โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลอยกระทงทั้งที ขอแบบที่ Eco-Friendly ด้วย เมื่อการรักษาวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องทำร้ายโลก แต่ควรปรับตัวเพื่อให้เราอยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุล

a day magazine

อัพเดต 04 พ.ย. 2568 เวลา 12.13 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2568 เวลา 06.00 น. • a day magazine

ลมหนาวที่พัดมากระทบผิวเป็นสัญญาณให้ทุกคนรับรู้ว่าอีกไม่นานเราก็จะเข้าสู่ช่วงปลายปี หนึ่งในเทศกาลอันเป็นไฮไลต์ของคนไทยที่พลาดไม่ได้คงเป็นวันลอยกระทง งานที่คนหนุ่มสาว และครอบครัวจะได้ใช้เวลาเพื่อสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกัน

แม้ว่าลอยกระทงจะเป็นเทศกาลที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาดีๆ อย่างบรรยากาศริมน้ำ คืนวันเพ็ญ และแสงไฟยามค่ำคืน ที่ขับเน้นให้ปลายปีรู้สึกอบอุ่น แต่ถึงอย่างนั้นการลอยกระทง ก็ยังคงเป็นเทศกาลที่หลายคนตั้งคำถามทุกครั้งที่เวียนมาถึง ว่าประเพณียังจำเป็นอยู่ไหม ในเมื่อเทศกาลที่ควรให้เราขอบคุณและขอขมาแม่น้ำกลายเป็นงานที่สร้างขยะต่อแหล่งน้ำมากที่สุด

เพื่อให้ประเพณียังคงอยู่ต่อไป หลายคนจึงพยายามค้นหาวิธีใหม่ๆ ให้เราลอยกระทงได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าเรากำลังทำร้ายธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเพณีนี้เชื่อมโยงกับชุมชนไทยอย่างเหนียวแน่น

ในวันที่การยกเลิกสำคัญเท่าการตระหนักถึงคุณค่าของแม่น้ำ เราเลยอยากชวนมาสำรวจวิธีการลอยกระทง ที่ช่วยให้ประเพณีนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกัน

สิ่งที่ซ่อนอยู่ในวันลอยกระทง

หากไม่ได้ยุ่งจนไม่มีเวลา หรือละแวกบ้านมีเหล่าวัตถุดิบสำหรับใช้ทำกระทง หลายคนก็อาจเลือกลงมือประดิษฐ์กระทงด้วยตัวเอง จนได้กระทงใบน้อย สีเขียวสดใสจากใบตอง แซมด้วยดอกไม้หลากสีสัน ปิดท้ายด้วยการปักเทียนและธูป ก่อนจูงมือลูกหลานพากันไปขอขมาพระแม่คงคาริมฝั่งแม่น้ำที่คราคร่ำด้วยผู้คน

ทั้งบรรยากาศยามค่ำคืน และการตระเตรียมกระทงก่อนถึงริมน้ำ สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นส่วนผสมที่ทำให้ประเพณีลอยกระทง ไม่ใช่แค่การปล่อยหยวกกล้วยที่ประดับประดาอย่างสวยงามลอยไปตามน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นประเพณีที่ซ่อนเรื่องราวทางวัฒนธรรมของชาวไทยไว้ในนั้นด้วย

เพราะเทศกาลนี้นอกจากเราจะได้แสดงความขอบคุณต่อแม่น้ำแล้ว งานนี้ยังเป็นเหมือนตัวกลางที่เชื่อมผู้คนไว้ด้วยกัน ทั้งพื้นที่ให้เด็กๆ หรือคนหนุ่มสาวออกมาเที่ยวเล่น ร้านค้าที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชน หรือแม้แต่การสืบสานประเพณีท้องถิ่นที่ต่างไปแต่ละพื้นที่ให้ยังคงอยู่ต่อไป อย่าง ‘ยี่เป็ง’ ในเชียงใหม่ ‘เผาเทียนเล่นไฟ’ ของสุโขทัย หรือ ‘สีฐานเฟสติวัล บุญสมมาบูชานาค’ ที่ขอนแก่น

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งของงานเทศกาลลอยกระทง ก็หลีกหนีความจริงที่ว่าเป็นงานที่ปล่อยขยะลงแม่น้ำไปไม่ได้ เพราะหน้าตากระทงทุกวันนี้ไม่ได้ใช้วัสดุจากธรรมชาติเหมือนในอดีต แต่หลายที่ยังมีการใช้โฟม พลาสติก หรือหมุด จนสร้างมลพิษให้แหล่งน้ำ

ส่วนใครที่คิดว่ากระทงขนมปังดีกว่าเป็นไหนๆ เพราะยังไงก็มีปลาช่วยกำจัดให้แทน แถมยังเหมือนได้แจกบุฟเฟต์ไปในตัว ก็ต้องบอกว่าน่าเสียดายที่มันไม่ได้ช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมได้จริง เพราะขนมปังเหล่านี้มีส่วนทำให้น้ำเน่าเสีย หากเจ้าพวกปลาในแม่น้ำสวาปามให้ไม่ทัน แถมน้ำที่ค่อยๆ สกปรกยังไปทำลายบ้านของเหล่าสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วในแม่น้ำ

