โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เผาพระบุพโพ” ขั้นตอนหนึ่งในพระราชพิธีพระศพแต่โบราณ ทำกันอย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 06.41 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - พระโกศทรงพระบรมศพสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ประดิษฐานบนเบญจาแว่นฟ้าทองคำ ณ พระเมรุพิมาน (พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส) ภายใต้พระเศวตฉัตร 7 ชั้น (22 มกราคม 2443) (ภาพจาก : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

การเผาพระบุพโพ ส่วนหนึ่งในพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพของเจ้านายแต่โบราณ กระทำกันอย่างไร?

เนื่องจากสมัยก่อนพระบรมศพและพระศพเจ้านายจะต้องบรรจุอยู่ในพระบรมโกศหรือพระโกศ ไม่ใช่หีบศพสมัยใหม่ที่ช่วยรักษาสภาพศพได้อย่างในปัจจุบัน จึงต้องมีวิธีจัดการกับ“พระบุพโพ” หรือน้ำเหลือง ซึ่งเป็นของเสียที่ไหลออกจากศพ แล้วแยกออกมาเผาต่างหาก

ขั้นตอนการ“สุกำศพ” หรือแต่งพระบรมศพ เครื่องสุกำ (เครื่องทรง) ทั้งหลายตลอดจนการห่อผ้าขาวจำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็เพื่อซับพระบุพโพไว้นั่นเอง

นอกจากนี้ การประดิษฐานพระโกศยังมีการทำ “ทาง” สำหรับให้พระบุพโพไหลออกมาได้สะดวกและรวมไว้ที่แห่งเดียว ตามที่ “จดหมายเหตุรัชกาลที่ ๓”กล่าวถึงการประดิษฐานพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ไว้ว่า

“ชาวที่เชิญพระเสลี่ยงแว่นฟ้าเข้าไปรับพระบรมโกศเชิญเสด็จขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมุขฝ่ายปราจีนทิศ แล้วเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานเหนือพระแท่นแว่นฟ้า ๓ ชั้นที่พนักงานสี่ตำรวจแต่งไว้…

ให้พนักงานช่างทหารในเจาะพื้นพระมหาปราสาท สนมพลเรือนเอาใบบัวดีบุกรองใต้พื้นพระบรมโกศ เอาไม้ไผ่ทะลวงข้อทำท่อหยั่งลงไปใต้พื้นพระมหาปราสาทถึงถ้ำที่รองพระบุพโพ”

เป็นหลักฐานว่า ด้านใต้พระบรมโกศจะมีช่องและท่อสำหรับนำพระบุพโพให้ไหลออกสู่ภาชนะข้างล่างที่เรียกว่า “ถ้ำ”

สำหรับการจัดการกับพระบุพโพ จะกระทำหลังพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและการสร้างพระเมรุแล้วเสร็จ เมื่อเตรียมพระเมรุพร้อมให้พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถวายเพลิงพระศพแล้ว ก่อนการถวายเพลิงพระสรีระ จะเริ่มต้นด้วยการเผาพระบุพโพ

ลำดับแรก เจ้าพนักงานจะเปลื้องเครื่องสุกำศพ นำสิ่งปฏิกูลภายในพระโกศ เช่น กระดาษฟาง หมอนหนุน ไปเผาพร้อมกับพระบุพโพ โดยจะมีการสดับปกรณ์ หรือการสวดอภิธรรม 7 คัมภีร์ก่อน ส่วนสถานที่เผาจะอยู่ตามวัดต่าง ๆ เป็นคนละส่วนกับการออกพระเมรุที่ท้องสนามหลวง หากมีการตั้งพระศพเจ้านายพร้อมกันหลายพระองค์ก็จะนำพระบุพโพไปเผาพร้อมกัน

ข้อมูลพิธีกรรมบางส่วนยังปรากฏอยู่ใน “ราชกิจจานุเบกษารัชกาลที่ ๕”ให้รายละเอียดขั้นตอนและเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ดังนี้

“วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศก ๑๐๘ เจ้าพนักงานเตรียมการที่จะได้แห่พระบุพโพพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ แต่วังพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ ไปเข้าปรำผ้าขาววัดสเกษครั้นเวลาบ่าย ๔ โมงเศษได้เชิญถ้ำพระบุพโพขึ้นราชยานกง แห่ไปโดยกระบวน มีธงชาย ธงมังกร ธงตขาบ พิณพาทย์ไทย คู่แห่กลองชนะจ่าปี่จ่ากลอง แตรสังข์เครื่องสูงแลมีคู่เคียงอินทร์พรหมแวดล้อมราชยานกงทรงถ้ำพระบุพโพตามธรรมเนียม

เมื่อถึงวัดสเกษแล้ว เชิญถ้ำพระบุพโพขึ้นบนพลับพลา สดับปกรณ์ของหลวงพระราชทานเพลิง แล้วพระราชทานเพลิงตามธรรมเนียมเสร็จแล้ว เจ้าพนักงานเชิญพระอังคาร พระบุพโพลงบรรจุในลุ้งแล้ว เชิญขึ้นราชยานกง แห่ไปพักไว้บนภูเขาทองวัดสเกษเปนเสร็จการ”

ภายหลังวิทยาการด้านการแพทย์ก้าวหน้า ประกอบกับการเปลี่ยนวิธีบรรจุพระบรมศพและพระศพมาไว้ในหีบพระศพแทน พระโกศจึงเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ไม่ได้ใช้บรรจุพระบรมศพหรือพระศพจริง ๆ ไม่ต้องเตรียมถ้ำพระบุพโพและเผาตามธรรมเนียมเดิมแล้ว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

นนทพร อยู่มั่งมี. พระโกศ, สุกำศพ และเผาพระบุพโพ : พระราชพิธีพระบรมศพและพระศพเจ้านายสมัยกรุงรัตนโกสินทร์.นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 ธันวาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เผาพระบุพโพ” ขั้นตอนหนึ่งในพระราชพิธีพระศพแต่โบราณ ทำกันอย่างไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...