โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทีมทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นประธานวุฒิสภา ร้องตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ชี้ ปปป.-ป.ป.ช. สอบคดีสินบนทองคำขัดรัฐธรรมนูญ

THE STANDARD

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ทีมทนาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นประธานวุฒิสภา ร้องตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ชี้ ปปป.-ป.ป.ช. สอบคดีสินบนทองคำขัดรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (9 มกราคม) ที่อาคารรัฐสภา สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการทำคดีที่เกี่ยวข้องกับสินบนทองคำ โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานวุฒิสภา เป็นตัวแทนรับมอบ

สัญญาภัชระ แถลงรายละเอียดโดยใช้เวลากว่า 40 นาที ระบุว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้เป็นการขอความเป็นธรรมให้รัฐสภาส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 236 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 หมวด 4

ฝ่ายทนายความโต้แย้งว่า เนื่องจากคดีดังกล่าวมีข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงถึงตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ซึ่งรวมถึงกรรมการ ป.ป.ช. และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมายแล้ว ป.ป.ช. ไม่สามารถตรวจสอบพิจารณาความผิดของตนเองได้ การที่พนักงานสอบสวนของตำรวจดำเนินการสอบสวนเชิงลึกและส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. จึงเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายบัญญัติไว้

สัญญาภัชระ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นการติดกระดุมเม็ดแรกผิด เมื่อจุดเริ่มต้นไม่ถูกต้อง พยานหลักฐานที่ได้มาจึงเข้าข่ายหลักต้นไม้พิษ (Poisonous Tree Doctrine) ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการยุติธรรมได้ตามรัฐธรรมนูญ

สัญญาภัชระ อธิบายเพิ่มเติมว่า พ.ร.ป. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 45 และ 49-56 ระบุชัดเจนว่า หากมีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. กระทำความผิดร่วมกับบุคคลอื่น ต้องดำเนินคดีไปพร้อมกันในกระบวนการเดียวกันผ่านคณะผู้ไต่สวนอิสระที่แต่งตั้งโดยประธานศาลฎีกาเท่านั้น เพื่อรับประกันความเป็นกลาง ไม่สามารถแยกสำนวนหรือให้พนักงานสอบสวนปกติทำหน้าที่แทนได้

ส่วนประเด็นที่สังคมกังวลว่าการกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่จะทำให้คดีล่าช้านั้น ทนายความยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความสมัครใจ แต่เป็นความจำเป็นทางข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม

ในช่วงท้าย ทนายความได้ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง โดยยืนยันว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงอยู่ในประเทศไทยและสามารถติดต่อได้ตามปกติ ไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศตามกระแสข่าวลือแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เลือกที่จะยังไม่ออกมาชี้แจงผ่านสื่อในช่วงนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการชี้นำสังคมหรือการตอบโต้ที่อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี โดยยืนยันที่จะต่อสู้และให้ความร่วมมือตามกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกต้องในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นในชั้นพนักงานสอบสวน, ป.ป.ช., รัฐสภา หรือชั้นศาลในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...