ผู้ว่าศรีสะเกษ ขอชาวภูสิงห์อย่าเพิ่งกลับเข้าพื้นที่เสี่ยง แม้ไทยเขมรทำข้อตกลงหยุดยิงแล้ว
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการลงนามข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมง พื้นที่แนวชายแดนบริเวณ สัตตะโสม–ภูผี–ซำแต ยังคงเกิดการปะทะเป็นระยะ โดยฝ่ายกัมพูชายังคงยิงโจมตีพื้นที่ชายแดนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งจรวด BM-21 และอาวุธปืนค. หรือปืนครก ขณะที่ฝ่ายไทยได้ยิงตอบโต้กลับเช่นกัน
ขณะเดียวกัน บริเวณพื้นที่ภูมะเขือ ยังมีการยิงปะทะเป็นระลอก ๆ และมีรายงานว่าอาวุธจากฝั่งกัมพูชาบางลูกตกลงในพื้นที่ชุมชนฝั่งไทย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบความเสียหายได้ เนื่องจากยังมีเสียงปืนและเสียงระเบิดดังเป็นระยะ โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นหลัก
สถานการณ์ยังขยายตัวไปยังพื้นที่อำเภอภูสิงห์ และอำเภอขุนหาญ มีกำลังทหารเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยอพยพ หลังมีรายงานว่าระเบิดจากฝั่งกัมพูชาตกลงในสวนยางพาราและพื้นที่อื่น ๆ หลายจุด
ล่าสุด เมื่อเวลา 11.02 น. มีรายงานว่า ทหารไทยใช้อาวุธปืนใหญ่ยิงโจมตีอาคาร “Sangam Resort & Casino” ในอำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ หลังตรวจพบว่าถูกดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารของกองทัพกัมพูชา
ด้านกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า ก่อนเวลา 12.00 น. มีกำลังพลเหยียบกับระเบิดในพื้นที่ชายแดนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเพจ “Army Military Force” ระบุว่า ขณะนี้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดในพื้นที่สัตตะโสมแล้วเป็นรายที่ 10
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ศูนย์อพยพอำเภอขุขันธ์ ซึ่งเป็นศูนย์รองรับชาวบ้านจากอำเภอภูสิงห์ พบว่า เดิมศูนย์ดังกล่าวเพิ่งปิดไปเมื่อวาน แต่ต้องกลับมาเปิดอีกครั้ง หลังมีผู้อพยพหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก บางคนอาศัยรถญาติ บางคนใช้รถไถนาเดินตามพ่วงกระบะ ฝ่าท่ามกลางเสียงปืนใหญ่ออกจากพื้นที่เสี่ยง
นางแสงจันทร์ กล้าพยัคฆ์ อายุ 53 ปี ชาวอำเภอภูสิงห์ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการอพยพครั้งที่ 3 ของตน หลังเกิดการยิงปะทะตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. เสียงดังรุนแรงจนบ้านสั่นสะเทือน ตนต้องรีบพาหลานหนีออกมา มีเพียงผ้าห่มผืนเล็กและเงินติดตัว 1 บาท หลานอยากกินขนมต้องขอยืมเงินคนอื่น
“เกิดมายังไม่เคยเจออะไรแบบนี้ เสียงปืนดังจนหูอื้อ ใจสั่นเหมือนจะวาย ไม่กล้าอยู่บ้านอีกต่อไป อยากให้เหตุการณ์จบเร็ว ๆ เป็นห่วงสัตว์เลี้ยงที่บ้าน และไม่เชื่อใจกัมพูชา แม้จะลงนามหยุดยิงหลายครั้งแล้วก็ยังไม่ทำตาม สงสารทหารที่ต้องบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด” นางแสงจันทร์กล่าว
ด้าน นายสุชัย จันทร์เปี่ยง อายุ 42 ปี ชาวอำเภอภูสิงห์ กล่าวว่า ครอบครัวต้องรีบอพยพอย่างเร่งด่วน หลังได้ยินเสียงปืนใหญ่ดังรุนแรงกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง แม้จะมีการประชุม GBC แต่ยังไม่เชื่อว่ากัมพูชาจะหยุดยิงจริง ทำให้ไม่กล้ากลับบ้าน และต้องอพยพเป็นรอบที่ 3 แล้ว ส่งผลกระทบทั้งงานและรายได้อย่างหนัก
ขณะที่ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จังหวัดได้เพิ่มความเข้มข้นในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอภูสิงห์ซึ่งประกาศห้ามผู้อพยพกลับเข้าพื้นที่ พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายดูแลการอำนวยความสะดวกด้านการอพยพ และยืนยันว่าศูนย์พักพิงมีความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วนการจะกลับภูมิลำเนาได้เมื่อใด ต้องรอสัญญาณจากฝ่ายทหารเพื่อความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังการลงนามข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนถึงขณะนี้ ยังไม่พบรายงานเสียงปืนดังเพิ่มเติมแต่อย่างใด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ว่าศรีสะเกษ ขอชาวภูสิงห์อย่าเพิ่งกลับเข้าพื้นที่เสี่ยง แม้ไทยเขมรทำข้อตกลงหยุดยิงแล้ว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th