“ตลาดพันธบัตรสหรัฐ” จับตาข้อมูลเศรษฐกิจ ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ยเฟดปี 2569
นักลงทุนรอข้อมูลจ้างงาน-เงินเฟ้อชุดสำคัญ เพื่อประเมินว่าเฟดใกล้ยุติวงจรลดดอกเบี้ยแล้วหรือยัง หลังลดดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้ง ท่ามกลางมุมมองที่แตกต่างระหว่างตลาดและผู้กำหนดนโยบาย
วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 03.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การถกเถียงครั้งใหญ่ในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกี่ยวกับขอบเขตการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในระยะข้างหน้า กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้น จากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายชุดในช่วงนี้
ข้อมูลที่จะประกาศในสัปดาห์นี้จะช่วยอุดช่องว่างของข้อมูลที่เกิดจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ โดยจะมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อรายเดือนที่ล่าช้าออกมา ขณะที่ช่วงต้นเดือนมกราคมจะมีข้อมูลตลาดแรงงานสำคัญเพิ่มเติม ซึ่งรายงานเหล่านี้จะช่วยตอบคำถามใหญ่ที่ตลาดกำลังเผชิญเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 ว่าเฟดใกล้จะยุติวงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงินแล้วหรือไม่ หลังจากปรับลดดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้ง หรือยังจำเป็นต้องเดินหน้าลดดอกเบี้ยเชิงรุกมากกว่านั้น
ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ซึ่งกำลังเดิมพันว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีหน้า เพื่อพยุงตลาดแรงงานและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้ว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างดื้อดึงก็ตาม โดยมุมมองดังกล่าวถือว่าคาดการณ์การลดดอกเบี้ยมากกว่าที่เฟดส่งสัญญาณไว้ หากตลาดประเมินถูกต้อง ก็อาจปูทางให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง โดยปีนี้มีแนวโน้มจะเป็นปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563
จอร์จ คาทรัมโบน หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ของ DWS Americas กล่าวว่า "ข้อมูลที่สำคัญที่สุดเพียงจุดเดียวสำหรับปีหน้า อาจเป็นตัวเลขการจ้างงานที่จะประกาศในวันอังคารนี้ นี่คือข้อมูลเดียวที่ผมจับตา เพราะทิศทางของตลาดแรงงานจะเป็นตัวกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย"
คาทรัมโบน เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่คาดว่าเฟดอาจจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยลึกกว่าที่ตลาดประเมินไว้ และอาจลึกมาก จากสัญญาณอ่อนแรงของตัวชี้วัดตลาดแรงงานก่อนการเปิดเผยข้อมูลสัปดาห์นี้ โดยเขาได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังอัตราผลตอบแทนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตลาดพันธบัตรเริ่มต้นสัปดาห์นี้โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อนโยบายการเงิน อยู่ที่ราว 3.5% ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 4.2% โดยอัตราผลตอบแทนได้ปรับลดลงจากจุดสูงสุดล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด แสดงความกังวลต่อการชะลอตัวของการจ้างงาน ในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ ภายหลังเฟดมีมติปรับลดดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.5%–3.75%
ภายใต้บริบทดังกล่าว นักเทรดเริ่มสร้างสถานะในตลาดออปชัน ที่จะได้ประโยชน์หากมุมมองของตลาดเปลี่ยนไปสู่การคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในไตรมาสแรกของปีหน้า อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ตลาดยังไม่ได้สะท้อนการปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอย่างเต็มที่จนกว่าจะถึงช่วงกลางปี และการลดดอกเบี้ยครั้งที่สองถูกคาดไว้ในเดือนตุลาคม
โฟกัสข้อมูลเศรษฐกิจ
ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของข้อมูลเศรษฐกิจที่จะเปิดเผยในระยะอันใกล้ ซึ่งครอบคลุมตัวเลขเดือนพฤศจิกายน และข้อมูลบางส่วนของเดือนตุลาคม โดยเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มสร้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นราว 50,000 ตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน ตามค่ากลางของการคาดการณ์จากการสำรวจของบลูมเบิร์ก ขณะที่รายงานที่ล่าช้าในเดือนก่อนหน้าแสดงให้เห็นว่า การจ้างงานในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 119,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ แม้อัตราว่างงานจะปรับขึ้นสู่ระดับ 4.4% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2564
