โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดพันธบัตรสหรัฐ” จับตาข้อมูลเศรษฐกิจ ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ยเฟดปี 2569

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 04.19 น.

นักลงทุนรอข้อมูลจ้างงาน-เงินเฟ้อชุดสำคัญ เพื่อประเมินว่าเฟดใกล้ยุติวงจรลดดอกเบี้ยแล้วหรือยัง หลังลดดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้ง ท่ามกลางมุมมองที่แตกต่างระหว่างตลาดและผู้กำหนดนโยบาย

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 03.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การถกเถียงครั้งใหญ่ในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกี่ยวกับขอบเขตการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในระยะข้างหน้า กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้น จากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายชุดในช่วงนี้

ข้อมูลที่จะประกาศในสัปดาห์นี้จะช่วยอุดช่องว่างของข้อมูลที่เกิดจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ โดยจะมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อรายเดือนที่ล่าช้าออกมา ขณะที่ช่วงต้นเดือนมกราคมจะมีข้อมูลตลาดแรงงานสำคัญเพิ่มเติม ซึ่งรายงานเหล่านี้จะช่วยตอบคำถามใหญ่ที่ตลาดกำลังเผชิญเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 ว่าเฟดใกล้จะยุติวงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงินแล้วหรือไม่ หลังจากปรับลดดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้ง หรือยังจำเป็นต้องเดินหน้าลดดอกเบี้ยเชิงรุกมากกว่านั้น

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ซึ่งกำลังเดิมพันว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีหน้า เพื่อพยุงตลาดแรงงานและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้ว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างดื้อดึงก็ตาม โดยมุมมองดังกล่าวถือว่าคาดการณ์การลดดอกเบี้ยมากกว่าที่เฟดส่งสัญญาณไว้ หากตลาดประเมินถูกต้อง ก็อาจปูทางให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง โดยปีนี้มีแนวโน้มจะเป็นปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563

จอร์จ คาทรัมโบน หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ของ DWS Americas กล่าวว่า "ข้อมูลที่สำคัญที่สุดเพียงจุดเดียวสำหรับปีหน้า อาจเป็นตัวเลขการจ้างงานที่จะประกาศในวันอังคารนี้ นี่คือข้อมูลเดียวที่ผมจับตา เพราะทิศทางของตลาดแรงงานจะเป็นตัวกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย"

คาทรัมโบน เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่คาดว่าเฟดอาจจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยลึกกว่าที่ตลาดประเมินไว้ และอาจลึกมาก จากสัญญาณอ่อนแรงของตัวชี้วัดตลาดแรงงานก่อนการเปิดเผยข้อมูลสัปดาห์นี้ โดยเขาได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังอัตราผลตอบแทนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลาดพันธบัตรเริ่มต้นสัปดาห์นี้โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อนโยบายการเงิน อยู่ที่ราว 3.5% ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 4.2% โดยอัตราผลตอบแทนได้ปรับลดลงจากจุดสูงสุดล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด แสดงความกังวลต่อการชะลอตัวของการจ้างงาน ในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ ภายหลังเฟดมีมติปรับลดดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.5%–3.75%

ภายใต้บริบทดังกล่าว นักเทรดเริ่มสร้างสถานะในตลาดออปชัน ที่จะได้ประโยชน์หากมุมมองของตลาดเปลี่ยนไปสู่การคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในไตรมาสแรกของปีหน้า อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ตลาดยังไม่ได้สะท้อนการปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอย่างเต็มที่จนกว่าจะถึงช่วงกลางปี และการลดดอกเบี้ยครั้งที่สองถูกคาดไว้ในเดือนตุลาคม

โฟกัสข้อมูลเศรษฐกิจ

ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของข้อมูลเศรษฐกิจที่จะเปิดเผยในระยะอันใกล้ ซึ่งครอบคลุมตัวเลขเดือนพฤศจิกายน และข้อมูลบางส่วนของเดือนตุลาคม โดยเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มสร้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นราว 50,000 ตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน ตามค่ากลางของการคาดการณ์จากการสำรวจของบลูมเบิร์ก ขณะที่รายงานที่ล่าช้าในเดือนก่อนหน้าแสดงให้เห็นว่า การจ้างงานในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 119,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ แม้อัตราว่างงานจะปรับขึ้นสู่ระดับ 4.4% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2564

สำหรับ เควิน ฟลานาแกน จาก WisdomTree มองว่ารายงานการจ้างงานในสัปดาห์นี้อาจมีน้ำหนักน้อยลง เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลได้สร้างความซับซ้อนต่อกระบวนการเก็บข้อมูล ซึ่งทำให้เขาหันไปให้น้ำหนักกับรายงานที่จะออกในช่วงต้นเดือนหน้า ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28 มกราคมมากกว่า

ฟลานาแกน ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตราสารหนี้ของบริษัท กล่าวว่า “เกณฑ์สำหรับการที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมกราคมนั้นสูงขึ้นแล้ว …จำเป็นต้องเห็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าตลาดแรงงานกำลังเย็นลง”

