โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทย-กัมพูชาสู้รบ ทำท่องเที่ยวไทยไฮซีซั่นซบเซาทั้งประเทศ

Thairath Money

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 22.30 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 22.30 น.
ภาพไฮไลต์

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ประเมินสถานการณ์สู้รบและความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก กระทบภาคท่องเที่ยวไทยปลายปี 2568 ช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะในมิติของความเชื่อมั่นและการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว ซ้ำเติมด้วยผลกระทบน้ำท่วมใต้ปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา โดยพบว่าการสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา แม้จะจำกัดอยู่ในบางจังหวัดและบางอำเภอ แต่การรายงานข่าวต่อเนื่องในสื่อทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการออกคำแนะนำการเดินทาง (Travel Advisory) ส่งผลเชิงจิตวิทยาต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในวงกว้าง

โดยททท.ประเมินว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนส่งผลให้เดือนธ.ค. 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีแนวโน้มลดลง 7–11% หรือคิดเป็นนักท่องเที่ยวประมาณ 3.2 ล้านคน ซึ่งหากความตึงเครียดยืดเยื้อ อาจกระทบตัวเลขมากกว่าที่คาดไว้ จากการติดตามภาคสนามพบว่า พื้นที่ท่องเที่ยวตามแนวชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดตราด มีอัตราการยกเลิกห้องพักเฉลี่ย 42% ขณะที่บางเกาะมีการยกเลิกการจองมากกว่า 30–40% โดยเกาะช้างมีการยกเลิกเฉลี่ยกว่า 35% เกาะกูด 30% เกาะหมาก 44% ขณะที่ที่พักในตัวเมืองตราดมียอดยกเลิกสูง 60%

ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ติดชายแดน บางแหล่งท่องเที่ยวไม่สามารถเปิดให้เข้าชมได้ตามปกติ ขณะที่กิจกรรมและอีเวนต์บางส่วน ต้องเลื่อนหรือปรับรูปแบบ ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในจังหวัดที่ติดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พบว่าโรงแรมและที่พักในหลายพื้นที่ มีอัตราการเข้าพักและการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลดลง แม้บางพื้นที่จะมีกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร และสื่อมวลชน เข้ามาพัก แต่กลุ่มดังกล่าวเป็นการเข้าพักตามภารกิจและมีการใช้จ่ายจำกัด ไม่สามารถทดแทนรายได้จากนักท่องเที่ยวได้

ขณะเดียวกัน เหตุอุทกภัยในภาคใต้ได้ซ้ำเติมภาพรวมการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งอำเภอหาดใหญ่ได้รับผลกระทบรุนแรง ททท.ประเมินว่า การฟื้นฟูพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวระยะสั้น

“ตลาดที่ได้รับผลกระทบชัดเจนจากอุทกภัยภาคใต้คือ ตลาดมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของพื้นที่ คาดว่าเดือนธ.ค.2568 นักท่องเที่ยวมาเลเซียจะลดลง 55% เหลือประมาณ 205,000 คน สร้างรายได้ 4,444 ล้านบาท ลดลง 54% ขณะที่ตลาดจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงราว 34%”

“โจทย์สำคัญขณะนี้คือการเร่งฟื้นความเชื่อมั่น ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงจากสถานการณ์ชายแดน ททท.เร่งสื่อสารเชิงพื้นที่ เพื่อแยกแยะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศ ยืนยันว่าเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ยังคงสามารถเดินทางและจัดกิจกรรมได้ตามปกติ”

ส่วนภาพรวมทั้งปี 2568 ททท.คาดว่า ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.8 ล้านคน ลดลง 8% สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.52 ล้านล้านบาท ลดลง 5 % ขณะที่ตลาดในประเทศจะมีผู้เยี่ยมเยือน 206.6 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3 % สร้างรายได้ราว 1.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวทั้งระบบอยู่ที่ประมาณ 2.68 ล้านล้านบาท ลดลงประมาณ 2–3% จากปีก่อนหน้า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทย-กัมพูชาสู้รบ ทำท่องเที่ยวไทยไฮซีซั่นซบเซาทั้งประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...