โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผู้ว่าศรีสะเกษ ขอชาวภูสิงห์อย่าเพิ่งกลับเข้าพื้นที่เสี่ยง แม้ไทยเขมรทำข้อตกลงหยุดยิงแล้ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 08.29 น.

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการลงนามข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมง พื้นที่แนวชายแดนบริเวณ สัตตะโสม–ภูผี–ซำแต ยังคงเกิดการปะทะเป็นระยะ โดยฝ่ายกัมพูชายังคงยิงโจมตีพื้นที่ชายแดนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งจรวด BM-21 และอาวุธปืนค. หรือปืนครก ขณะที่ฝ่ายไทยได้ยิงตอบโต้กลับเช่นกัน

ขณะเดียวกัน บริเวณพื้นที่ภูมะเขือ ยังมีการยิงปะทะเป็นระลอก ๆ และมีรายงานว่าอาวุธจากฝั่งกัมพูชาบางลูกตกลงในพื้นที่ชุมชนฝั่งไทย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบความเสียหายได้ เนื่องจากยังมีเสียงปืนและเสียงระเบิดดังเป็นระยะ โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นหลัก

สถานการณ์ยังขยายตัวไปยังพื้นที่อำเภอภูสิงห์ และอำเภอขุนหาญ มีกำลังทหารเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยอพยพ หลังมีรายงานว่าระเบิดจากฝั่งกัมพูชาตกลงในสวนยางพาราและพื้นที่อื่น ๆ หลายจุด

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.02 น. มีรายงานว่า ทหารไทยใช้อาวุธปืนใหญ่ยิงโจมตีอาคาร “Sangam Resort & Casino” ในอำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ หลังตรวจพบว่าถูกดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารของกองทัพกัมพูชา
ด้านกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า ก่อนเวลา 12.00 น. มีกำลังพลเหยียบกับระเบิดในพื้นที่ชายแดนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเพจ “Army Military Force” ระบุว่า ขณะนี้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดในพื้นที่สัตตะโสมแล้วเป็นรายที่ 10

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ศูนย์อพยพอำเภอขุขันธ์ ซึ่งเป็นศูนย์รองรับชาวบ้านจากอำเภอภูสิงห์ พบว่า เดิมศูนย์ดังกล่าวเพิ่งปิดไปเมื่อวาน แต่ต้องกลับมาเปิดอีกครั้ง หลังมีผู้อพยพหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก บางคนอาศัยรถญาติ บางคนใช้รถไถนาเดินตามพ่วงกระบะ ฝ่าท่ามกลางเสียงปืนใหญ่ออกจากพื้นที่เสี่ยง

นางแสงจันทร์ กล้าพยัคฆ์ อายุ 53 ปี ชาวอำเภอภูสิงห์ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการอพยพครั้งที่ 3 ของตน หลังเกิดการยิงปะทะตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. เสียงดังรุนแรงจนบ้านสั่นสะเทือน ตนต้องรีบพาหลานหนีออกมา มีเพียงผ้าห่มผืนเล็กและเงินติดตัว 1 บาท หลานอยากกินขนมต้องขอยืมเงินคนอื่น

“เกิดมายังไม่เคยเจออะไรแบบนี้ เสียงปืนดังจนหูอื้อ ใจสั่นเหมือนจะวาย ไม่กล้าอยู่บ้านอีกต่อไป อยากให้เหตุการณ์จบเร็ว ๆ เป็นห่วงสัตว์เลี้ยงที่บ้าน และไม่เชื่อใจกัมพูชา แม้จะลงนามหยุดยิงหลายครั้งแล้วก็ยังไม่ทำตาม สงสารทหารที่ต้องบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด” นางแสงจันทร์กล่าว

ด้าน นายสุชัย จันทร์เปี่ยง อายุ 42 ปี ชาวอำเภอภูสิงห์ กล่าวว่า ครอบครัวต้องรีบอพยพอย่างเร่งด่วน หลังได้ยินเสียงปืนใหญ่ดังรุนแรงกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง แม้จะมีการประชุม GBC แต่ยังไม่เชื่อว่ากัมพูชาจะหยุดยิงจริง ทำให้ไม่กล้ากลับบ้าน และต้องอพยพเป็นรอบที่ 3 แล้ว ส่งผลกระทบทั้งงานและรายได้อย่างหนัก

ขณะที่ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จังหวัดได้เพิ่มความเข้มข้นในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอภูสิงห์ซึ่งประกาศห้ามผู้อพยพกลับเข้าพื้นที่ พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายดูแลการอำนวยความสะดวกด้านการอพยพ และยืนยันว่าศูนย์พักพิงมีความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วนการจะกลับภูมิลำเนาได้เมื่อใด ต้องรอสัญญาณจากฝ่ายทหารเพื่อความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังการลงนามข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนถึงขณะนี้ ยังไม่พบรายงานเสียงปืนดังเพิ่มเติมแต่อย่างใด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ว่าศรีสะเกษ ขอชาวภูสิงห์อย่าเพิ่งกลับเข้าพื้นที่เสี่ยง แม้ไทยเขมรทำข้อตกลงหยุดยิงแล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...