เขาระบุว่า หากตัวเลขการจ้างงานเดือนพฤศจิกายนออกมาใกล้เคียงกับระดับของเดือนกันยายน อาจกระตุ้นแรงขายในตลาดพันธบัตร จนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีดีดขึ้นสู่ระดับ 4.25% พร้อมเสริมว่า เขาอยู่ในกลุ่มที่เชื่อว่าเฟดใกล้จะสิ้นสุดวงจรการลดดอกเบี้ยแล้ว โดยอ้างอิงงานวิจัยที่ชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยระดับ 3.5% เป็นอัตราดอกเบี้ยเป็นกลาง ซึ่งไม่กระตุ้นและไม่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับถ้อยแถลงของพาวเวลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอยู่ “ภายในช่วงกว้างของการประเมินอัตราเป็นกลาง” ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่สำหรับการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมอาจมีจำกัด โดยนักเทรดในตลาดสวอปประเมินว่า เฟดอาจยุติวงจรการผ่อนคลายนี้ที่ระดับราว 3.2%

แทนที่จะเป็นตลาดพันธบัตรขาขึ้นที่ให้ผลตอบแทนรวมแข็งแกร่งในปี 2569 สถานการณ์ที่เฟดต้องยืนข้างสนามเป็นส่วนใหญ่ ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังเหนียวตัว อาจหมายถึงตลาดพันธบัตรที่แกว่งตัวในกรอบ โดยผลตอบแทนส่วนใหญ่จะมาจากดอกเบี้ยคูปองราว 4%

ประธานเฟดคนใหม่

เจ้าหน้าที่เฟดเองก็มีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับทิศทางนโยบาย และเช่นเดียวกับนักลงทุน พวกเขากำลังรอให้ข้อมูลเป็นตัวชี้นำ หนึ่งในผู้ที่ลงมติไม่เห็นด้วยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือ ออสตัน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโก ซึ่งระบุเมื่อวันศุกร์ว่า เขาลงมติคัดค้านการลดดอกเบี้ย เพราะต้องการเห็นข้อมูลเงินเฟ้อเพิ่มเติมก่อน

ขณะเดียวกันยังมีเหตุการณ์สำคัญอีกประการหนึ่งที่กำลังใกล้เข้ามา นั่นคือ การสิ้นสุดวาระของเจอโรม พาวเวล ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนเริ่มหันไปจับตาผู้ที่จะมารับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันอย่างหนักจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ดอกเบี้ยปรับลดลงมากกว่านี้ โดยกระบวนการสรรหากำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย

เจเน็ต ริลลิง หัวหน้าทีม Plus Fixed Income ของ Allspring Global Investments กล่าวว่า “ประธานเฟดคนใหม่ หมายถึงทิศทางนโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ว่าเศรษฐกิจจะยังร้อนอยู่บ้างก็ตาม”

“ตลาดแรงงานอาจกลายเป็นข้ออ้าง …เราไม่ได้คาดว่าจะเห็นการพุ่งขึ้นของอัตราว่างงานอย่างรุนแรง แต่หากข้อมูลออกมาอ่อนลงเล็กน้อย นั่นก็อาจเพียงพอเป็นเหตุผลให้เฟดลดดอกเบี้ยได้”

สิ่งที่ต้องจับตา

  • ข้อมูลเศรษฐกิจ กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงจากผลกระทบการปิดหน่วยงานรัฐบาล

  • 15 ธ.ค. ดัชนีการผลิต Empire; ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย NAHB

    • 16 ธ.ค. การจ้างงาน ADP รายสัปดาห์; การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพฤศจิกายน อัตราว่างงาน และค่าแรงเฉลี่ย; ยอดค้าปลีก; ดัชนีภาคบริการนิวยอร์กเฟด; ดัชนี PMI ภาคการผลิต–บริการของ S&P Global; สต็อกสินค้าคงคลัง
    • 17 ธ.ค. คำขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MBA)
    • 18 ธ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก; ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤศจิกายน; รายได้จริง; ดัชนีภาคธุรกิจเฟดฟิลาเดลเฟีย และแคนซัสซิตี้; กระแสเงินทุน TIC
    • 19 ธ.ค. ยอดขายบ้านมือสอง; ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมหาวิทยาลัยมิชิแกน และคาดการณ์เงินเฟ้อ
  • ปฏิทินเฟด

  • 15 ธ.ค. ผู้ว่าการสตีเฟน มิแรน; จอห์น วิลเลียมส์ (นิวยอร์กเฟด)

    • 17 ธ.ค. ผู้ว่าการคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์; วิลเลียมส์; ราฟาเอล บอสติก (แอตแลนตาเฟด)
  • ปฏิทินประมูลพันธบัตร

  • 15 ธ.ค. ตั๋วเงินคลัง 13 และ 26 สัปดาห์

    • 16 ธ.ค. ตั๋วเงินคลัง 6 สัปดาห์
    • 17 ธ.ค. ตั๋วเงินคลัง 17 สัปดาห์; พันธบัตรอายุ 20 ปี
    • 18 ธ.ค. ตั๋วเงินคลัง 4 และ 8 สัปดาห์; พันธบัตรป้องกันเงินเฟ้อ (TIPS) อายุ 5 ปี

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...