ดังนั้นแล้ว แม้ว่าประเพณีนี้จะงดงามแค่ไหน แต่หากมันเป็นตัวการที่ทำให้ธรรมชาติต้องรับภาระเพิ่มขึ้น ก็คงไม่แปลกหากหลายคนจะตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของเทศกาลลอยกระทง

เราเองก็คงไม่สามารถชี้ชัดได้เลยว่าควรเลือกทางไหน แต่อย่างน้อยที่สุด การที่คนส่งเสียงแทนสิ่งแวดล้อม ก็ช่วยทำให้สังคมเกิดการปรับตัวไม่น้อย อย่างการรณค์งดใช้กระทงจากโฟม ลอยดิจิทัล หรือชวนให้ลอยกระทงบ้านละ 1 ชิ้น เพื่อให้ประเพณีนี้ยังคงอยู่กับทุกคน

จนล่าสุดปริมาณขยะจากกระทงก็เริ่มลดลง รายงานจากกรุงเทพมหานคร ในปี 2567 กทม.สามารถจัดเก็บกระทงได้ทั้งสิ้น 514,590 ใบ โดยเป็นกระทงจากวัสดุธรรมชาติ 98% และกระทงที่ทำจากโฟม เหลือราว 1.61% ซึ่งปริมาณนี้ลดลงจากปีก่อน เกือบ 20%

จะเห็นว่าการรักษาวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป มีรายงาน Re|Shaping Policies for Creativity จาก UNESCO สะท้อนให้เห็นว่าศิลปะและวัฒนธรรม ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราตระหนักถึงพฤติกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมของตัวเองเท่านั้น แต่ยังช่วยหาทางออกอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้เราสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลมากขึ้นด้วย

ไม่ต่างไปจากประเพณีวันลอยกระทง ทุกวันนี้เรามักจะวิธีการลอยกระทงได้หลากรูปแบบ แม้จะต่างไปจากภาพที่เราเคยเห็นในวันวาน แต่ก็แสดงให้เห็นว่าการยกเลิกจัดประเพณีนี้อาจไม่ใช่ทางออก

แต่การหาทางอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลอาจเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าก็ได้นะ

ลอยอย่างไรไม่ทำร้ายพระแม่คงคา

แม้บางครั้งประเพณีอาจกลายเป็นสิ่งที่เราต้องทำตามกันจนลืมตั้งคำถาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราปรับให้ดีขึ้นไม่ได้นี่นา ทุกวันนี้มีหลายวิธีที่ช่วยให้เรายังสนุกกับวันลอยกระทงอยู่เหมือนเดิม วันนี้เราเลยรวบรวมวิธีลอยกระทงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาฝากกัน

  • เลือกวัสดุธรรมชาติ: อย่าลืมสังเกตเสมอว่ากระทงที่เรากำลังถืออยู่มีวัสดุที่ย่อยสลายได้ยากอะไรบ้าง เช่น โฟม หมุด หรือดอกไม้พลาสติก เพราะวัสดุเหล่านี้เมื่อหลุดไปในแหล่งน้ำธรรมชาติอาจใช้เวลาถึง 500 - 1,000 ปีเลยทีเดียว แถมยังเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ ที่อาจกิน หรือบาดเจ็บจากวัสดุเหล่านี้ด้วย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดจึงควรหยิบออกตั้งแต่ต้นทาง เพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะในแม่น้ำนะ
  • ลอยในระบบปิด: แน่นอนว่าพูดถึงการลอยกระทง ก็ต้องลอยในแม่น้ำ แต่ไม่ใช่ว่าแม่น้ำทุกสายจะสามารถกำจัดของเสียได้เหมือนกันทั้งหมดนะ ยิ่งเป็นแม่น้ำไหล สายใหญ่ กระแสน้ำรวดเร็ว ก็ยิ่งทำให้จัดเก็บกระทงยากเท่านั้น แถมยังเสี่ยงเล็ดลอดลงสู่ทะเลด้วย ดังนั้น อย่าลืมเลือกลอยในน้ำระบบปิดที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลนะ หรือหากไม่มีแหล่งน้ำปิดใกล้บ้าน การลอยในอ่างที่บ้านนี่แหละสบายใจที่สุด

  • ใช้กระทงทางเลือก: เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็อยู่บนออนไลน์ ไม่เว้นแม้กระทั่งการลอยกระทง ที่ผ่านมาหลายคนก็เลือกวิธีนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะสะดวกแล้ว ยังไม่สร้างขยะให้พระแม่คงคาต้องปวดหัวด้วย นอกจากนี้ปีที่ผ่านมา ก็ยังมีการลอยกระทงวิธีใหม่ๆ อย่าง การลอยกระทงด้วยวิธี Mapping Projection หรือการฉายภาพลงบนพื้นผิวจริง หรือการลอยน้อง ‘วันเพ็ญ’ กระทงรักษ์โลกที่สามารถใช้ซ้ำได้ด้วย

เพียงแค่ปรับอีกนิดหน่อย เทศกาลที่สืบต่อกันมาช้านานก็จะได้อยู่กับเราต่อไป โดยไม่ต้องสร้างผลกระทบกับใครแล้ว

อ้างอิงจาก

unesco.org

sustainabilitytribe.com

thematter.co

thairath.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...