สำหรับ เควิน ฟลานาแกน จาก WisdomTree มองว่ารายงานการจ้างงานในสัปดาห์นี้อาจมีน้ำหนักน้อยลง เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลได้สร้างความซับซ้อนต่อกระบวนการเก็บข้อมูล ซึ่งทำให้เขาหันไปให้น้ำหนักกับรายงานที่จะออกในช่วงต้นเดือนหน้า ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28 มกราคมมากกว่า
ฟลานาแกน ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตราสารหนี้ของบริษัท กล่าวว่า “เกณฑ์สำหรับการที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมกราคมนั้นสูงขึ้นแล้ว …จำเป็นต้องเห็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าตลาดแรงงานกำลังเย็นลง”
เขาระบุว่า หากตัวเลขการจ้างงานเดือนพฤศจิกายนออกมาใกล้เคียงกับระดับของเดือนกันยายน อาจกระตุ้นแรงขายในตลาดพันธบัตร จนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีดีดขึ้นสู่ระดับ 4.25% พร้อมเสริมว่า เขาอยู่ในกลุ่มที่เชื่อว่าเฟดใกล้จะสิ้นสุดวงจรการลดดอกเบี้ยแล้ว โดยอ้างอิงงานวิจัยที่ชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยระดับ 3.5% เป็นอัตราดอกเบี้ยเป็นกลาง ซึ่งไม่กระตุ้นและไม่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับถ้อยแถลงของพาวเวลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอยู่ “ภายในช่วงกว้างของการประเมินอัตราเป็นกลาง” ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่สำหรับการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมอาจมีจำกัด โดยนักเทรดในตลาดสวอปประเมินว่า เฟดอาจยุติวงจรการผ่อนคลายนี้ที่ระดับราว 3.2%
แทนที่จะเป็นตลาดพันธบัตรขาขึ้นที่ให้ผลตอบแทนรวมแข็งแกร่งในปี 2569 สถานการณ์ที่เฟดต้องยืนข้างสนามเป็นส่วนใหญ่ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังเหนียวตัว อาจหมายถึงตลาดพันธบัตรที่แกว่งตัวในกรอบ โดยผลตอบแทนส่วนใหญ่จะมาจากดอกเบี้ยคูปองราว 4%
ประธานเฟดคนใหม่
เจ้าหน้าที่เฟดเองก็มีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับทิศทางนโยบาย และเช่นเดียวกับนักลงทุน พวกเขากำลังรอให้ข้อมูลเป็นตัวชี้นำ หนึ่งในผู้ที่ลงมติไม่เห็นด้วยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือ ออสตัน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโก ซึ่งระบุเมื่อวันศุกร์ว่า เขาลงมติคัดค้านการลดดอกเบี้ย เพราะต้องการเห็นข้อมูลเงินเฟ้อเพิ่มเติมก่อน
ขณะเดียวกันยังมีเหตุการณ์สำคัญอีกประการหนึ่งที่กำลังใกล้เข้ามา นั่นคือ การสิ้นสุดวาระของเจอโรม พาวเวล ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนเริ่มหันไปจับตาผู้ที่จะมารับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันอย่างหนักจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ดอกเบี้ยปรับลดลงมากกว่านี้ โดยกระบวนการสรรหากำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย
เจเน็ต ริลลิง หัวหน้าทีม Plus Fixed Income ของ Allspring Global Investments กล่าวว่า “ประธานเฟดคนใหม่ หมายถึงทิศทางนโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ว่าเศรษฐกิจจะยังร้อนอยู่บ้างก็ตาม”
“ตลาดแรงงานอาจกลายเป็นข้ออ้าง …เราไม่ได้คาดว่าจะเห็นการพุ่งขึ้นของอัตราว่างงานอย่างรุนแรง แต่หากข้อมูลออกมาอ่อนลงเล็กน้อย นั่นก็อาจเพียงพอเป็นเหตุผลให้เฟดลดดอกเบี้ยได้”
สิ่งที่ต้องจับตา
ข้อมูลเศรษฐกิจ กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงจากผลกระทบการปิดหน่วยงานรัฐบาล
15 ธ.ค. ดัชนีการผลิต Empire; ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย NAHB
- 16 ธ.ค. การจ้างงาน ADP รายสัปดาห์; การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพฤศจิกายน อัตราว่างงาน และค่าแรงเฉลี่ย; ยอดค้าปลีก; ดัชนีภาคบริการนิวยอร์กเฟด; ดัชนี PMI ภาคการผลิต–บริการของ S&P Global; สต็อกสินค้าคงคลัง
- 17 ธ.ค. คำขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MBA)
- 18 ธ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก; ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤศจิกายน; รายได้จริง; ดัชนีภาคธุรกิจเฟดฟิลาเดลเฟีย และแคนซัสซิตี้; กระแสเงินทุน TIC
- 19 ธ.ค. ยอดขายบ้านมือสอง; ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมหาวิทยาลัยมิชิแกน และคาดการณ์เงินเฟ้อ
ปฏิทินเฟด
15 ธ.ค. ผู้ว่าการสตีเฟน มิแรน; จอห์น วิลเลียมส์ (นิวยอร์กเฟด)
- 17 ธ.ค. ผู้ว่าการคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์; วิลเลียมส์; ราฟาเอล บอสติก (แอตแลนตาเฟด)
ปฏิทินประมูลพันธบัตร
15 ธ.ค. ตั๋วเงินคลัง 13 และ 26 สัปดาห์
- 16 ธ.ค. ตั๋วเงินคลัง 6 สัปดาห์
- 17 ธ.ค. ตั๋วเงินคลัง 17 สัปดาห์; พันธบัตรอายุ 20 ปี
- 18 ธ.ค. ตั๋วเงินคลัง 4 และ 8 สัปดาห์; พันธบัตรป้องกันเงินเฟ้อ (TIPS) อายุ 5 ปี
อ้างอิง : www.bloomberg.com