญขึ้นราชยานกง แห่ไปพักไว้บนภูเขาทองวัดสเกษเปนเสร็จการ”
ภายหลังวิทยาการด้านการแพทย์ก้าวหน้า ประกอบกับการเปลี่ยนวิธีบรรจุพระบรมศพและพระศพมาไว้ในหีบพระศพแทน พระโกศจึงเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ไม่ได้ใช้บรรจุพระบรมศพหรือพระศพจริง ๆ ไม่ต้องเตรียมถ้ำพระบุพโพและเผาตามธรรมเนียมเดิมแล้ว
อ่านเพิ่มเติม :
- ตำนานพระโกศทองใหญ่ 3 รัชกาล
- การแต่งพระบรมศพ “รัชกาลที่ 2” มีเครื่องทรงใดบ้าง?
- อัญเชิญพระบรมอัฐิ ร.7 จากลอนดอนกลับสยาม แรกบรรจุใน “หีบ” ก่อนใช้พระโกศให้สมพระเกียรติ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
นนทพร อยู่มั่งมี. พระโกศ, สุกำศพ และเผาพระบุพโพ : พระราชพิธีพระบรมศพและพระศพเจ้านายสมัยกรุงรัตนโกสินทร์.นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 ธันวาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เผาพระบุพโพ” ขั้นตอนหนึ่งในพระราชพิธีพระศพแต่โบราณ ทำกันอย่างไร?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com